อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

ค้างใบสั่งอายัดทะเบียน-ตัดแต้ม ยกระดับกฎจราจรให้ศักดิ์สิทธิ์

สัปดาห์นี้มีเรื่องที่ทุกคนต้องทราบมาบอกต่อ ใครที่เป็นนักเก็บออมใบสั่ง นอกจากจะถูกอายัดทะเบียน ยังมีมาตรการตัดแต้มเพิกถอนใบขับขี่ ยกระดับกฎจราจรให้ศักดิ์สิทธิ์ อังคารที่ 4 มิถุนายน 2562 เวลา 08.00 น.

 
พูดกันมานานหลายปี เลื่อนแล้วเลื่อนอีก ในที่สุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ก็ตั้งโต๊ะแถลงร่วมกัน ย้ำชัด ๆ ถึงโครงการเชื่อมระบบอายัดทะเบียนรถกรณีค้างชำระค่าปรับจราจร (ใบสั่ง) จะดีเดย์วันที่ 1 ต.ค. นี้
 
ต่อไปใครเบี้ยวค่าปรับจราจรด้วยการสะสมใบสั่งไว้ จะด้วยเจตนาก็ดีหรือไม่เจตนาก็ตาม เมื่อถึงกำหนดชำระภาษีรถประจำปี จะไม่สามารถต่อภาษีได้ฉลุยเหมือนที่ผ่านมา เพราะระบบของตำรวจกับกรมขนส่งฯ เชื่อมต่อกันแล้ว จะแจ้งประวัติการถูกใบสั่งเหมือนถูกอายัดทะเบียนนั่นเอง
 
ดังนั้นผู้ขับขี่ หรือเจ้าของรถต้องชำระค่าใบสั่งกับกรมขนส่งฯ ก่อน หากไม่พร้อมชำระค่าปรับในคราวเดียวกัน เช่น สะสมไว้หลายใบ เงินที่นำมาไม่พอ ขบ. จะเปิดให้ชำระภาษีประจำปีได้ แต่จะได้รับหลักฐานแสดงการเสียภาษีประจำปีชั่วคราว มีอายุ 30 วัน นับตั้งแต่วันที่นายทะเบียนออกให้เท่านั้น เมื่อชำระค่าปรับเรียบร้อยสามารถนำหลักฐานใบเสร็จการชำระค่าปรับมาแสดง เพื่อรับเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี (ป้ายวงกลม) ฉบับจริงได้ในภายหลัง
 
หากไม่ชำระค่าปรับภายในเวลาที่กำหนด ตำรวจจะแจ้งนายทะเบียน ขบ. ให้งดออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปี (อายัดทะเบียน) หากถูกตำรวจจราจรตรวจจับจะถูกปรับข้อหาใช้รถไม่ติดป้ายแสดงการชำระค่าภาษีฯ ไม่เกิน 2,000 บาทด้วย


 
ในห้วงเวลาเดียวกัน พ.ร.บ.จราจรทางบกฉบับที่ 12 พ.ศ. 2562 ที่มีการแก้ไขเกี่ยวกับระเบียบวิธีการชำระค่าปรับ การตรวจสอบใบอนุญาตขับรถ (ใบขับขี่) การออกใบสั่ง และการว่าตักเตือนหากพบผู้ฝ่าฝืน การตัดแต้มใบขับขี่ รวมถึงให้ผู้ขับขี่แสดงใบขับขี่ด้วยวิธีการทางข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (ใบขับขี่ดิจิทัล) หรือสำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตขับขี่ ตามที่ ขบ. กำหนดได้ ซึ่งมีผลบังคับใช้วันที่ 20 ก.ย.62
 
พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (สตช.) บอกว่า ตำรวจและขนส่งได้ตั้งคณะทำงานย่อย  3 ฝ่าย เพื่อออกระเบียบหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้มีความพร้อมมากที่สุด อาทิ เรื่องการตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ หรือการตัดแต้มใบขับขี่ เช่น กำหนดไว้ 12 แต้ม หากถูกตัดแต้มแล้วต้องเข้ารับการอบรม จาก ขบ. เพื่อจะได้รับแต้มกลับคืนมา รวมถึงเรื่องการแสดงใบขับขี่ดิจิทัล หากไม่ทันสามารถขยายเวลาบังคับใช้ออกไป 90 วัน หรือภายในวันที่ 20 ธ.ค.62 ระหว่างนี้ประชาชนยังต้องพกใบขับขี่ฉบับจริงไปก่อน
 
สำหรับการตัดแต้มใบขับขี่ ผู้ขับขี่จะมีคนละ 12 คะแนน เบื้องต้นแบ่งความผิดเป็น 3 ระดับคือ ระดับที่ 1 ความผิดกระทบต่อตนเองและสาธารณะเล็กน้อย ตัด 1 แต้ม เช่นไม่สวมหมวกกันน็อก ไม่คาดเข็มขัด ใช้โทรศัพท์ขับรถ และขับรถเร็ว ระดับที่ 2 กระทบสาธารณะปานกลาง ตัด 2 แต้ม เช่น ผ่าไฟแดง และขับรถย้อนศร และระดับที่ 3 กระทบสาธารณะรุนแรง ตัด 3 แต้ม เช่น เมาแล้วขับ เสพยาเสพติด และขับชนแล้วหนี หากคะแนนถูกตัดทั้งหมด ต้องพักใช้ใบขับขี่ 90 วันก่อน
 
ทั้งนี้ภายใน 3 ปีถูกพักใช้ใบขับขี่เกินกว่า 2 ครั้ง ครั้งที่ 3 จะถูกพักใช้ 1 ปีขณะเดียวกันหากกระทำผิดครั้งที่ 3 แล้วยังอยู่ในระยะควบคุมความประพฤติ 1 ปีถ้ากระทำผิดจะถูกพักใช้เป็นครั้งที่ 4 และจะถูกเพิกถอนใบขับขี่ ส่วนการคืนคะแนนนั้น หากคะแนนถูกตัดไป 8 แต้ม เหลือไม่เกิน 4 แต้มต้องขออบรมและต้องเสียค่าใช้จ่ายในการอบรมเอง โดยต้องอบรมที่ ขบ. หรือโรงเรียนสอนขับรถที่ ขบ. ให้การรับรอง จากนั้นต้องสอบให้ผ่านถึงจะได้รับแต้มคืน


 
พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผู้บัญชาการศึกษา สตช. ในฐานะคณะทำงานแก้ปัญหาจราจร ให้รายละเอียดว่า การเชื่อมข้อมูลกับกรมขนส่งฯ เพื่อบูรณาการทำงานในการลดปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน และแก้ไขปัญหาการจราจร เพราะสาเหตุสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุในไทยคือ ผู้ขับขี่ไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร
 
ปี 60 ตำรวจออกใบสั่ง 5.2 ล้านใบ พบผู้กระทำผิดกฎหมายซ้ำ 1.2 ล้านราย หรือ 20% ขณะที่ปี 61 ออกใบสั่ง 11 ล้านใบ มาชำระเพียง 1.3 ล้านใบ และมีใบสั่งตกค้างในระบบ 9.7 ล้านใบ มากกว่า 85% ส่วนช่วง 6 เดือนแรกของปี 62 ออกใบสั่งทั้งหมด 7 ล้านใบ มีใบสั่งที่ยังค้างชำระค่าปรับในระบบมากถึง 5.9 ล้านใบ หรือ 84% ส่วนเงินค่าปรับจากใบสั่งเฉลี่ย 500 บาทต่อใบ ตกประมาณ 5,500 ล้านบาทต่อปี ประชาชนสามารถตรวจสอบว่าค้างใบสั่งอยู่หรือไม่ ได้ที่ www.ptm.police.co.th หรือแอปพลิเคชัน policeserveyou และแอปพลิเคชัน policeiloveyou
 
ขณะนี้ประชาชนโหลดแอปพลิเคชัน “DLT Smart Licence” ของ ขบ. บนโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน เพื่อรองรับการใช้ใบขับขี่ดิจิทัลแล้วกว่าล้านคน คาดว่าผู้มีใบขับขี่แบบเก่าทั้งที่เป็นกระดาษและแบบสมาร์ตการ์ดแต่ยังไม่มีคิวอาร์โค้ด ซึ่งรองรับระบบใบขับขี่ดิจิทอล จะทยอยมาเปลี่ยนเป็นใบขับขี่สมาร์ตการ์ดที่มีคิวอาร์โค้ดจำนวนมาก
 
“ปัจจุบันมีผู้มาขอใบอนุญาตขับขี่จำนวนมาก ทำวันต่อวันไม่ทัน ต้องใช้ระบบคิว แต่ได้ให้เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลผู้มาขอรับใบขับขี่ และเปลี่ยนใบขับขี่แบบเก่า เพื่อจัดการระบบให้ประชาชนสะดวกรวดเร็วมากที่สุดนางจันทิรา บุรุษพัฒน์ รองอธิบดีขบ. กล่าวทิ้งท้าย
 
โลกดิจิทัลแม้แต่ใบขับขี่ยังต้องอัจฉริยะ แต่ก็ต้องยกระดับกฎหมายการจราจรให้ศักดิ์สิทธิ์ขึ้น ด้วยการดัดหลังอายัดการต่อทะเบียนรถประจำปี รวมถึงออกมาตรการตัดแต้มใบขับขี่ ที่มีอยู่ในระบบกว่า 37 ล้านใบให้คนไทยเป็นนักขับที่มีคุณภาพขึ้น เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนนทุกชีวิต.
...............................
คอลัมน์ : มุมคนเมือง
โดย “เทียนหยด”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    27%
  • ไม่เห็นด้วย
    73%

บอกต่อ : 90