อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562

เลือกที่อยู่ ตอนที่ 1

เนื่องด้วยกองทัพบกได้ดำเนินการจับสลากตำแหน่งรับราชการเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอประกาศให้ทราบดังนี้... จันทร์ที่ 3 มิถุนายน 2562 เวลา 11.00 น.


พอใกล้เดือนตุลาคมของแต่ละปี ประชาชน ชาวบ้านร้านตลาดที่มีความสนใจเรื่องการเมืองกับการทหารซึ่งแยกกันไม่ค่อยจะออกมาช้านานแล้วก็มักจะมีอาการอยู่ไม่ค่อยเป็นสุขเสมอ พอทุ่มตรงเป๊ะ ไม่ว่าจะทำอะไรอยู่ก็ต้องหยุดชั่วคราว คอยฟังข่าวรอบทุ่มตรงจากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย

พอไม่มีข่าวที่ตัวเองอยากจะฟังก็ถอนหายใจ เฮ้อ...แล้วก็คอยฟังอีกทีตอนข่าวสองทุ่ม ถ้าสองทุ่มยังไม่มีอีกก็รีบเข้านอนเพื่อจะได้ตื่นแต่เช้าคอยฟังข่าวเจ็ดโมงเช้าอีกทีหนึ่ง วนเวียนอยู่อย่างนี้จนกว่าจะได้ฟังข่าวที่กำลังสนใจ

นอกจากคอยฟังข่าวจากสถานีวิทยุแล้ว ก็ต้องคอยติดตามข่าวความเคลื่อนไหววิเคราะห์เจาะลึกประเภทสำนักข่าวลือ หรือ เจาะเกราะ เจาะหม้อ เจาะไห เพื่อจะได้รู้เรื่องที่ตัวเองอยากรู้ ช่วงนี้หนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับต้องติดตามข่าวประเภทนี้ให้ใกล้ชิด ใครได้อะไรดีๆมาก็เอามาแย้มพรายไว้ในคอลัมน์ของตัวเองว่า

บิ๊กไหนจะเด้งไปอยู่ไหน บิ๊กไหนจะเลื่อนชั้นเป็นอะไร ฯลฯ

ครับ...เรื่องการโยกย้ายประจำปีของพวกกระผมนั่นแหละ...


ว่ากันอันที่จริงแล้วเรื่องการโยกย้ายนี่ พวกเราคุ้นเคยมานานแล้วในชีวิตของการเป็นทหาร(และตำรวจ) ครับ...นับตั้งแต่เริ่มย่างเท้าเข้ามาก้าวแรกในอาณาจักร “จักรดาว”คือโรงเรียนเตรียมทหารนั่นแหละ

ก้าวแรกที่ว่านั่นก็ตั้งแต่ยังไม่รู้ว่าจะมีโอกาสให้เขาโขกสับในฐานะของนักเรียนเตรียมทหารเลย คืออีตอนยื่นใบสมัครแสดงความจำนงว่าผมอยากเป็นนายกฯ...เอ๊ย อยากเป็นนักเรียนเตรียมทหารครับนั่นไง

ตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา ถ้าใครโชคดี(บางคนก็โชคร้าย)สอบเข้ามาได้ ต่อจากนั้นชีวิตก็ต้องพบกับ “การโยกย้าย”เป็นระยะๆ ไปจนกว่าจะปลดเกษียณหรือไป ปว.เข้าแล้วไม่สำเร็จ แล้วหลวงท่านก็เลยใช้ไม้เด็ดเข้าให้คือ ปอ.(ปลดออก)ก็เป็นอันว่าไม่ต้องคอยเตรียมเก็บข้าวเก็บของหอบลูกจูงหลานไปกับการโยกย้ายอีกต่อไป

ผมจะเล่าให้ฟังถึงประสบการณ์ของพวกผมในเรื่องของการโยกย้าย เอ้า...ใครอยากฟัง(อ่าน)ก็ตีวงเข้ามา

เริ่มตั้งแต่อีตอนสอบเข้านักเรียนเตรียมทหารเลยนะครับ…



ผมสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารหลายปีมาแล้ว (นานเท่าไหร่จ้างก็ไม่บอก กระเดี๋ยวคุณจะรู้อายุจริงๆของผม แล้วเที่ยวพูดว่า คนอาไร้ แก่แล้วยังเที่ยวเขียนหนังสือหลอกเด็กๆอีก) ซึ่งในยุคนั้นการเลือกเหล่าที่ตัวเองอยากไปอยู่ก็จะทำตั้งแต่ตอนที่มาสมัครสอบโน่น

ในใบสมัคร นอกจากเราจะต้องกรอกความจริงไปว่า ชื่ออะไร? นามสกุลอะไร ? อายุเท่าไหร่ ? มีเมียเรอะยัง ? ติดเฮติดผงมั่งมั้ย ? เป็นกะเทยเรอะเป่า ฯลฯ แล้ว เรายังจะต้องระบุด้วยว่าอยากเป็นทหารอะไร หรือว่าไม่อยากเป็นทหารอะไรทั้งนั้น !

อ้าว...ไม่อยากเป็นทหารแล้วมาสอบเตรียมทหารเอาสวรรค์วิมานอะไรเล่า !

ก็อยากเป็นตำรวจไงครับ !


ครับ...ในแบบฟอร์มใบสมัครจะมีช่องให้กรอกเป็น 4 ลำดับลงมาตั้งแต่ลำดับ 1 ถึง 4 ก็ให้ผู้สมัครเขียนเรียงลงไปตามความต้องการของตนเองหรือของพ่อที่ยืนกำกับอยู่ข้างหลังไอ้หนูนั่นก็แล้วแต่ ทั้งนี้เพื่อจะได้ใช้เป็นมูลฐานในการที่ผู้บังคับบัญชาจะกำหนดเหล่าให้ในโอกาสต่อไป

ก็มีทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตำรวจ

แต่มีข้อยกเว้นสำหรับบุคคลบางจำพวก ได้แก่ พวกที่จบการศึกษาจากโรงเรียนนายสิบของเหล่าทัพทั้งสามคือ นักเรียนนายสิบทหารบก นักเรียนจ่าทหารเรือ และนักเรียนจ่าอากาศ พวกนี้ไม่ต้องเลือกเหล่าเพราะจะต้องกลับไปรับราชการใช้หนี้ในเหล่าทัพที่ตนสังกัดอยู่

พอส่งใบสมัครเสร็จก็เป็นอันว่าพวกเราเริ่มเข้าไปสู่วงจรของการโยกย้ายแล้วตั้งแต่บัดนั้น !

..................................................................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%