อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562

เจาะเส้นทางธุรกิจรัฐมอญ เปิดโอกาส'นักลงทุนไทย'

สัปดาห์นี้พาไปติดตามเส้นทางการค้า “ไทย-รัฐมอญ” เปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยนำสินค้าส่งออก ตีตลาดในประเทศเมียนมา พุธที่ 5 มิถุนายน 2562 เวลา 11.00 น.


วันหยุด 3 วัน ผมเดินทางไปสำรวจตลาดขายผลไม้ ลูกชิ้น สถานที่ท่องเที่ยว รวมทั้งเครื่องอุปกรณ์ทางเกษตรในเมืองมะละแหม่ง (Moulmein) เมืองมุเดิง (Modon) รัฐมอญ ประเทศเมียนมา โดยเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปแม่สอด แล้วผ่านแดนโดยประทับตราวีซ่าเข้าไป ท่ามกลางฝนตกตลอดทาง ผ่านเทือกเขา ทุ่งนา และหมู่บ้านแบบวิถีชนบท ผ่านถนนที่มีรถบรรทุกขนาดใหญ่ขนส่งสินค้าจากไทย-จีน สัญจรไปมาตลอดทาง
 
รัฐมอญ มีประชาชากรทั้งหมดประมาณ 3 ล้านคน ส่วนใหญ่ยึดอาชีพทำเกษตรกรรม การนำสินค้าไปขายที่รัฐมอญไม่ยาก เพียงแต่เราต้องรู้จักสมาคมการค้าหรือบุคคลในท้องถิ่นที่ไว้ใจได้เท่านั้น สำหรับสินค้าทุกชนิดที่มาจากประเทศไทยเป็นที่นิยมชื่นชอบของคนในรัฐมอญ รัฐกระเหรี่ยงมากกว่าสินค้าที่มาจากจีนและเกาหลี





เมื่อไปถึงเมืองมะละแหม่ง ผมและคณะได้รับการต้อนรับที่ดียิ่งจาก U Win Htein นายกสมาคมธุรกิจการค้ารัฐมอญ ประเทศเมียนมา และคณะนักธุรกิจในเมืองมะละแหม่ง โดยพาไปสำรวจสถานที่ตั้งทำเลแหล่งเศรษฐกิจ ซึ่งมีทั้งของรัฐบาล เอกชน และที่ว่างเปล่าที่ให้เช่า
 
จากการสอบถามราคาที่เช่าตึก อาคาร หรือแม้กระทั้งที่ดินเปล่ายังไม่แพงมาก อย่างอาคารหลังหนึ่งอยู่ริมปากอ่าวเมาะตะมะ เป็นของรัฐบาล ซึ่ง U Win Htein เล่าว่าท่านสามารถประสานขอเช่าได้ ตกอยู่เดือนละไม่เกิน 20,000 บาท หรือแม้กระทั้งในห้างฯ ติดกับปากอ่าวมีวิวสวยงาม เหมาะแก่การตั้งร้านอาหาร ราคาค่าเช่าก็ประมาณนี้ แม้กระทั้งตึกอาคารใจกลางเมืองมะละแหม่งราคาหลักหมื่นต้น ๆ  แต่หากจะซื้อที่ดินเพื่อการค้าตั้งสถานที่ประกอบการ เท่าที่พูดคุยผมคิดว่า ยังไม่สนับสนุนให้ต่างชาติเข้าไปซื้อ
 




นอกจากสินค้าไทยทุกชนิดที่คนในรัฐมอญชื่นชอบแล้ว ร้านอาหารไทย ก็เป็นสิ่งที่คนในพื้นที่ชื่นชอบมาก ในตัวเมืองมะละแหม่งมีร้านอาหารไทยประมาณ 5-6 ร้าน บางร้านคนในพื้นที่เปิดเอง บางร้านเป็นของคนไทยเข้าไปเปิดเอง เท่าที่สังเกตทุกร้านมีลูกค้าเต็มไปหมด เนื่องจากคนมอญ คนพม่า ชื่นชอบอาหารไทย บางคนเคยมาทำงานที่เมืองไทยก็ติดรสชาติอาหารไปด้วย และที่สำคัญคนเมียนมา นิยมทานอาหารเย็นนอกบ้าน
 
ตั้งแต่ผมและเพื่อน ๆ ก่อตั้งสมาคมการค้าไทย-เมียนมา ประมาณ 3 เดือนมานี้ผมมักได้รับการติดต่อจากนักธุรกิจมอญในเขตรัฐมอญ และย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา อยู่บ่อยครั้ง เพื่อเชิญชวนให้ไปลงทุนในเขตรัฐมอญ รัฐกระเหรี่ยง หรือนำสินค้าจากประเทศไทยเพื่อไปขายที่นั้น หรือแม้กระทั้งช่วยอำนวยความสะดวกให้นักธุรกิจมอญซื้อสินค้าในประเทศไทย เนื่องจากเหตุผลส่วนหนึ่งเพราะผมรู้จักนักธุรกิจมอญหลายคนทั้งในเมืองย่างกุ้งและมะละแหม่ง และอีกเหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะผมเป็นคนไทยเชื้อสายมอญที่พอพูดกันรู้เรื่อง และเกิดความไว้วางใจซึ่งกันในระดับหนึ่ง
 




อย่างเช่น การประชุมนานาชาติ ระเบียงเศรษฐกิจ หลวงพระบาง-อินโดจีน-มะละแหม่ง ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 20-24 มิ.ย.62 ณ แม่สอด จ.ตาก ผมก็ได้รับการติดต่อจากผู้นักธุรกิจรัฐมอญให้เข้าร่วมประชุมและให้มีการเซ็น MOU ร่วมกันระหว่างสมาคมการค้าไทย-เมียนมา และสมาคมการค้านักธุรกิจมอญ ประเทศเมียนมา เพื่อร่วมงานกันอย่างน้อย 5 ด้านตามนโยบายระเบียงเศรษฐกิจหลวงพระบาง อินโดจีน มะละแหม่ง หรือ LIMEC
 
วันนี้จึงขอใช้พื้นที่คอลัมน์ “ริ้วผ้าเหลือง” พูดเรื่องเศรษฐกิจ มาพูดเรื่องปากท้องบ้าง เผื่อมีนักลงทุนจากไทยอยากจะไปทุนในพม่า อยากจะไปขายสินค้า โดยเฉพาะเขตรัฐมอญ ย่างกุ้ง หรือแม้กระทั้งอยากจะนำเสนอสินค้าต่าง ๆ ทางสมาคมการไทย-เมียนมา ที่ผมตั้งขึ้นมานี้ ยินดีเป็นสะพานเชื่อมให้ รับรองว่าไม่ผิดหวังและไม่ถูกหลอกแน่.
.................................
คอลัมน์ : ริ้วผ้าเหลือง
โดย “เปรียญ10 : riwpaalueng@gmail.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 313