อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2562

เขาหรือเธอที่หายไป?

เขาคนนั้นคือ “คิม ยอง โชล” เจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐบาลเกาหลีเหนือ ซึ่งมีข่าวว่าถูกส่งไปเข้าค่ายแรงงานเพื่อเป็นการลงโทษฐานล้มเหลวในการเจรจานิวเคลียร์กับสหรัฐอเมริกา แต่ในที่สุดกำลังมีความสุขกับการชมการแสดงคอนเสิร์ตร่วมกับท่านผู้นำ “คิม จอง อึน” ส่วนเธอคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน “คิม โย จอง” น้องสาวคนสวยของท่านผู้นำนั่นเอง อาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2562 เวลา 09.30 น.

เขาคนนั้นคือ “คิม ยอง โชล” เจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐบาลเกาหลีเหนือ ซึ่งมีข่าวว่าถูกส่งไปเข้าค่ายแรงงานเพื่อเป็นการลงโทษฐานล้มเหลวในการเจรจานิวเคลียร์กับสหรัฐอเมริกา แต่ในที่สุดก็มีภาพออกมาจากสื่อของรัฐของเกาหลีเหนือแสดงให้เห็นว่ากำลังมีความสุขกับการชมการแสดงคอนเสิร์ตร่วมกับท่านผู้นำ “คิม จอง อึน” ส่วนเธอคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน “คิม โย จอง” น้องสาวคนสวยของท่านผู้นำนั่นเอง มูลเหตุก็มาจากเรื่องความล้มเหลวที่ว่านั่นแหละ ซึ่งว่ากันว่าท่านผู้นำไม่ปลื้มซักเท่าไหร่

สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) กระบอกเสียงของรัฐบาลคอมมิวนิสต์เกาหลีเหนือเผยแพร่ภาพ “คิม ยอง โชล” นั่งอยู่ห่างไป 5 เก้าอี้ที่นั่งเท่านั้นจากท่านผู้นำ “คิม จอง อึน” ซึ่งกำลังปรบมือชื่นชมการแสดงและยังนั่งอยู่แถวเดียวกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคนระหว่างการแสดงดนตรีของเหล่าภรรยาเจ้าหน้าที่ในกองทัพบกเกาหลีเหนือ สื่อของรัฐบาลเปียงยางรายงานด้วยว่า บรรดาผู้เข้าชมการแสดงต่างประทับใจกับการแสดงออกถึงอุดมการณ์และจิตวิญญาณของผู้แสดงซึ่งได้รับเกียรติสูงสุดจากท่านผู้นำ



คิม ยอง โชล” ผู้นี้มีความสำคัญอย่างไร ก็ต้องตอบว่าสำคัญมากเพราะเขาคือหัวหน้าผู้แทนเจรจาด้านนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ได้รับหน้าที่ให้ไปเจรจาความกับไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ นับตั้งแต่ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเจรจากันเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นปี ที่แล้ว เขาเคยเดินทางไปกรุงวอชิงตันและพบกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐถึงสองครั้ง ก่อนที่ท่านผู้นำคิมจะถกประชุมสุดยอดสองครั้งกับประธานาธิบดีทรัมป์

แต่แล้วการประชุมสุดยอดระหว่างวอชิงตันกับเปียงยางก็มีอันต้องมาสะดุดเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาบนเวทีประชุมสุดยอดที่กรุงฮานอยประเทศเวียดนาม เพราะสหรัฐบอกว่าเกาหลีเหนือมีข้อเรียกร้องมากเกินไปในการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรกับการยกเลิกเพียงบางส่วนเท่านั้นในด้านศักยภาพนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ

เมื่อช่วงปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์โชซุน อิลโบของเกาหลีใต้รายงานโดยอ้างจากแหล่งข่าวว่า คิม ยอง โชล ถูกลงโทษด้วยการส่งเข้าค่ายแรงงานและปรับทัศนคติอันเนื่องมาจากความล้มเหลวที่ฮานอย นอกจากนั้นทูตเจรจาอาวุโสอีกคน “คิม ฮยอก โชล” ซึ่งอยู่ในคณะทำงานเตรียมการประชุมสุดยอดกับเจ้าหน้าที่อเมริกัน ถูกประหารชีวิตพร้อมกับเจ้าหน้าที่อีก 4 คนจากกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือ โทษฐานทรยศต่อท่านผู้นำด้วยการหันไปสนับสนุนสหรัฐอเมริกา

แล้วก็ไม่มีใครในกลุ่มเจ้าหน้าที่ผู้ถูกกล่าวหาและถูกลงโทษประหารชีวิตได้มาปรากฏตัวในสื่อของรัฐอีกเลยนับตั้งแต่มีข่าวนี้ออกไป

แม้เกาหลีเหนือจะเป็นประเทศที่ปิดประเทศเป็นความลับ ซึ่งก็มีเหตุผลให้ต้องระวังเรื่องการลงโทษกำจัดเสี้ยนหนามออกไป เพราะทางฝ่ายรัฐบาลเกาหลีใต้และสื่อได้ติดตามการเปลี่ยนแปลงในตัวเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือ จึงเป็นเรื่องยากของรัฐบาลเปียงยางที่จะปกปิดข้อมูลข่าวสารของบุคคลเหล่านั้น

ลี ซัง-มิน โฆษกกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ ซึ่งทำหน้าที่ติดต่อประสานงานกับทางฝั่งเกาหลีเหนือ บอกว่ายังไม่สามารถให้ความเห็นใด ๆ ได้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการภายในของฝั่งเกาหลีเหนือ ขณะที่หน่วยงานด้านข่าวกรองของเกาหลีใต้ก็ไม่ยืนยัน และทำเนียบบลูเฮาส์ก็ยังไม่ได้พิจารณาหรือมีความเห็นอะไรลงมา แต่ทางฝั่งสหรัฐโดยไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐบอกว่า เห็นข่าวแล้วและพยายามตรวจสอบอยู่

ข่าวที่ออกมาเกิดขึ้นในช่วงที่ความสัมพันธ์ทางการทูตนั้นละเอียดอ่อนเพราะหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือได้ทดสอบการยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้และปะทะคารมกับอเมริกันและเกาหลีใต้

ท่านผู้นำคิม จอง อึน ประกาศเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมาว่ารัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีทรัมป์มีเวลาถึงสิ้นปีนี้เท่านั้นที่จะต้องให้คำตอบซึ่งเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายเพื่อแก้ปัญหานิวเคลียร์ ซึ่งนักวิเคราะห์บอกว่า เกาหลีเหนือใช้มาตรการเสี่ยงเพื่อหวังสร้างแรงกดดันให้กับสหรัฐ โดยไม่ยอมบอกสาเหตุที่ทำให้การเจรจาล้มเหลว

เกาหลีเหนือเคยลงโทษด้วยการกำจัดเสี้ยนหนามออกไปเพื่อแสดงว่าสามารถลงโทษพวกที่ล้มเหลวในทางการเมืองได้ แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่า คิม ยอง โชลถูกส่งไปนั่งด้านหลังแล้วในเวทีเจรจากับสหรัฐ

ชอง ซง-ชาง นักวิเคราะห์ของสถาบันเซจงของเกาหลีใต้บอกว่า คิม ยอง โชล ยังมีข่าวลือเรื่องสุขภาพ ซึ่งคงจะไม่ออกมาปรากฏตัวผ่านสื่อได้เร็วขนาดนี้ ถ้าต้องไปปรับทัศนคติทางการเมืองใหม่ และคงฟังแล้วไม่สมเหตุสมผลหากคิม จอง อึน จะสั่งประหารคิม ฮยอก โชล เพราะแท้จริงแล้ว คิม ยอง โชล ต่างหากที่อาวุโสกว่าและต้องรับผิดชอบมากกว่าหากการเจรจาล้มเหลวที่ฮานอยเพราะเขามีส่วนเกี่ยวข้อง นอกจากนั้นแล้ว คงไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนอยากไปทำงานนอกประเทศ หากต้องถูกลงโทษเพราะความล้มเหลว ซึ่งก็คงจะไม่มีทางที่คิม จอง อึน จะสั่งลงโทษอย่างรุนแรง เพราะการเจรจายังไม่เสร็จสิ้น

คิม ยอง โชล โดดเด่ดขึ้นมาบนเวทีเจรจานิวเคลียร์ทำเอาเจ้าหน้าที่จากเปียงยางงุนงงไปตาม ๆ กัน เพราะเขารับหน้าที่เจรจากับเกาหลีใต้ไม่ใช่นานาชาติหรือสหรัฐ และก่อนหน้านั้นเขาก็เป็นหัวหน้าฝ่ายข่าวกรองของกองทัพ ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับสองเหตุการณ์ คือการโจมตีสองครั้งในปี 2553 ทำให้ชาวเกาหลีใต้เสียชีวิต 50 ศพ และการโจมตีไซเบอร์ปี 2557 กับบริษัทโซนี พิคเจอร์ ทำให้ทั้งเกาหลีใต้และสหรัฐคว่ำบาตรเขาจากเรื่องนี้

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า กระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีเหนือผู้มีประสบการณ์นำโดยรี ยอง โฮ รัฐมนตรีต่างประเทศและโช ซอน ฮุย รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศน่าจะได้เป็นหัวหน้าคณะเจรจานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ



ส่วนน้องสาวคนสวย “คิม โย จอง” ก็ได้ออกมาปรากฏตัวครั้งแรกในรอบกว่า 50 วัน ท่ามกลางกระแสข่าวเช่นกันว่า เธอถูกสั่งให้ลดบทบาทลงเพราะความล้มเหลวที่ฮานอย แต่เธอก็ออกมาปรากฏตัวนั่งปรบมืออยู่ใกล้กับภรรยาพี่ชายและพี่ชายในการชมการแสดงในสนามกีฬาเมย์เดย์ขนาด 150,000 ที่นั่งในชุดการแสดง “ดินแดนแห่งประชาชน” ซึ่งว่ากันว่าท่านผู้นำนั้นไม่ค่อยปลื้มปริ่มสักเท่าไหร่

คิม โย จอง เป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสของพรรคคนงานพรรครัฐบาลเกาหลีเหนือและเชื่อว่าเป็นผู้ใกล้ชิดที่สุดคนหนึ่งของท่านผู้นำ เพราะเธอติดตามไปประชุมสุดยอดด้วยกับประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีมุน แจ-อินของเกาหลีใต้ และยังได้มาร่วมชมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวเมื่อปีที่แล้วที่เมืองพย็องชังของเกาหลีใต้

แต่ที่หลายคนต้องถามถึงเพราะตอนคิม จอง อึน ไปประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซียที่เมืองวลาดิวอสตอคเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เธอไม่ได้ไปด้วย แต่ในการประชุมสมัชชาประชาชนสูงสุดหรือรัฐสภาเกาหลีเหนือเมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมานั้นเธอมาประชุมด้วย ซึ่งเชื่อว่าเธอได้กลับมาแล้วหลังจากได้ไปพักมาระยะหนึ่ง.

--------------------------------------
ทีมข่าวต่างประเทศ.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 53