อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562

วัยไหนก็เป็นโรคหัวใจได้ รีบเช็ก40ปีขึ้นไปพบมาก!

สัปดาห์นี้ไขความเข้าใจผิด โรคหัวใจมักเกิดกับผู้สูงอายุไม่จริง เผยโอกาสเป็นได้ทุกวัยทั้งเด็ก-ผู้ใหญ่ เตือน 40 ปีขึ้นไปหมั่นเช็กสุขภาพประจำปี ลดเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือดและเสียชีวิต จันทร์ที่ 10 มิถุนายน 2562 เวลา 12.00 น.


พบกันเช่นเคยกับคุณยาย OK ในคอลัมน์แก่ไม่กลัว กลัวไม่แก่ ซึ่งครั้งนี้มีเรื่องมาเตือนผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรหมั่นตรวจสุขภาพร่างกายและหัวใจประจำปี เพราะจะช่วยลดอัตราความเสี่ยงต่อ “โรคหัวใจขาดเลือด” และเสียชีวิตเฉียบพลันได้

คำอธิบายจาก.นพ.ธีรภัทร ยิ่งชนม์เจริญ อายุรแพทย์โรคหัวใจภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลว่า จริง ๆ แล้วโรคหัวใจ (Heart Disease) พบได้ในทุกเพศและช่วงอายุ แต่คนทั่วไปมักเข้าใจว่าเกิดได้ในกลุ่มผู้สูงอายุเท่านั้น ซึ่งแต่ละช่วงอายุจะพบต่างชนิดกัน โดยในเด็กจะพบเป็น “โรคหัวใจแต่กำเนิด” ส่วนผู้ใหญ่จะพบเป็น “โรคหัวใจขาดเลือด” ซึ่งสาเหตุแต่ละชนิดแตกต่างกัน



โดยโรคหัวใจแต่กำเนิด แบ่งเป็น 2 ประเภทด้วยกัน

1.โรคหัวใจแต่กำเนิดชนิดไม่เขียว ความผิดปกติในโครงสร้างของระบบหลอดเลือด และ/หรือหัวใจที่เป็นมาแต่กำเนิด โดยไม่มีการผสมกันของเลือดดำและเลือดแดงจึงไม่มีอาการเขียว

2.โรคหัวใจแต่กำเนิดชนิดเขียว คือ ภาวะที่มีความผิดปกติของหัวใจ และ/หรือหลอดเลือดที่เกิดขึ้น โดยที่ความผิดปกตินั้น ๆ ทำให้มีเลือดดำปนอยู่ในฝั่งของเลือดแดง เด็กจึงอยู่ในภาวะขาดออกซิเจน ริมฝีปาก เล็บมือเล็บเท้าสีออกเขียว ๆ ม่วง ๆ ซึ่งจะเห็นชัดเจนที่เด็กร้องหรือดูดนม การเจริญเติบโตของเด็กกลุ่มนี้จะน้อยกว่าปกติเพราะเลือดที่ไปเลี้ยงร่างกายมีระดับออกซิเจนต่ำกว่าปกติ

ยกตัวอย่างเคสผู้ป่วยโรคหัวใจ ปัจจุบันอายุ 13 ปี ป่วยเป็นโรคหัวใจแต่กำเนิดชนิดเขียว ผ่านการผ่าตัดทั้งเล็กและใหญ่มานับ 10 ครั้ง โดยเด็กต้องเข้ารับการผ่านตัดเพื่อรักษาหลังคลอดได้เพียง 10 วัน เนื่องจากแพทย์ได้ใช้เครื่องตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (ECHO) ตรวจหาความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจ จนพบว่าเด็ก...ไม่มีหลอดเลือดจากหัวใจไปยังปอด

เครื่องตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (ECHO) มีความสำคัญมากในการตรวจวินิจฉัยพยาธิสภาพในเบื้องต้น เพื่อให้ทราบแน่ชัดถึงโครงสร้างของหัวใจที่มีความซับซ้อน และนำไปสู่การตรวจวินิจฉัยหรือใช้เครื่องมือแพทย์อื่น ๆ ที่เฉพาะเจาะจงกับโรคต่อไป ซึ่งปัจจุบันยังคงขาดแคลนงบประมาณ เพื่อการจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์.นพ. ธีรภัทร กล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นให้ฟัง



รศ.นพ.ปิยะ สมานคติวัฒน์ ศัลยแพทย์ทรวงอก ภาควิชาศัลยศาสตร์ พร้อมด้วยทีมแพทย์ จึงผ่าตัดใส่หลอดเลือดเทียมเข้าไปเพิ่มปริมาณเลือดไปที่ปอด แต่หลังผ่าตัดเพียง 2 วัน เด็กกลับมีลิ่มเลือดอุดตันอยู่ในหลอดเลือดเทียม ต้องผ่าตัดใส่หลอดเลือดเทียมอีกข้างหนึ่ง รวมเป็น 2 เส้น เนื่องจากพบว่าการใส่หลอดเลือดเทียมแค่เส้นเดียว ยังไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงที่ปอดได้เพียงพอ และหลังผ่าตัดในครั้งนั้น เด็กอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด รวมระยะเวลาที่ต้องอยู่โรงพยาบาลตั้งแต่แรกคลอดนานถึง 4 เดือน

พออายุครบ 3 ขวบ เด็กต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกครั้ง เพื่อเชื่อมหลอดเลือดระหว่างหัวใจกับปอดใหม่ ภายหลังการรักษาไม่ได้ผลจึงเปลี่ยนมารักษาโดยการใส่ขดลวดเข้าไปในหลอดเลือดแทน ซึ่งเด็กตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีนี้เป็นอย่างดี กระทั่งเดือนก.ค. 61 เด็กต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่อีกครั้ง เนื่องจากที่ผ่านมาหัวใจทำงานได้เพียง 3 ห้องและมีภาวะหัวใจรั่ว รวมทั้งภาวะเลือดดำและเลือดแดงไหลมารวมกัน ส่งผลให้เด็กตัวเขียว และหัวใจเต้นเร็วมาตลอด ครั้งนี้ทีมแพทย์ใช้เวลาผ่าตัดนานถึง 12 ชม. โดยผ่าตัดหัวใจให้มีห้องล่างขวา พร้อมทั้งอุดรูรั่วของหัวใจ



ปัจจุบันหัวใจของเด็กรายนี้สามารถใช้งานได้ทั้ง 4 ห้องเหมือนคนทั่วไป และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ เรียน เล่นและอยู่กับครอบครัว แต่ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยมีนัดติดตามอาการตลอดเพื่อประเมินอาการของโรค

ถัดมาเป็นเรื่องของวัยผู้ใหญ่ โรคหัวใจขาดเลือด เกิดจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจอุดตัน หรือมีไขมันเกาะที่ผนังของหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดตีบเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดและกล้ามเนื้อหัวใจตาย ส่วนใหญ่แล้วโรคนี้จะพบตั้งแต่วัย 40 ปีขึ้นไป ซึ่งอาจช้าหรือเร็วกว่านี้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคนที่ไม่เท่ากัน เช่น คนที่เป็นโรคเบาหวาน หรือคนที่เป็นโรคความดันโลหิตและไขมันในเลือดสูง ความอ้วน ความเครียด สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือมีญาติในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ

สำหรับสาเหตุของปัจจัยเสี่ยงทั้งหมด ส่วนใหญ่มาจากการใช้ชีวิตประจำวัน การทานอาหาร และการไม่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอสะสมเป็นเวลานาน โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตกะทันหันนั้น เกิดจากผู้ป่วยไม่ทันระวังตัวว่าตนเองมีโรคนี้อยู่เมื่อออกแรงหนัก ๆ โดยเฉพาะกิจกรรมที่หนักกว่าที่ทำปกติ หรือเล่นกีฬาหนัก ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน อาจจะกระตุ้นให้หัวใจทำงานหนักขึ้น จึงทำให้ “ตะกรันไขมัน” สะสมในหลอดเลือดหัวใจเกิดการปริแตกออกได้ ซึ่งทำให้เกิดหลอดเลือดหัวใจอุดตันอย่างเฉียบพลันและเสียชีวิตกะทันหันนั่นเอง

นี่แหละจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ไม่จำเป็นว่าจะต้องสูงวัยเท่านั้นที่ควรไปตรวจสุขภาพร่างกายประจำปี เพราะถ้าเรารู้เร็วและดูแลร่างกายตั้งแต่เนิ่น ๆ เราก็มีสิทธิ์ชนะโรคภัยเหล่านี้ได้ ส่วนในครั้งหน้าคุณยาย OK จะมีเกร็ดความรู้ดี ๆ อะไรมาฝากกัน สามารถติดตามได้ในครั้งถัดไป คุณยายพร้อมเสิร์ฟอย่างแน่นอน.
...............................................
คอลัมน์ : แก่ไม่กลัว กลัวไม่แก่
โดย “คุณยาย OK”
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก : Pixabay
 

คลิกติดตามอ่านการดูแลผู้สูงวัยได้ทั้งหมดที่นี่

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 52