อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562

รอลุ้นรมว.พาณิชย์คนใหม่ สานต่อแก้ปัญหาค่ายาแพง

สัปดาห์นี้ติดตามกระทรวงพาณิชย์เดินหน้าเอาจริง จี้รพ.เอกชนกางราคาโชว์บนเว็บไซต์กรมการค้าภายใน ตามข้อบังคับตั้งแต่ 30 พ.ค. 62 แต่การเชือดไก่ให้ลิงดูครั้งนี้ จะเป็นผลสำเร็จหรือไม่ คงจะลุ้นกันแบบสุดขีด จันทร์ที่ 10 มิถุนายน 2562 เวลา 08.00 น.


ณ เวลานี้ เกมเจรจาต่อรองการเมือง!!! ยังไม่จบสิ้นแบบ 100% นะจ๊ะ คุณ ๆ ท่าน ๆ คงต้องตามติดกันหน่อยว่าสุดท้ายแล้ว...เค้กก้อนใหญ่จะลงตัวลงเอยกันอย่างไร? ซึ่งที่สำคัญหน้าตา ครม. ชุดใหม่ที่ออกมาจะโดนใจคนไทยมากน้อยเพียงไหน หรือเพียงแค่เห็นหน้าและได้ยินชื่อก็บอกยี่ห้อแล้วว่าจะ “เอาคืน” หรือจะ “ถอนทุน” กันมากน้อยเพียงไหน
 
ก็...สุดแต่ใจจะไขว่คว้ากันเถอะ ในเมื่อเลือกเขาเข้ามากันแล้ว ก็รอดู รอชื่นชม “ผลงาน” ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้ากันต่อไป!!!
 
เช่นเดียวกับ “การดูแลค่ารักษาพยาบาล” ของโรงพยาบาลเอกชนนั่นแหละ ที่ใครต่อใครก็เฝ้ารอดู รอพิสูจน์ฝีมือของกระทรวงพาณิชย์ ว่าสุดท้ายเมื่อถึงวันที่กำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนส่งข้อมูลต้นทุนราคาค่ายา ราคาค่ารักษาพยาบาลมาให้ เพื่อนำขึ้นเว็บไซต์ของกรมการค้าภายใน แล้วจะได้ผลมากน้อยเพียงใด
 
แม้ว่าเวลานี้กระทรวงพาณิชย์จะเดินทางเข้าข้างผู้บริโภค และเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับโรงพยาบาลที่คิดค่ารักษาพยาบาลเกินจริง แต่สุดท้ายก็ต้องมารอดูว่า “เชือดไก่ให้ลิงดู” ครั้งนี้จะเป็นผลสำเร็จหรือไม่?
 


กระทรวงพาณิชย์ ได้นำเสนอข้อมูลเบื้องต้น ว่าจากการตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชน 353 แห่งที่ส่งข้อมูลมานั้น พบว่ามี 30% หรือ 70 แห่ง ที่พบว่าคิดค่ายาแพงเกินจริงอย่างมาก ขณะที่ 30% ที่คิดราคาค่ายาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป และอีก 40% คิดราคาในระดับกลาง ๆ
 
เอาเป็นว่า!! การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ ที่มีหน้าที่โดยตรงในการดูแลให้ความเป็นธรรมกับผู้บริโภคในเรื่องของราคาสินค้าและบริการ จะดำเนินการได้เพียงแค่...การนำราคายารักษาโรค ราคาเวชภัณฑ์ ค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์ และบริการอื่นของสถานพยาบาล ขึ้นโชว์บนเว็บไซต์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการเข้าไปตรวจสอบก็ตาม!!
 
แต่ก็ถือว่าได้พยายามหาหนทางออกมาดูแลผู้บริโภคแล้ว ขั้นตอนต่อไป กระทรวงพาณิชย์ก็พร้อมที่จะสนับสนุนทำหน้าที่ฟ้องร้องให้กับผู้บริโภคที่เห็นว่าค่ารักษาพยาบาล และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องแพงเกินไป โดยเฉพาะกับโรงพยาบาล ทั้ง 70 แห่ง
 


เพราะในเมื่อมีการเรียกคุย เรียกมาเจรจา เพื่อให้แจกแจงข้อมูลให้ชัดเจนโดยเฉพาะต้นทุน หากยังนิ่งเฉยไม่ปรับลดราคาลงมาตามต้นทุนที่แท้จริง กระทรวงพาณิชย์ก็ไม่มีทางเลือกที่ต้องใช้ไม้แข็งตามหน้าที่
 
ทั้งนี้ตามประกาศของคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 52 พ.ศ. 2562 เรื่องการแจ้งราคา การกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขเกี่ยวกับการจำหน่ายยารักษาโรค เวชภัณฑ์ ค่าบริการรักษาพยาบาล บริการทางการแพทย์และบริการอื่นของสถานพยาบาล มีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. 62 ที่ผ่านมาแล้ว
 
ระหว่างนี้กระทรวงพาณิชย์ได้ให้บรรดาโรงพยาบาล ทยอยแจ้งข้อมูลราคายา เวชภัณฑ์ และบริการล่าสุด มาให้กรมการค้าภายในรับทราบก่อนวันที่ 12 ก.ค.นี้ จากนั้นกรมการค้าภายในจะตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดและนำลงประกาศในเว็บไซต์ อย่างช้าที่สุดก็ภายใน 1 สัปดาห์
ขณะเดียวกัน ณ เวลานี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากผู้บริโภคที่เข้ารับการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง แล้วคิดค่ารักษาพยาบาล ค่ายา แพงโอเวอร์เกินจริง ซึ่งกำลังอยู่ในกระบวนการเตรียมฟ้องร้องดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกเช่นกัน
 
การดำเนินการของกระทรวงพาณิชย์ครั้งนี้!! แน่นอนคงไม่ได้หยุดเพียงแค่โรงพยาบาลเอกชนเท่านั้น แต่ยังหมายมั่นปั้นมือที่จะเข้าไปดำเนินการกับบรรดาคลินิกรักษาโรค คลินิกฟัน หรือแม้แต่โรงพยาบาลรักษาสัตว์เลี้ยง ที่ก็มีสภาพไม่แตกต่างจากโรงพยาบาลรักษาคนเช่นกัน
 


เชื่อได้ว่าคุณ ๆ ท่าน ๆ ที่เลี้ยงสุนัข เลี้ยงแมว และสัตว์อื่น ๆ คงได้พบเจอกับสภาพปัญหาค่ายา ค่ารักษาแพงมาแล้วไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นกรณีเล็ก หรือกรณีใหญ่ บางครั้งบางทีเห็นบิลค่ารักษาแล้วก็ต้องกุมขมับไม่แพ้กัน เผลอ ๆ ในโรคชนิดเดียวกันอาจแพงกว่าคนด้วยซ้ำไป
 
ทั้งค่าทำหมัน ค่าผ่าตัด ค่าฝากเลี้ยง โอ้ย!!!สารพัดค่ายา แพงเกินเหตุ ถ้าซื้อตามท้องถนนอาจไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าอยู่ในโรงพยาบาลเอกชน คลินิก หรือสถานรับเลี้ยงเอกชน เห็นราคาก็ต้องปาดเหงื่อ
 
มีการประเมินกันว่า ในปี 62 นี้ ตลาดธุรกิจสัตว์เลี้ยงจะมีมูลค่ากว่า 32,000 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นค่าใช้จ่ายรักษาในโรงพยาบาล คลินิก ค่ารับฝากเลี้ยง ค่าดูแลสุขภาพเกือบ 50% เข้าไปแล้ว ขณะที่จำนวนสัตว์เลี้ยงในไทยมีประมาณ 13.2 ล้านตัว แยกเป็นสุนัข ประมาณ 8.2 ล้านตัว เป็นแมว 3 ล้านตัว ที่เหลือเป็นสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ
 
เรียกได้ว่า...การเงื้อไม้ของกระทรวงพาณิชย์ครั้งนี้ เป็นการเงื้อที่เห็นประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม ขึ้นอยู่กับว่า บรรดารัฐมนตรีใหม่ที่เข้ามาจะเดินหน้าต่อเรื่องนี้หรือเปล่า? ก็คงต้องจับตาดูกันต่อไป.
..........................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”
ขอบคุณภาพประกอบจาก : กระทรวงพาณิชย์ , Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 94