อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562

ระดมคน-ก.ม.สกัด ยุงลายสายดุ ครึ่งปีคร่า 43 ชีวิต

จากเอกสารรายงานของกรมควบคุมโรค ที่ได้รายงานผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกตั้งแต่เดือนม.ค. -22 พ.ค.เทียบช่วงเวลาเดียวกันย้อนหลัง 5 ปี โดยปี 2562 มีจำนวนผู้ป่วยมากกว่าปี 2561 ถึง 2 เท่า อาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2562 เวลา 07.30 น.

จากเอกสารรายงานของกรมควบคุมโรค ที่ได้รายงานผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกตั้งแต่เดือนม.ค. -22 พ.ค.เทียบช่วงเวลาเดียวกันย้อนหลัง 5 ปี พบว่า ปี 2562 ป่วย 22,203 ราย เสียชีวิต 28 ราย ปี 2561 ป่วย 11,704 ราย เสียชีวิต 16 ราย ปี 2560 ป่วย 11,062 ราย เสียชีวิต 19 ราย ปี 2559 ป่วย 17,614 ราย เสียชีวิต 16 ราย ปี 2558 ป่วย 16,171 ราย เสียชีวิต 10 ราย โดยปี 2562 มีจำนวนผู้ป่วยมากกว่าปี 2561 ถึง 2 เท่า

ที่น่าสังเกตคือข้อมูลดังกล่าวมีการรายงานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ล่าสุดวันที่ 6 มิ.ย. ได้รับคำยืนยันจาก นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ว่า มีผู้เสียชีวิตพุ่งไปถึง 43 ราย และรอการสอบสวนโรคยืนยันอีก 13 ราย นับว่าเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมาก หากจัดการไม่ได้อาจจะทำให้ยอดป่วยและเสียชีวิตสูงเท่ากับการระบาดใหญ่เมื่อปี 2558 เลยก็ได้

ทั้งนี้ โรคไข้เลือดออกเกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ ซึ่งมีอยู่ 4 สายพันธุ์ เรียกตรงตัวเลยคือ ไวรัสเดงกี่สายพันธุ์ที่ 1 เดงกี่สายพันธุ์ที่ 2 เดงกี่สายพันธุ์ที่ 3 และเดงกี่สายพันธุ์ที่ 4 โดย สายพันธุ์ที่ 2 เป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงมากที่สุด ซึ่งเป็นที่น่ากังวลเพราะนพ.สุวรรณชัย บอกว่า การระบาดปีนี้พบว่าส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อเดงกี่สายพันธุ์ที่ 2



อยางไรก็ตาม พบว่า การติดเชื้อครั้งที่ 2 จะมีความสัมพันธ์กับความรุนแรงของโรคด้วย แน่นอนว่าบางคนอาจจะถูกยุงลายกัดแล้วไม่ถึงขั้นป่วย แต่ ณ ตอนนั้นคือได้รับเชื้อเดงกี่สายพันธุ์หนึ่งเข้าไปแล้ว ดังนั้นพอถูกยุงลายกัดอีกครั้งก็จะมีอาการป่วย และมีความเสี่ยงเกิดอาการแทรกซ้อนรุนแรงได้ ถึงเป็นที่มาว่า เราต้องหมั่นทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย และป้องกันตัวเองอย่าให้ยุงกัด

ซึ่งวิธีการกำจัดลูกน้ำยุงลาย ทำได้โดยการกำจัดเศษขยะ และคว่ำภาชนะที่มีน้ำขัง เก็บบ้านให้สะอาด ไม่ให้มีมุมอับทึบ เปลี่ยนถ่ายน้ำในภาชนะที่กักเก็บน้ำทุกสัปดาห์ เช่น แจกัน น้ำพุเทียม กระถางต้นไม้ เป็นต้น ใช้ทรายอะเบทและใส่เกลือหรือน้ำส้มสายชูในจานรองขาตู้กับข้าว เพื่อตัดวงจรการเจริญเติบโตของยุง ปิดภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิด ติดตั้งตาข่ายหรือมุ้งลวด ประตูและหน้าต่างเพื่อกันยุง เป็นต้น

นับเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ประชาชนสามารถทำในลักษณะของกิจวัตรประจำวันได้เลยไม่ต้องรอให้เจ้าหน้าที่เอากฎหมายไปบังคับใช้ ซึ่งหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า ปัจจุบันมีประกาศกระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายเป็นเหตุรำคาญ ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสามารถเข้าไปควบคุมป้องกันโดยสั่งให้ เจ้าของพื้นที่หรืออาคารนั้นรีบกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายได้ หากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ.

-----------------------------------------------
อภิวรรณ เสาเวียง.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 31