อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2562

แค่เริ่มเกมก็เห็นเค้าลาง ความยุ่งยากของรัฐบาลใหม่

สัปดาห์นี้จับตาเกมการเมือง แค่เปิดประชุมสภา ก็เห็นเค้าลางความยุ่งยากแล้ว พอเสียงปริ่มเรื่องงูเห่าก็มีปัญหาเยอะ หลายฝ่ายประเมินว่ารัฐบาลไม่น่าจะมีเสถียรภาพจากภาวะเสียงปริ่มน้ำนี่แหละ พฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม 2562 เวลา 12.00 น.


เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ก็เป็นวันเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกเพื่อเลือกประธานรัฐสภา ก็เห็นเค้าลางความยุ่งยากจากการเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำอยู่รำไรแล้ว ปัญหามันเริ่มตั้งแต่การเจรจาต้าอวยกับพรรคขนาดกลางสองพรรคยังไม่สำเร็จดี ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็ “รักษาสิทธิ์” ตัวเองในการเสนอชื่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นเป็นแคนดิเดตประธานสภา และในคืนวันที่ 24 พ.ค. ก็มีข่าวความวุ่นวาย



เพราะเรื่องแคนดิเดตประธานรัฐสภานี่ก็ชักเข้าชักออกอยู่หลายรอบ ขั้วพลังประชารัฐเองก็อยากให้คนของตัวเองคืv นายสุชาติ ตันเจริญ ได้ตำแหน่งไป เพื่อคุมเกมสภาให้อยู่ในภาวะที่รัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ แต่เข้าใจได้ว่า ความที่พรรคขนาดกลางสองพรรค คือ ประชาธิปัตย์-ภูมิใจไทย ยัง “ลองเชิง” กันอยู่กับพลังประชารัฐด้วยเงื่อนไขด้านอำนาจ (ก็เก้าอี้รัฐมนตรีนั่นแหละ) ทำให้ประชาธิปัตย์ก็น่าจะมีความหวังในการเป็นขั้วที่สามได้ จึงเสนอชื่อนายชวนขึ้นสู้

พอเปิดมติพรรคออกมาว่าส่งนายชวนลงชิงเก้าอี้ คราวนี้คืนวันที่ 24 พ.ค. ทางพรรคพลังประรัฐก็ดูเหมือนจะนั่งกันไม่ค่อยติด รีบประชุมกรรมการบริหารพรรคคืนนั้นและแกนนำก็ชิ่งหนีสื่อ สะท้อนท่าทางของความยังไม่แน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาลขึ้นมาทันที จนวันที่ 25 พ.ค. แกนนำพรรคต้องประกาศจะส่งเทียบเชิญไปหาสองพรรคขนาดกลางอย่างเป็นทางการ ขณะที่ทั้งประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยก็รู้สึกถึงการเพิ่มอำนาจการต่อรองขึ้นมาได้ทันที

พอมาดูผลโหวตเลือกประธานรัฐสภาและรองประธานสภาฯ 2 คน อย่างที่เห็นกันคือ คะแนนไม่เท่ากันทุกรอบ สะท้อนความเสียงไม่นิ่ง โดยเฉพาะในการโหวตเลือกรองประธานสภาฯ คนที่ 1 คือ นายสุชาติ ตันเจริญ คะแนนห่างจากผู้ท้าชิงของพรรคอนาคตใหม่แค่ 2 คะแนน จนเกิดเป็นความคิดว่า “ฝ่ายไหนก็มีงูเห่าได้” ยิ่งถ้ารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ งูเห่าจะเป็นตัวแปรต่อการอภิปรายกฎหมายที่รัฐบาลต้องการผลักดันและอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที



จนมีความเชื่อมาจากทางขั้วเพื่อไทย, อนาคตใหม่ ว่า “งูเห่าเขาเจรจาเป็นรอบ ๆ” ประกอบกับ นายสมัคร ป้องวงษ์ ส.ส.สมุทรสาคร พรรคอนาคตใหม่ ออกมาปูดข่าวว่า “เขาจ่ายค่างูเห่าตัวละตั้ง 20 ล้าน” แบ่งเป็นก้อนแรก 6 ล้าน โหวตเลือกประธานรัฐสภา ก้อนที่สอง 7 ล้าน โหวตเลือกนายกฯ และก้อนที่ 3 คือที่เหลือที่ให้เหมือนให้เปล่าถ้ากล้าโหวตสวน (อันนี้ไม่แน่ใจว่าโหวตสวนที่ว่าหมายถึงกฎหมายอื่นหรืออะไร) แถมบางคนมีการเสนอถึง 50 ล้านบาท

พร้อมทั้งยืนยันว่าได้รับการติดต่อจนคืนวันสุดท้ายที่จะโหวตเลือกประธานรัฐสภา ซึ่งเอาจริงก็เชียร์พรรคอนาคตใหม่ว่า ถ้าอยากสร้างการเมืองสะอาดจริงต้องเก็บหลักฐานเชิงประจักษ์มาประจานกันสด ๆ ไปเลย จะได้จัดการคนให้ให้สิ้นเรื่องสิ้นราว การมาปล่อยข่าวและพูดเชิงทีเล่นทีจริงว่า “น้อยใจเล็ก ๆ ที่คนอื่นได้ถึง 50 ล้าน” มันคือการโยนหินถามทางเพื่อสร้างราคาอย่างหนึ่ง และเห็นหัวหน้าพรรคเขาก็เงื้อง่าราคาแพงจะแฉอยู่แล้วนี่

แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ ถ้างูเห่าเขาเจรจาเป็นรอบ ๆ คราวนี้จะยิ่งเกิดการทุจริตโกงกินกันมหาศาลแน่นอน เพราะจะต้องมีการตกลงผลประโยชน์เป็นรอบ ๆ ไม่ได้จ่ายเดียวจบ ใครจะรู้ล่ะว่าต่อไปในอนาคตจะมีกฎหมายไหนที่ต้องพึ่งพางูเห่ากันอีก แล้วไอ้เงินที่เอามาจ่ายก็อย่าคิดว่านักการเมืองควักกระเป๋าตัวเองเสียล่ะ ก็เป็นเงินผันเงินทอนมาจากงบประมาณแผ่นดินนี่แหละ การยอมจ่ายให้กฎหมายไหนก็น่าจะแปลว่ากฎหมายนั้นหาประโยชน์ได้

แล้วคำว่างูเห่านี่ไม่ใช่แค่งูเห่าในพรรคฝ่ายค้านเท่านั้นที่ต้องซื้อ เผลอ ๆ ความที่เสียงปริ่ม ในพรรครัฐบาลนี่แหละที่ต้องเสนอต่อรองผลประโยชน์ให้ ไม่งั้นพวกเล่นแง่โหวตสวนเอาก็ได้ โดยอ้างว่าเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ทำให้ฝ่ายวิปรัฐบาลคงต้องทำงานหนักมากขึ้นกว่าเดิม ยิ่งพลังประชารัฐเจอพรรคร่วมที่เก๋าเกมอย่างประชาธิปัตย์และภูมิใจไทย โอกาสที่ในอนาคตจะมีการต่อรองก็ยิ่งมาก ขนาดเรื่องเก้าอี้รัฐมนตรีก็มีข่าวว่าต้องยอมกันสุดลิ่ม



ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเจรจา “กระทรวงเกรดเอ” ที่พลังประชารัฐต้องการเก็บไว้ดูเองเพื่อทำผลงานก็มีข่าวว่าโดน “ตบทรัพย์” ไปเรียบร้อย คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงคมนาคม ซึ่งจะเสียไปจริงหรือไม่ก็รอดูวันที่ประกาศตั้ง ครม. อีกไม่นานแล้วล่ะ แต่ถ้าไม่ให้ ทางโน้นก็ปล่อยข่าวเรียบร้อยแล้วว่า “พร้อมตั้งขั้วที่สาม” และขั้วเพื่อไทย, อนาคตใหม่ก็พร้อมเข้ามาร่วมเอาง่าย ๆ เพราะเขาต้องการเช็คบิลล้มล้าง คสช. อยู่แล้ว

พอเสียงปริ่ม เรื่องงูเห่าก็มีปัญหาเยอะ เรื่องพรรคร่วมพร้อมยึกยักก็มีปัญหาอีก นี่แค่เพิ่งเริ่ม ต่อจากเงื่อนไขเก้าอี้รัฐมนตรี ที่น่าสนใจคือเงื่อนไขต่อไปที่อาจเสนอ คือ เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมรดกของ คสช. ในรัฐธรรมนูญเป็นหนามตำใจของหลายพรรคการเมือง ทั้งเรื่องระบบเลือกตั้งที่ปาร์ตี้ลิสต์มีวิธีคิดค้านสายตา เรื่อง ส.ว. มาคุมรัฐบาลทำตามยุทธศาสตร์ชาติ พรรคร่วมอาจงัดเงื่อนไขบีบคอ คสช. ให้ไปทำให้ ส.ว. ยอมผ่านแก้ไขรัฐธรรมนูญ

ซึ่งบางคนเขาก็คิดว่าเป็นทางออกสำหรับพรรคร่วมเพื่อล้างภาพ แก้ข้อครหา “ตระบัดสัตย์” ไปร่วมหนุนให้ คสช. สืบทอดอำนาจ ไหน ๆ ก็เคยลงสัตยาบันลานโพธิ์กันไว้แล้ว พรรคร่วมก็สร้างภาพ “การทำงานเราคิดถึงประเทศชาติ และขณะเดียวกันเราก็มีเจตจำนงจะล้างมรดกของ คสช. ไปด้วย” เผลอ ๆ พรรคภูมิใจไทยหรือประชาธิปัตย์จะต้องเป็นแกนนำในการเคลื่อนไหวเรื่องนี้เอง ส่วนพลังประชารัฐนั้นไม่เล่นด้วยอยู่แล้ว



วิธีแก้รัฐธรรมนูญมันก็มีโมเดลของมันอยู่ที่มีผู้เสนอคือให้เพิ่มมาตราให้มีการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ เรื่องหนึ่งที่น่าสนใจว่าแต่ละพรรคต้องการแก้ไข คือ การดำรงตำแหน่งขององค์กรอิสระ ซึ่งนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. เคยอธิบายว่า เรื่องนี้ต้องมีการทำประชามติ ซึ่งก็ขอให้ผ่านด่านแรกแก้ไขได้ก่อนเถอะ ที่เหลือเขาจัดการกันได้ องค์กรอิสระตอนนี้ก็โดนข้อครหา อย่าง กกต. ก็เรื่องจัดเลือกตั้ง ป.ป.ช. ก็เรื่องนาฬิกา ก็อยากเปลี่ยนกรรมการ

เผลอ ๆ เรื่องแก้รัฐธรรมนูญนี่อาจเป็นเรื่องที่เขาเตรียมจะเคลื่อนไหวเร็ว ๆ นี้ก็ได้ ปล่อยให้ฝุ่นตลบจากการจัดตั้งรัฐบาลซาลงไปก่อน การสร้างภาพสร้างผลงานมันต้องรีบทำ เพราะมีแต่คนประเมินว่ารัฐบาลไม่น่าจะมีเสถียรภาพจากภาวะเสียงปริ่มน้ำนี่แหละ ซึ่งเรื่องนี้มันงานนิติบัญญัติ ทำควบคู่ไปกับงานบริหารได้ พอแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จก็จัดเลือกตั้งใหม่ ระบบที่คิดว่านักการเมืองคงอยากได้มากคือเลือกตั้งแบบรัฐธรรมนูญ 40 ใช้บัตรสองใบ

อีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจจากภาพแรกในการประชุมสภา คือ ..หลายคนทำหน้าที่แข็งขันแม้แต่พรรคใหม่อย่างอนาคตใหม่ การอภิปราย การประท้วงประธาน ทำให้กองเชียร์ฝั่งตรงข้าม คสช. กระเหี้ยนกระหือมากอยากเห็นรัฐมนตรีจาก คสช.ถูกอภิปรายในสภา โดยเฉพาะนายกฯ บิ๊กตู่หรือรองนายกฯ บิ๊กป้อม เผื่อจะได้รู้ว่า สภาฯ ของจริงไม่ใช่สภาฯ แบบสั่งได้ มันแตกต่างกันอย่างไร หรือจะไม่มาประชุมสภาฯ บอกขอทำงานบริหารเดี๋ยวก็รู้

ตอนนี้เปิดเกมแรกแล้ว รอดูเกมสองเกมสามได้ การเมืองปีนี้เดือดจริง ๆ.
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%