อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 มิถุนายน 2562

รอลุ้นรมว.พาณิชย์คนใหม่ สานต่อแก้ปัญหาค่ายาแพง

สัปดาห์นี้ติดตามกระทรวงพาณิชย์เดินหน้าเอาจริง จี้รพ.เอกชนกางราคาโชว์บนเว็บไซต์กรมการค้าภายใน ตามข้อบังคับตั้งแต่ 30 พ.ค. 62 แต่การเชือดไก่ให้ลิงดูครั้งนี้ จะเป็นผลสำเร็จหรือไม่ คงจะลุ้นกันแบบสุดขีด จันทร์ที่ 10 มิถุนายน 2562 เวลา 08.00 น.


ณ เวลานี้ เกมเจรจาต่อรองการเมือง!!! ยังไม่จบสิ้นแบบ 100% นะจ๊ะ คุณ ๆ ท่าน ๆ คงต้องตามติดกันหน่อยว่าสุดท้ายแล้ว...เค้กก้อนใหญ่จะลงตัวลงเอยกันอย่างไร? ซึ่งที่สำคัญหน้าตา ครม. ชุดใหม่ที่ออกมาจะโดนใจคนไทยมากน้อยเพียงไหน หรือเพียงแค่เห็นหน้าและได้ยินชื่อก็บอกยี่ห้อแล้วว่าจะ “เอาคืน” หรือจะ “ถอนทุน” กันมากน้อยเพียงไหน
 
ก็...สุดแต่ใจจะไขว่คว้ากันเถอะ ในเมื่อเลือกเขาเข้ามากันแล้ว ก็รอดู รอชื่นชม “ผลงาน” ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้ากันต่อไป!!!
 
เช่นเดียวกับ “การดูแลค่ารักษาพยาบาล” ของโรงพยาบาลเอกชนนั่นแหละ ที่ใครต่อใครก็เฝ้ารอดู รอพิสูจน์ฝีมือของกระทรวงพาณิชย์ ว่าสุดท้ายเมื่อถึงวันที่กำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนส่งข้อมูลต้นทุนราคาค่ายา ราคาค่ารักษาพยาบาลมาให้ เพื่อนำขึ้นเว็บไซต์ของกรมการค้าภายใน แล้วจะได้ผลมากน้อยเพียงใด
 
แม้ว่าเวลานี้กระทรวงพาณิชย์จะเดินทางเข้าข้างผู้บริโภค และเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับโรงพยาบาลที่คิดค่ารักษาพยาบาลเกินจริง แต่สุดท้ายก็ต้องมารอดูว่า “เชือดไก่ให้ลิงดู” ครั้งนี้จะเป็นผลสำเร็จหรือไม่?
 


กระทรวงพาณิชย์ ได้นำเสนอข้อมูลเบื้องต้น ว่าจากการตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชน 353 แห่งที่ส่งข้อมูลมานั้น พบว่ามี 30% หรือ 70 แห่ง ที่พบว่าคิดค่ายาแพงเกินจริงอย่างมาก ขณะที่ 30% ที่คิดราคาค่ายาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป และอีก 40% คิดราคาในระดับกลาง ๆ
 
เอาเป็นว่า!! การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ ที่มีหน้าที่โดยตรงในการดูแลให้ความเป็นธรรมกับผู้บริโภคในเรื่องของราคาสินค้าและบริการ จะดำเนินการได้เพียงแค่...การนำราคายารักษาโรค ราคาเวชภัณฑ์ ค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นของสถานพยาบาล ขึ้นโชว์บนเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการเข้าไปตรวจสอบก็ตาม!!
 
แต่ก็ถือว่าได้พยายามหาหนทางออกมาดูแลผู้บริโภคแล้ว ขั้นตอนต่อไป กระทรวงพาณิชย์ก็พร้อมที่จะสนับสนุนทำหน้าที่ฟ้องร้องให้กับผู้บริโภคที่เห็นว่าค่ารักษาพยาบาล และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องแพงเกินไป โดยเฉพาะกับโรงพยาบาล ทั้ง 70 แห่ง
 


เพราะในเมื่อมีการเรียกคุย เรียกมาเจรจา เพื่อให้แจกแจงข้อมูลให้ชัดเจนโดยเฉพาะต้นทุน หากยังนิ่งเฉยไม่ปรับลดราคาลงมาตามต้นทุนที่แท้จริง กระทรวงพาณิชย์ก็ไม่มีทางเลือกที่ต้องใช้ไม้แข็งตามหน้าที่
 
ทั้งนี้ตามประกาศของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 52 พ.ศ. 2562 เรื่องการแจ้งราคา การกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขเกี่ยวกับการจำหน่ายยารักษาโรค เวชภัณฑ์ ค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์และบริการอื่นของสถานพยาบาล มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. 62 ที่ผ่านมาแล้ว
 
ระหว่างนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ให้บรรดาโรงพยาบาล ทยอยแจ้งข้อมูลราคายา เวชภัณฑ์ และบริการล่าสุด มาให้กรมการค้าภายในรับทราบก่อนวันที่ 12 ก.ค.นี้ จากนั้นกรมการค้าภายในจะตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดและนำลงประกาศในเว็บไซต์ อย่างช้าที่สุดก็ภายใน 1 สัปดาห์
ขณะเดียวกัน ณ เวลานี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากผู้บริโภคที่เข้ารับการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง แล้วคิดค่ารักษาพยาบาล ค่ายา แพงโอเวอร์เกินจริง ซึ่งกำลังอยู่ในกระบวนการเตรียมฟ้องร้องดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกเช่นกัน
 
การดำเนินการของกระทรวงพาณิชย์ครั้งนี้!! แน่นอนคงไม่ได้หยุดเพียงแค่โรงพยาบาลเอกชนเท่านั้น แต่ยังหมายมั่นปั้นมือที่จะเข้าไปดำเนินการกับบรรดาคลินิกรักษาโรค คลินิกฟัน หรือแม้แต่โรงพยาบาลรักษาสัตว์เลี้ยง ที่ก็มีสภาพไม่แตกต่างจากโรงพยาบาลรักษาคนเช่นกัน
 


เชื่อได้ว่าคุณ ๆ ท่าน ๆ ที่เลี้ยงสุนัข เลี้ยงแมว และสัตว์อื่น ๆ คงได้พบเจอกับสภาพปัญหาค่ายา ค่ารักษาแพงมาแล้วไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นกรณีเล็ก หรือกรณีใหญ่ บางครั้งบางทีเห็นบิลค่ารักษาแล้วก็ต้องกุมขมับไม่แพ้กัน เผลอ ๆ ในโรคชนิดเดียวกันอาจแพงกว่าคนด้วยซ้ำไป
 
ทั้งค่าทำหมัน ค่าผ่าตัด ค่าฝากเลี้ยง โอ้ย!!!สารพัดค่ายา แพงเกินเหตุ ถ้าซื้อตามท้องถนนอาจไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าอยู่ในโรงพยาบาลเอกชน คลินิก หรือสถานรับเลี้ยงเอกชน เห็นราคาก็ต้องปาดเหงื่อ
 
มีการประเมินกันว่า ในปี 62 นี้ ตลาดธุรกิจสัตว์เลี้ยงจะมีมูลค่ากว่า 32,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นค่าใช้จ่ายรักษาในโรงพยาบาล คลินิก ค่ารับฝากเลี้ยง ค่าดูแลสุขภาพเกือบ 50% เข้าไปแล้ว ขณะที่จำนวนสัตว์เลี้ยงในไทยมีประมาณ 13.2 ล้านตัว แยกเป็นสุนัข ประมาณ 8.2 ล้านตัว เป็นแมว 3 ล้านตัว ที่เหลือเป็นสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ
 
เรียกได้ว่า...การเงื้อไม้ของกระทรวงพาณิชย์ครั้งนี้ เป็นการเงื้อที่เห็นประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ขึ้นอยู่กับว่า บรรดารัฐมนตรีใหม่ที่เข้ามาจะเดินหน้าต่อเรื่องนี้หรือเปล่า? ก็คงต้องจับตาดูกันต่อไป.
..........................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”
ขอบคุณภาพประกอบจาก : กระทรวงพาณิชย์ , Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 43