อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562

ทรัมป์กับเพื่อนในเอเชีย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐกับผู้นำหลายชาติในยุโรปนั้น บางคนอาจจะเฉยชาแบบไม่ใส่ใจ แต่สำหรับในภูมิภาคเอเชียแล้วไซร้ ประธานาธิบดีทรัมป์อาจกำลังค้นพบว่าเขากำลังอยู่กับเพื่อน ๆ อังคารที่ 28 พฤษภาคม 2562 เวลา 06.00 น.


สำหรับในทวีปยุโรปแล้วความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐกับผู้นำหลายชาติในยุโรปนั้น บางคนอาจจะเฉยชาแบบไม่ใส่ใจ แต่สำหรับในภูมิภาคเอเชียแล้วไซร้ ประธานาธิบดีทรัมป์อาจกำลังค้นพบว่าเขากำลังอยู่กับเพื่อน ๆ

แม้ว่าผู้นำอเมริกันกำลังสร้างความกดดันกับมหาอำนาจในเอเชียอย่างจีนในเรื่องความขัดแย้งทางการค้า แต่เขาก็ได้ไปสร้างความสัมพันธ์อันอบอุ่นกับที่อื่น ๆ ในเอเชีย ซึ่งเขาก็ได้ประจักษ์ว่า เพื่อนของเขาหลายคนเหล่านี้หรือว่าคู่ค้าที่สำคัญในเอเชียเพิ่งจะได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้ง (ไม่เกี่ยวกับบ้านเรา)

ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกที่ปูพรมแดงต้อนรับการมาเยือนเอเชียของผู้นำรัฐบาลวอชิงตันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แล้วประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้เป็นผู้นำต่างชาติคนแรกที่ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตที่เพิ่งจะเสด็จขึ้นครองราชย์ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้ไปผูกสัมพันธ์กับนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ผู้นำแนวอนุรักษนิยมแห่งดินแดนอาทิตย์อุทัยด้วยการไปชมการแข่งกีฬาซูโม่และหากสภาพอากาศเป็นใจก็จะได้ออกรอบเล่นกอล์ฟด้วยกันอีกด้วย

ประธานาธิบดีทรัมป์มาเยือนเอเชียช่วงที่อินเดียเพิ่งจะเสร็จสิ้นการเลือกตั้งโดยนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำฮินดูชาตินิยมซึ่งมีความกระตือรือร้นที่จะสานสัมพันธ์ที่ดีกับสหรัฐ ก็เพิ่งจะชนะการเลือกตั้งได้ครองอำนาจต่ออีกสมัย รวมไปถึงการเลือกตั้งที่ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งนายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน หักปากกาเซียนชนะการเลือกตั้งเฉือนคู่แข่งจากพรรคแรงงานได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์จะต้องกลับมาเยือนเอเชียอีกครั้งในช่วงเดือนมิ.ย.นี้เพราะจะมีการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศจี20 ที่เมืองโอซากาของญี่ปุ่น แล้วยังจะได้ไปเยือนเกาหลีใต้ที่ซึ่งประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ผู้วางรากฐานให้ไว้สำหรับอีกหนึ่งแนวคิดริเริ่มด้านนโยบายต่างประเทศที่สำคัญของผู้นำสหรัฐ นั่นคือ การเจรจาโดยตรงกับเกาหลีเหนือ

การเจริญสัมพันธไมตรีของสหรัฐมีขึ้นในช่วงที่กำลังตึงเครียดเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนและยังมองไม่เห็นเลยว่าจะยุติลงได้อย่างไร หลังจากล่าสุดประธานาธิบดีทรัมป์ได้ขึ้นบัญชีดำบริษัทหัวเว่ยบริษัทสื่อสารโทรคมนาคมรายใหญ่ของจีนและเรียกร้องให้ยุติการขโมยเทคโนโลยีของสหรัฐ จึงถูกจับตามองว่าน่าจะเป็นเกมยาวในการต่อสู้ทางการค้าระหว่างวอชิงตันกับปักกิ่ง เพราะรัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาบอกว่า ได้กำหนดนโยบายแบบกว้าง ๆ เอาไว้แล้วเพื่อรับมือกับการก้าวขึ้นสู่ความเป็นมหาอำนาจของจีน คล้ายกับยุคสงครามเย็นซึ่งจะต้องมีหลักปฏิบัติเพื่อควบคุมอีกฝ่ายในขณะนั้นคือสหภาพโซเวียต

ศาสตราจารย์โตชิฮิโร นากายามะ แห่งมหาวิทยาลัยไคโอในกรุงโตเกียวบอกว่า คนญี่ปุ่นรู้ดีอยู่แล้วถึงความเป็นธรรมชาติของทรัมป์ที่เป็นปัญหาข้อขัดแย้ง แล้วกำลังเผชิญเสียงเรียกร้องมากขึ้นจากพรรคเดโมแครตให้ดำเนินการถอดถอนเขาในรัฐสภา แต่สหรัฐซึ่งมีฐานทัพและทหารอเมริกันประจำการอยู่ 50,000 คน ในญี่ปุ่นภายใต้ความเป็นพันธมิตรด้านการทหาร ซึ่งสหรัฐถือว่าเป็นชาติพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น แต่ก็มักจะขัดแย้งกันด้านการค้า อาจารย์นากายามะซึ่งยังเป็นอาจารย์อยู่ที่ศูนย์วูดโรว์ วิลสัน สำหรับนักวิชาการนานาชาติในกรุงวอชิงตันยังบอกอีกว่า เป็นความเห็นของคนส่วนใหญ่ของชาวอเมริกันที่เลือกนายทรัมป์ขึ้นเป็นประธานาธิบดี และนั่นก็ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์ หน้าที่ของเราคือทำอย่างไรถึงจะบริหารจัดการความสัมพันธ์อันนี้ไว้ ยกตัวอย่างเช่น ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสพยายามที่จะเข้าหาทรัมป์ด้วยรูปแบบและความเห็นต่างเพียงเล็กน้อย แต่ก็ไม่สำเร็จ ดังนั้นรัฐบาลและคนญี่ปุ่นควรจะทำอย่างนี้ว่า หากจะเข้าหาทรัมป์ก็ควรจะเข้าหาอย่างหมดใจกับเขา

ประธานาธิบดีทรัมป์หันมาใช้มาตรการแข็งกร้าวด้านการค้าซึ่งเป็นมาตั้งแต่ยุค 1980 เพราะญี่ปุ่นถูกมองว่าเป็นประเทศคู่แข่งของสหรัฐ แต่นายกรัฐมนตรีอาเบะได้ให้ความสำคัญกับผู้นำสหรัฐคนนี้นับตั้งแต่รู้ว่านักธุรกิจผู้หันมาเอาดีทางการเมืองชนะการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐปีค.ศ.2016 ด้วยการมอบไม้กอล์ฟประดับทองให้เป็นของขวัญ แถมยังยอมบินไปครึ่งโลกเพื่อไปร่วมงานวันเกิดของนางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ

แพทริก บูชาน เจ้าหน้าที่ออสเตรเลียซึ่งดูแลโครงการพันธมิตรสหรัฐให้กับศูนย์เพื่อยุทธศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศในกรุงวอชิงตัน บอกว่านี้คือรูปแบบหนึ่งของวิธีการเอาใจประธานาธิบดีทรัมป์ เรียกได้ว่าการเป็นผูกสัมพันธ์ส่วนตัวไว้ก่อน ส่วนการแก้ปัญหาค่อยหาทางใช้ช่องทางที่เป็นการส่วนตัว.
.................
เลนซ์ซูม


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%