อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 26 มิถุนายน 2562

Heat stroke กับ การออกกำลังกาย

ร่างกายมีอุณหภูมิกายสูง (มากกว่า 40 องศาเซลเซียส) จนไม่สามารถลดอุณหภูมิกายลงได้ จนเป็นผลทำให้อวัยวะในร่างกายได้รับความเสียหายทุกระบบ เสาร์ที่ 8 มิถุนายน 2562 เวลา 10.00 น.


Heat stroke เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายมีอุณหภูมิกายสูง (มากกว่า 40 องศาเซลเซียส) จนร่างกายไม่สามารถลดอุณหภูมิกายลงได้ จนเป็นผลทำให้อวัยวะในร่างกายได้รับความเสียหายทุกระบบ และทำงานผิดปกติไปจนถึงขั้นร้ายแรงที่สุดคือการเสียชีวิต

ปัจจัยส่งเสริม
- อุณหภูมิที่สูงมากกว่า 35 องศาเซลเซียส เป็นผลทำให้ร่างกายไม่สามารถแผ่ความร้อนจากร่างกายสู่ภายนอกได้
- ความชื้นที่สูง (มากกว่า 35 เปอร์เซ็นต์) เป็นผลทำให้ร่างกายไม่สามารถขับเหงื่อได้
- แรงลม ในภาวะที่มีแรงลมน้อย ทำให้ไม่สามารถพัดพาความ ร้อนได้

ปัจจัยเสี่ยง
- บุคคลที่ทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน เช่น ทหารเกณฑ์, เกษตรกร และนักกีฬา เป็นต้น
- คนไข้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น กลุ่มผู้ป่วยนอนติดเตียง โรคพาร์กินสัน เป็นต้น หรือ กลุ่มเด็กทารก เนื่องจากไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เอง หรือร้องขอความช่วยเหลือได้ ทำให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้อยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงจนเกิดภาวะฮีทสโตรก

ประเภทของฮีทสโตรก
1.Classical heat stroke : เกิดจากการที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน
2.Exertional heat stroke : เกิดจากการออกกำลังกายหรือการทำงานจนทำให้อุณหภูมิกายสูง ในสิ่งแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการเกิดฮีทสโตรก ส่งผลให้เซลล์ต่าง ๆ ทำงานหนักและทำให้อุณหภูมิกายสูงจนไม่สามารถลดอุณหภูมิลงได้



การออกกำลังกายเกิดฮีทสโตรกได้อย่างไร

มีการรายงานถึงการเกิดภาวะโรคฮีทสโตรก ในฤดูกาลอื่นที่ไม่ใช่ฤดูร้อน เป็นผลมาจากความชื้นในอากาศที่สูงและไม่มีแรงลม ทำให้ไม่สามารถขับความร้อนและพัดพาความร้อนจากร่างกายไปได้ การออก
กำลังกายที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดฮีทสโตรก คือการออกกำลังกายแบบ moderate to high intensity นานกว่า 1 ชั่วโมง เช่น การวิ่งมาราธอน การเต้นแอโรบิก เป็นต้น โดยอาการจะเริ่มจากลมแดด คือมีอาการปวดเกร็งกล้ามเนื้อ เวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน รู้สึกหน้ามืด เหงื่อออกลดลงกว่าเดิมหรืออาจไม่มีเหงื่อ จนมีอาการของฮีทสโตรกคือ หมดสติชักเกร็ง จนทำให้เสียชีวิตได้

การป้องกันการเกิดฮีทสโตรก
1.ดื่มน้ำให้เพียงพอ
(ดื่มน้ำก่อนและหลังออกกำลังกาย 0.5-1 L และดื่ม sport drink 250 ml
ทุก ๆ 20 นาที)
2.เลือกเสื้อผ้าที่บาง ระบายเหงื่อได้ดี และไม่ใส่เสื้อสีทึบ
3.ในการออกกำลังกายกลางแจ้งที่นาน ควรเข้าพักในที่ร่มทุก 2 ชั่วโมง หรือถ้ามี
อาการของลมแดดควรหยุดออกกำลังกาย
ทันที ส่วนการออกกำลังกายในที่ร่มควรเปิดแอร์ หรือหน้าต่างเพื่อระบายความร้อน
4.ควรมีการซ้อมเพื่อปรับร่างกายประมาณ 5-7 วัน โดยเริ่มจากเวลาสั้น ๆ ก่อน
5.งดการทานเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
6.ในรายที่มีอาการของลมแดดและฮีทสโตรก ควรงดการออกกำลังกายหลังจากการรักษาเสร็จ 1-2 อาทิตย์

การปฐมพยาบาลผู้ป่วยฮีทสโตรก
หลักการสำคัญคือการลดอุณหภูมิร่างกายให้เร็วที่สุด โดยสามารถทำได้ดังนี้
1.โทร. 1669 เรียกบริการการแพทย์ฉุกเฉิน
2.รีบนำผู้ป่วยเข้าที่ร่ม
3.ปลดเสื้อผ้าผู้ป่วยออกให้มากที่สุดเพื่อเป็นการระบายความร้อน
4.เปิดพัดลมเพื่อเป็นการไล่ความร้อน หรือ การเปิดแอร์
5.เช็ดตัวผู้ป่วยด้วยน้ำปกติหรือน้ำเย็น หรือ การใช้สเปรย์ฉีดน้ำไปบริเวณตัวผู้ป่วย หรือ นำ cooling gel มาวางตามบริเวณซอกคอ และข้อพับ หรือถ้ามีน้ำแข็งสามารถใช้น้ำแข็งถูคนไข้ได้ในระยะเวลาสั้น ๆ โดยวิธีต่าง ๆ สามารถทำพร้อมกันได้ เพื่อเป็นการลดอุณหภูมิร่างกายอย่างรวดเร็ว จนกว่าทีมแพทย์ฉุกเฉินมาถึง ถ้าผู้ป่วยมีสติรู้เรื่องให้รับประทานน้ำปริมาณมาก ๆ
6.ถ้าผู้ป่วยหมดสติ ไม่หายใจ ให้ทำการ CPR จนกว่าทีมแพทย์ฉุกเฉินจะมาถึง.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 33