อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 มิถุนายน 2562

"เบ้ากุดจี่เทียม" เพาะปลูกพืช ผลงานเด็กไทยรางวัลนานาชาติ

ปรบมือรัว ๆ ให้กับเด็กไทยที่ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ บนเวทีในแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชนระดับนานา ชาติ The Intel International Science and Engineering Fair 2019 (Intel ISEF) สหรัฐอเมริกา ที่มีนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์กว่า 1,800 คน จาก 80 ประเทศนำผลงานมาร่วมแข่งขัน อาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2562 เวลา 10.00 น.


โครงงาน “เบ้ากุดจี่เทียมสำหรับเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์พืช” ผลงานสุดสร้างสรรค์ของ น้องเค้ก-นางสาวสุทธิดา เอี่ยมสอาด และ น้องกาน-นายธีรกานต์ วรรณกาญจน์ อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 จาก โรงเรียนพนมสารคาม “พนมอดุลวิทยา” จ.ฉะเชิง เทรา ที่คว้ามาถึง 2 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลที่ 3 สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ด้านพืชวิทยา และ รางวัลสเปเชียลอวอร์ด จาก Sigma Xi ด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพสำหรับการวิจัยข้ามสาขา และการทำงานเป็นทีม โดยมีนายนิรันดร์ เหลืองสวรรค์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะไปคว้ารางวัลระดับโลกมา เพราะก่อนหน้านี้ ผลงานชิ้นนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศในระดับภาค และระดับประเทศจากค่ายวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ ครั้งที่ 14 (TYSF) จนได้รับคัดเลือกจาก สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ไปร่วมชิงชัยในเวทีนานาชาติ

น้องเค้ก และ น้องกาน บอกว่าทั้งคู่ใช้เวลาในการวิจัยและทดสอบมากว่า 1 ปี โดยมีแรงบันดาลใจมาจากที่เห็นแมงกุดจี่กลิ้งดินและมูลสัตว์จนเป็นก้อน และยังสังเกตเห็นว่าเบ้าที่แมงกุดจี่สร้างขึ้นมามีต้นไม้ขนาดเล็กขึ้น นั่นแสดงให้เห็นว่าในเบ้ามีสภาพแวดล้อมและมีความชื้นพอที่จะปลูกต้นไม้ได้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำโครงงาน

เบ้ากุดจี่เทียมถูกผลิตขึ้นจากมูลโค 1 ส่วน และดินเหนียว 5 ส่วน นำมาผสมจนเป็นเนื้อเดียวกันและปั้นขึ้นรูปเป็นทรงกลม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6.5 ซม. ภายในบรรจุเส้นใยของลำต้นมันสำปะหลัง เพื่อช่วยเก็บกักความชื้น จากนั้นจึงเติมเชื้อราไตรโคเดอร์มาซึ่งเป็นเชื้อราที่กำจัดโรคศัตรูพืช อีกทั้งมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของพืช ก่อนจะนำผงที่ได้จากใบสะเดาไปทารอบ ๆ บริเวณด้านนอกของเบ้ากุดจี่เทียม เพื่อป้องกันการทำลายของปลวก



อย่างที่บอกแล้วว่า ผลงานชิ้นนี้ใช้เวลาวิจัยและทดสอบนานถึง 1 ปี ผ่านการพรีเทสต์ (Pretest) มานับครั้งไม่ถ้วน เริ่มตั้งแต่ส่วนผสมระหว่างมูลโคและดินเหนียว เพื่อให้ปั้นขึ้นรูปได้ง่าย การเก็บกักความชื้นได้มากที่สุดถึง 14 วัน ที่ก่อนจะมาลงตัวที่เส้นใยลำต้นมันสำปะหลังที่เป็นพืชไร่ที่เพาะปลูกมากในจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีตัวเลือกทั้งเปลือกมะพร้าว ชานอ้อย และแกลบ รวมไปถึงการช่างสังเกตของทั้งคู่ที่เห็นว่า ต้นแบบเบ้ากุดจี่เทียมมีเชื้อราทำลายพืชขึ้น จึงเป็นที่มาของการเติมเชื้อราที่เป็นประโยชน์กับพืชเข้าไปแทน ระหว่างนั้นได้นำเบ้ากุดจี่ที่สร้างขึ้นไปทดลองปลูก “ผักหวานป่า” โดยนำไปวางในป่า และบริเวณบ้านทั่วไป ซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน พบว่าเบ้ากุดจี่เทียมที่อยู่ในป่าถูกปลวกทำลาย จึงได้คิดที่จะนำพืชไล่แมลงอย่างสะเดา มาทำให้แห้ง บดเป็นผง และเคลือบไว้ที่ผิวด้านนอก

ทำไมต้องเป็นผักหวานป่า...? น้องเค้ก และ น้องกาน บอกว่า ผักหวานป่าเป็นผักเศรษฐกิจที่มีผู้คนนิยมรับประทานกันมาก เป็นสินค้าที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร แต่มีปริมาณผลผลิตที่ได้ค่อนข้างต่ำซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการ และจากการศึกษา พบว่าอัตราการรอดชีวิตของต้นอ่อนผักหวานป่าค่อนข้างต่ำ เนื่องจากการเสียหายของรากของต้นอ่อนผักหวานป่าขณะย้ายจากถุงเพาะชำพลาสติกลงปลูกในดิน ส่งผลให้ต้นอ่อนส่วนใหญ่ไม่สามารถเจริญเติบโตต่อไปได้ จึงได้ทดลองปลูกกับเบ้ากุดจี่เทียม ผลปรากฏว่า การใช้เบ้ากุดจี่เทียมแทนถุงพลาสติก จะช่วยให้อัตราการรอดและการเจริญเติบโตของต้นอ่อนผักหวานป่าดีกว่า ผลงานชิ้นนี้ยังช่วยสนับสนุนการลดการใช้ถุงพลาสติกที่กำลังเป็นกระแสโลก และสนับสนุนแนวทางเกษตรอินทรีย์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย นอกจากนี้น้อง ๆ ยังได้นำผลงานไปให้เกษตรกรในพื้นที่ทดลองใช้ และได้รับการตอบรับดีมาก

เบ้ากุดจี่เทียมเหมาะกับการปลูกพืชขนาดเล็กที่มีระยะเวลาการงอกไม่เกิน 14 วัน หรือพืชผักสวนครัวต่าง ๆ สามารถตั้งไว้โดยไม่ต้องใช้ดินกลบ เมื่อพืชงอก รากจะชอนไชไปในดินเอง แต่หากต้องการเพิ่มระยะเวลาเก็บกักความชื้นก็สามารถฝังลงไปในดินได้”

น้อง ๆ ยังเตรียมต่อยอดผลงาน ด้วยการเพิ่มขนาดของเบ้า เพื่อปลูกพืชที่มีขนาดใหญ่ได้มากขึ้น รวมไปถึงพัฒนาเรื่องระยะเวลาการเก็บกักความชื้น สำหรับพืชที่มีระยะเวลาในการงอกนานขึ้น หรือ พัฒนาไปสู่การใส่เมล็ดพันธุ์ไม้ป่าขนาดใหญ่ ด้วยการโยนเบ้ากุดจี่เข้าไปในพื้นที่ป่า และให้ต้นไม้งอกขึ้นเอง โดยไม่ต้องลงมือปลูก

น้องเค้ก และ น้องกาน บอกว่า ผลงานชิ้นนี้คงไม่ประสบความสำเร็จ หากไม่มี นายศักดิ์เดช จุมณี ผอ.โรงเรียนฯ, รอง ผอ.โรงเรียน, อาจารย์ที่ปรึกษา, สมาคมศิษย์เก่าและสมาคมผู้ปกครองโรงเรียนพนมสารคาม “พนมอดุลวิทยา” ที่ช่วยกันให้คำแนะนำ สนับสนุนและผลักดัน จนทำให้ผลงานเบ้ากุดจี่เทียมไปไกลถึงระดับโลก.

-----------------------------------------------
นภาพร พานิชชาติ.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 28