อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2562

"รัฐบาลใหม่" ภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560

สัปดาห์นี้ทุกคนก็คงจะเห็นหน้าตา ปธ.วุฒิฯ-ปธ.สภาฯ และรองคนที่ 1 และ 2 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งอยู่ในขั้นตอนรอการโปรดเกล้าฯ ก่อนเปิดประชุมสภาฯ เลือกนายกฯ คนต่อไป พฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.00 น.


ประเทศไทยหวนกลับสู่เส้นทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้าควบคุมอำนาจการบริหารประเทศเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 57 เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้นตกอยู่ในความระส่ำระสายเป็นสังคมอนาธิปไตย (Anachy) บ้านเมืองไร้ขื่อแปอยู่ในภาวะรัฐล้มเหลว (failure state) ประเทศชาติไร้เสถียรภาพทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและความมั่นคง โดยมีการเดินหน้าปฏิรูปประเทศและแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้างตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งบัดนี้กำลังอยู่ในห้วงเวลาของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายใต้กติการัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560

การเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 62 มีพรรคการเมืองเข้าร่วมชิงชัยในการเลือกตั้ง 106 พรรค ส่งสมาชิกพรรคลงสมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 11, 181 คน และ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ 2,917 คน รวม 14,098 คน



สถิติเกี่ยวกับการเลือกตั้งในครั้งนี้ ประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง 51,239,638 คน ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 38,268,375 คน คิดเป็นร้อยละ 74.69 ผู้ไม่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 12,971,263 คน คิดเป็นร้อยละ 25.31 บัตรดี 35,532,645 ใบ คิดเป็นร้อยละ 92.85 บัตรเสีย 2,130,327 ใบ คิดเป็นร้อยละ 5.57 บัตรไม่ประสงค์ลงคะแนน (โหวตโน) 605,093 ใบ คิดเป็นร้อยละ 1.58

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลการเลือกตั้งซึ่งมีประชาชนออกมาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกสมาชิกพรรคการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการเมื่อวันที่ 28 มี.ค.62 ดังนี้

พรรคพลังประชารัฐ 8,433,137 คะแนน
พรรคเพื่อไทย 7,920,630 คะแนน
พรรคอนาคตใหม่ 6,265,950 คะแนน
พรรคประชาธิปัตย์ 3,947,726 คะแนน
พรรคภูมิใจไทย 3,732,883 คะแนน
พรรคเสรีรวมไทย 826,530 คะแนน
พรรคชาติไทยพัฒนา 782,031 คะแนน
พรรคเศรษฐกิจใหม่ 485,664 คะแนน
พรรคประชาชาติ 485,436 คะแนน
พรรคเพื่อชาติ 419,393 คะแนน
พรรครวมพลังประชาชาติไทย 416,234 คะแนน
พรรคชาติพัฒนา 252,044 คะแนน
พรรคพลังท้องถิ่นไทย 213,129 คะแนน
พรรครักษ์ผืนป่าแห่งประเทศไทย 136,597 คะแนน
พรรคพลังปวงชนไทย 81,733 คะแนน
พรรคพลังชาติไทย 73,781 คะแนน



ต่อมา กกต. ประกาศผลเลือกตั้งรับรอง ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งเมื่อวันที่ 7 พ.ค. 62 จำนวน 349 คน ดังนี้ พรรคเพื่อไทย 136 คน พรรคพลังประชารัฐ 97 คน พรรคภูมิใจไทย 39 คน พรรคประชาธิปัตย์ 33 คน พรรคอนาคตใหม่ 30 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 6 คน พรรคประชาชาติ 6 คน พรรครวมพลังประชาชาติไทย 1 คน พรรคชาติพัฒนา 1 คน

และประกาศผลรับรอง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 62 จำนวน 149 คน ดังนี้ พรรคอนาคตใหม่ 50 คน พรรคประชาธิปัตย์ 19 คน พรรคพลังประชารัฐ 18 คน พรรคภูมิใจไทย 12 คน พรรคเสรีรวมไทย 10 คน พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6 คน พรรคเพื่อชาติ 5 คน พรรคชาติไทยพัฒนา 4 คน พรรครวมพลังประชาชาติไทย 4 คน พรรคพลังท้องถิ่นไทย 3 คน พรรคชาติพัฒนา 2 คน พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 คน พรรคพลังปวงชนไทย 1 คน พรรคพลังชาติไทย 1 คน พรรคประชาชาติ 1 คน (ส.ส. แบบบัญชีแบบบัญชีรายชื่อที่มีคะแนนมากกว่า 7 หมื่นคะแนน)

พรรคการเมืองที่มี ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคละ 1 คนดังนี้ มี 11 พรรคประกอบด้วย พรรคประชาภิวัฒน์, พรรคพลังไทยรักไทย, พรรคไทยศรีวิไลย์, พรรคประชานิยม, พรรคครูไทยเพื่อประชาชน, พรรคประชาธรรมไทย, พรรคประชาชนปฏิรูป, พรรคพลเมืองไทย, พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคพลังธรรมใหม่ และพรรคไทยรักธรรม (ส.ส. แบบบัญชีแบบบัญชีรายชื่อมีคะแนน ระหว่าง 33,691-69,276 คะแนน)



ล่าสุดผลการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 62 ปรากฎว่าพรรคอนาคตใหม่ได้ ส.ส. เพิ่มขึ้น 1 คน ในขณะเดียวกันมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อของพรรคไทยรักธรรมขาดลดไป 1 คน ส่วนพรรคพลังประชารัฐและพรรคประชาธิปัตย์ได้ ส.ส เพิ่มขึ้นพรรคละ 1 คน และเมื่อวันที่ 29 พ.ค. 62 ส.ส.ทั้ง 3 คนดังกล่าวได้เข้ารายงานตัวที่สำนักงานเลขาธิการ กกต.

วันที่ 24 พ.ค. 62 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ ทรงเปิดการประชุมรัฐสภา ที่ห้องประชุมวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ ทรงมีพระราชดำรัสแก่สมาชิกรัฐสภา ความตอนหนึ่งว่า...

“...ข้าพเจ้าขอเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อให้ทำหน้าที่นิติบัญญัติตั้งแต่วาระนี้เป็นต้นไป ขอให้สมาชิกแห่งสภาพึงนึกถึงความสำคัญ และความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง เพราะการกระทำทุกอย่างของแต่ละคน จะมีผลโดยตรงถึงความมั่นคงของประเทศ และความสุขทุกข์ของประชาชน จึงจำเป็นที่ทุกคนจะต้องร่วมมือกันปฏิบัติภารกิจทั้งปวง โดยเต็มกำลังสติปัญญา ความสามารถ ด้วยความสุจริต และด้วยความคิดพิจารณาอันสุขุมรอบคอบ หนักแน่นด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง เที่ยงตรงตามหลักนิติธรรมและคุณธรรม ให้งานของชาติดำเนินก้าวหน้าไปโดยไม่ติดขัด และบังเกิดประโยชน์อันพึงประสงค์สมบูรณ์บริบูรณ์...”



ต่อมาในวันเดียวกันมีการประชุมวุฒิสภานัดแรกเพื่อเลือกประธานวุฒิสภา ณ หอประชุมใหญ่อาคารทีโอทีตึกทีโอที ปรากฏว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ได้เป็นประธานวุฒิสภา โดยที่ประชุมเสนอชื่อเพียงคนเดียว และ พล..สิงห์ศึก สิงห์ไพร เป็นรองประธานฯ คนที่ 1 นายศุภชัย สมเจริญ เป็นรองประธานฯ คนที่ 2



วันที่ 25 พ.ค. 62 มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกเพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ณ หอประชุมใหญ่อาคารทีโอที ปรากฏว่า นายชวน หลีกภัย ได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และวันที่ 26 พ.ค.62 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เลือก นายสุชาติ ตันเจริญ เป็นรองประธานฯ คนที่ 1 และ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานฯ คนที่ 2

ระหว่างนี้อยู่ในขั้นตอนรอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา หลังจากนี้จะมีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีต่อไป.
………………………
คอลัมน์ : ว่ายทวนน้ำ
โดย “ทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%