อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2562

ใช้ชีวิตเมืองกรุงต้องทรหด เกินไปรึเปล่าแค่เรื่องฝนตก

สัปดาห์นี้ชวนคุยปัญหาคนกรุงเทพฯ คุณภาพชีวิตช่างทรหดยิ่งนักหรือมันมากเกินไปหรือเปล่า เพียงแค่เรื่องฝนตกในเย็นวันศุกร์ หากเทียบกับพลเมืองในเมืองใหญ่ ๆ ของโลก พุธที่ 12 มิถุนายน 2562 เวลา 14.00 น.


ฟ้าครึ้มเมฆก่อตัวในที่สุดฝนก็ตกลงมา จากเดิมก็ตกมาเบา ๆ ยังพอเดินไหว แต่เมื่อวินาทีผ่านไปเรื่อย ๆ มันชักตกหนักถี่ขึ้น ขาวขึ้นจนเปียกปอนต้องหาร่มมาบัง

อยู่ใกล้ฟ้ากลัวไรกับฝน...

กลัวสิครับ! หากคุณเป็นคนกรุงเทพพระมหานคร มาเจอฝนตกตอนช่วงใกล้จะเลิกงาน คนทำงานทุกคนหวั่นใจเลย ไม่เพียงภาวนาให้ฝนหยุดตกโดยไว เพราะกลัวเปียก พวกเขายังหวังใจว่ากรุงเทพฯ จะใจดี ไม่น้ำท่วมซึ่งจะนำมาสู่สถานการณ์รถติดอย่างสาหัสสากรรจ์

วิชัยได้รับภารกิจจากหัวหน้าให้ไปถ่ายรูปฝนตกรถติดน้ำท่วม 3 คำ 3 ความหมายที่มารวมกันได้อย่างพอเหมาะเป็นประเด็นข่าวมีค่าเพียงพอจะลงหน้า 1 ในทุกสำนักข่าว

รถตระเวนมารับแล้ว การเดินทางไปอย่างช้า ๆ หอยทากอาจแซงอย่างสบาย ๆ รถเริ่มติดกันแล้วหลังสี่โมงเย็น ฝนซาลงจนหยุดตก แต่กรุงเทพฯ วิกฤตกำลังเริ่มขึ้น

เพราะตอนนี้น้ำเอ่อนองจากคลองสู่ท้องถนน เปลี่ยนถนนวิภาวดีรังสิต ถนนเพชรบุรี ถนนรามอินทรา ถนนรามคำแหง ถนนสุขุมวิท และหลายถนนกลายเป็นลานจอดรถขนาดใหญ่ที่คนขับเผลอหลับไปตื่นมาอาจทันใดสะดุ้ง! เพราะรถยังไม่เคลื่อนไปไหนเลย



ป้ายรถเมล์คลาคล่ำด้วยผู้คน ถอดรองเท้า ถลกกางเกงและกระโปรง น้ำนองจ่อขึ้นมาไม่ต่ำกว่าข้อเท้า บางแห่งขึ้นไปพรมจูบถึงหัวเข่า บางจุดสูงกว่าหลังคารถ ทุกคนต่างยืนกันด้วยความเซ็งเป็ด ทุกคนต่างยืนมองรอรถเมล์ด้วยความอนาทรร้อนใจ แต่รถเมล์ก็ยังไม่มา หากมาถึงแล้วก็เห็นคนบนรถแน่นขนัด

ยังไม่นับว่าน้ำขึ้นถึงฟุตปาธ ตอนก้าวขึ้นต้องเล็งดี ๆ เพราะอาจพลาดเหยียบไม่ถึงรถเมล์ไทยที่ไม่ค่อยจะจอดชิดฟุตปาธเท่าใดนัก ถ้าก้าวพลาดร่วงตกน้ำ มันจะยิ่งเซ็งเป็ดไปกว่าเดิม

รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดินแน่นขนัด บางจุดมีน้ำพุโผล่พุ่งได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจยิ่ง นี่คือสุดยอดความมหัศจรรย์แห่งสัจนิยมของประเทศนี้ได้อย่างเหลือเชื่อ

ทุกคนอ่อนล้าโรยแรง พยายามเล่นมือถือ เสียบหูฟัง ทุกคนฝันถึงที่พัก แต่เวลาขนาดนี้ยังอีกไกลกว่าจะไปถึง มีขั้นต่ำ 3-4 ชม. แน่นอน

วิชัยพยายามเก็บภาพลงจากรถ แล้วเดินไป วันนี้ไม่ได้ใส่รองเท้าแตะมาด้วย ใส่รองเท้าผ้าใบที่เอามาวิ่ง แต่ก็ไม่ได้เริ่มวิ่งเสียที กล้องถ่ายรูปกระชับมือ ถ่ายเก็บภาพไปหลายจุด

คนยืนรถเมล์ น้ำก็สถิตตรงนั้นไม่ยอมลง



รถติดเหมือนจอดในลานจอด ไม่ยอมขยับ น้ำก็เคลื่อนผ่านไปได้อย่างว่องไว สูงพอที่จะเปียกปอนรองเท้า วิชัยยินยอมสละรองเท้า เหยียบย่ำไปในน้ำ ถกกางเกงขึ้น หากเห็นแก่รองเท้าก็คงจะถอดเท้าเปล่าแล้ว แต่ก็ไม่แน่ใจได้ว่า น้ำได้พาอะไรมาบ้าง เพราะดูจากสีแล้วถึงกับสะดุ้ง มันดูน่าสกปรกยิ่งนัก

ขึ้นไปถ่ายรูปบนสะพานลอยมุมสูง เห็นหน้าตาคนในรถแอบเซ็งหลายคนเล่นมือถือ มือปัดหน้าจอจนไม่รู้จะปัดยังไงแล้ว เสียงวิทยุรายงานพื้นที่แต่ละแห่ง รถติด น้ำท่วมสูง สถานีวิทยุเปิดเพลงให้กำลังใจคนฟัง ฟังแล้วมีกำลังใจขึ้นมาเลย เพลงนั้นชื่อว่า “สงสารกันหน่อย” มาลีวัน เจมิน่า คนขับร้องตาม เหม่อมองเสารถไฟฟ้าที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง วันดีคืนดียามดึก ก็ปิดถนนเพื่อสร้างทาง ช่างเป็นชีวิตที่ทรหดยิ่งนัก ทรหดเกินไปหรือเปล่า หากเทียบกับพลเมืองในเมืองใหญ่ ๆ ของโลก



วิชัยเก็บภาพถ่าย แล้วเดินไปขึ้นรถที่ขยับไปไหนได้ไม่ไกลเท่าไหร่ เป้าหมายคือเข้าสมาคมที่นักข่าวอาชญากรรมชอบไปรวมตัวกัน กินเวลาเกือบ 3 ชม. กว่าจะดั้นด้นไปถึง ท้องแสบหิวชะมัดยาก ปวดก้น ปวดหลังไปหมด

ภาพถ่ายเรื่องราวถูกส่งไปเป็นข่าวให้คนอ่านรับรู้

แต่ภาพที่วิชัยจำฝังใจ คือ ดวงตาของคนที่ยืนรอรถเมล์ คนที่นั่งในรถ คนที่รอรถไฟฟ้า คนที่เดินฝ่าน้ำท่วม มันเป็นสายตาที่อ่อนแรงเศร้าเซ็งเสียใจ เป็นสายตาที่เหมือนจะอยากก่นด่า แต่ก็ได้แต่สงสัย...จะทำยังไงได้วะ ทุกคนก้มหน้ารับชะตากรรม ทำได้เพียงเท่านี้กระมัง คนกรุงเทพพระมหานคร

วิชัยเพียงสงสัย ยังไม่มีคำตอบใดออกจากใจในเวลานี้.
..................................
คอลัมน์ : หนอนโรงพัก
โดย “ณัฐกมล ไชยสุวรรณ”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 296