อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562

เลือกที่อยู่ ตอนที่ 2

ไม่ว่าลูกนายพลไม่นายพล มีสิทธิเท่ากัน การวิ่งเต้นเส้นสายไม่มีอย่างเด็ดขาดในการเลือกที่อยู่ครั้งนี้ เพราะเพื่อนจับตาดูอยู่ ใครเอาเปรียบโดนด่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคะแนนสอบของเราทั้งสิ้น… จันทร์ที่ 10 มิถุนายน 2562 เวลา 11.00 น.


ในแบบฟอร์มใบสมัครเตรียมทหารจะมีช่องให้กรอกเป็น 4 ลำดับลงมาตั้งแต่ลำดับ 1 ถึง 4 ก็ให้ผู้สมัครเขียนเรียงลงไปตามความต้องการของตนเองหรือของพ่อที่ยืนกำกับอยู่ข้างหลังไอ้หนูนั่นก็แล้วแต่ ทั้งนี้เพื่อจะได้ใช้เป็นมูลฐานในการที่ผู้บังคับบัญชาจะกำหนดเหล่าให้ในโอกาสต่อไป ก็มีทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตำรวจ

ต่อจากนั้นพ่อก็จะลากตัวเรากลับบ้านเพื่อก้มหน้าก้มตาดูหนังสือเรียน หรือส่งไปกวดวิชาต่อตามอัธยาศัย ตามกำลังทรัพย์ กำลังศรัทธาของแต่ละคน รอวันสอบคัดเลือก ซึ่งในช่วงนี้พ่อก็อาจพาเราไปฝากกับผู้หลักผู้ใหญ่ที่พอมีชื่อเสียงตามขนบธรรมเนียมอันดีงามของไทย ซึ่งภายหลังผมรู้ว่าไม่ค่อยได้ผลหรอก เพราะที่สอบพร้อมผม พวกนามสกุลบิ๊ก ๆ ในสมัยนั้นสอบตกกันเป็นแถว หรือหากหาผู้ใหญ่ที่ตรงสเปคไม่ได้ ก็เอาผู้ใหญ่ที่ใหญ่กว่าผู้ใหญ่มีเส้นเสียเลย เช่นเจ้าพ่อหลักเมือง เจ้าพ่อหอกลอง ฯลฯ หาไม่ได้ก็ที่พึ่งสุดท้าย ต้นโพธิ์หน้าบ้านก็พอแก้ขัดได้

การสอบคัดเลือกกระทำเป็น 2 ขั้นตอน ขั้นแรกเป็นการสอบเฉพาะข้อเขียน แล้วคัดเอาไว้จำนวนหนึ่งคือประมาณ 2 เท่าของจำนวนที่นั่งการศึกษาในแต่ละปี ใครที่ผ่านการสอบรอบแรกก็จะเข้าสู่สนามในภาค 2 ซึ่งเป็นการสอบวิชาพลศึกษาและสัมภาษณ์ เมื่อเก่งพอหรือฟลุคหรืออะไรก็แล้วแต่ เอาว่ามีชื่อติดว่าสอบผ่านรอบ 2 แล้ว ต่อจากนั้นไอ้หนุ่มคนนั้นก็มีสิทธิ์เข้าศึกษาต่อในโรงเรียนเตรียมทหารอย่างสมบูรณ์ แต่เรื่องก็ยังไม่จบเสียทีเดียว



คณะกรรมการของโรงเรียนเตรียมทหารจะจัดแจงเอาใบสมัครของแต่ละคนที่ผ่านการสอบมาแล้วมาดูว่า ใครเลือกไปรับราชการในเหล่าทัพใดบ้าง แล้วก็กำหนดให้เสร็จสรรพว่าใครจะไปเหล่าทัพไหน ทั้งนี้ก็ดูคะแนนสอบเป็นเกณฑ์ คือใครสอบได้ที่ 1 ก็ได้ไปเหล่าที่ตนเองเลือกแล้วก็ไล่เรียงคนอื่น ๆ ลงไปตามลำดับ ฟังดูแล้วก็คล้าย ๆ โผโยกย้ายเลยใช่ไหมครับ

รุ่นผมมีทหารเรือ 20 กว่าที่ ทหารอากาศกับตำรวจประมาณเหล่าละ 70 ที่เหลือร้อยกว่าก็เหมาเข่งให้โรงเรียนนายร้อย จปร.ทั้งหมด สมัยนั้น (พ.ศ.2506) บ้านเมืองสงบยังไม่รบกับ ผกค. แล้วทหารบกก็ใหญ่อยู่ในเมืองไทย ดังนั้นส่วนใหญ่ที่เลือกมาเหล่าทหารบกก็มักจะหวังเผื่อฟลุคเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยกันทั้งสิ้น...แฮ่ม

ใครที่ชอบความสงบเงียบหรือว่ารักการท่องเที่ยวไปรอบโลกก็เลือกไปทหารเรืออยากเป็นนักบินก็ไปทหารอากาศ และอยากจับบ่อนก็ไปเป็นตำรวจ

ครับ...ก็มีทั้งสมปรารถนาและไม่สมปรารถนา เพราะแต่ละเหล่ามีจำกัด ดังนั้นพวกที่สอบได้ลำดับที่บ๊วย ๆ ก็อาจจะได้ไปเหล่าที่ตนเลือกไว้เป็นลำดับสุดท้ายก็ได้ เช่นเหล่าทหารบก ซึ่งมีมากกว่าเพื่อน หรือเหล่าตำรวจซึ่งคุณอาจไม่เชื่อว่า ในสมัยนั้นไม่ค่อยมีใครอยากจะไปกันเลย

นี่นับเป็นประสบการณ์ในการโยกย้ายครั้งแรกของพวกเราซึ่งค่อนข้างจะมั่นใจได้ว่าไม่มีการวิ่งเต้นเส้นสาย (หรือมีพวกผมก็ไม่รู้ เพราะเป็นเรื่องของพ่อ ๆ เขางุบงิบทำกัน) แต่อย่างไรก็ตามโรงเรียนยังเปิดโอกาสให้มีการเปลี่ยนเหล่ากันได้ หากสามารถตกลงจับคู่กันได้แล้วแลกเหล่ากัน ซึ่งรุ่นผมก็มีหลายคู่

จาก”อาณาจักร จักรดาว”ข้างสวนลุมพินีสมัยนั้น พวกผมร้อยกว่าชีวิตก็เข้ามาสู่ “อาณาจักร รั้วแดง-กำแพงเหลือง”ริมถนนราชดำเนินนอกสมัยนั้น (อีกนั่นแหละ) เรียนมั่ง ตกมั่ง หลับมั่ง ตื่นมั่ง ตามประสานักเรียนทั่วไป แล้วเมื่อเวลาผ่านไป ไวเหมือนโกหก ส่วนใหญ่ก็จะจบออกรับราชการเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร....

คราวนี้ก็มาถึงประสบการณ์ครั้งที่สองของพวกเราในการ “เลือกที่อยู่”ซึ่งหมายถึงเหล่าที่จะออกรับราชการเป็นนายทหาร ซึ่งนับว่ายังคงเป็นอีกหนึ่งการเลือกที่โปร่งใสยุติธรรมที่สุด ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าลูกนายพลไม่นายพล มีสิทธิเท่ากัน การวิ่งเต้นเส้นสายไม่มีอย่างเด็ดขาดในการเลือกที่อยู่ครั้งนี้ เพราะเพื่อนจับตาดูอยู่ ใครเอาเปรียบโดนด่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคะแนนสอบของเราทั้งสิ้น ซึ่งจะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตที่ทุกอย่างจะ “แฟร์”เช่นนี้ ก่อนที่จะเข้าสู่ระบบ “ความเหมาะสม”ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นความเหมาะสมของใครในเวลาต่อมา.

.............................................................
คอลัมน์ : สอยดาวมาร้อยบ่า – RELOADED
โดย “พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์”
Facebook : Gen.Bunchon - บัญชร ชวาลศิลป์


ติดตามอ่าน "เลือกที่อยู่" ทุกตอนได้ที่นี่

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 110