อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562

'ข้อเข่าเสื่อม'ไม่ง้อวิธีผ่าตัด แค่ฉีดด้วยเกล็ดเลือดตัวเอง

สัปดาห์นี้ติดตามเทคโนโลยีสุดล้ำ ช่วยรักษา “โรคข้อเข่าเสื่อม” ทางเลือกไม่ง้อผ่าตัด แต่หันไปพึ่งวิธีฉีดเกล็ดเลือดตัวเองกลับไปจุดที่บาดเจ็บหรือสึกหรอ เพื่อสร้างเซลล์และคอลลาเจน จันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2562 เวลา 12.00 น.


ในครั้งนี้คุณยาย OK ขอบอกเลยว่า ความรู้ที่จะนำมาบอกต่อสูงวัยและคุณผู้อ่านทุก ๆ ท่าน โดยเฉพาะท่านที่ “โรคข้อเข่าเสื่อม” กำลังถามหาหรือเป็นอยู่และไม่อยากผ่าตัด แต่อยากจะรักษาข้อเดิมไว้ วันนี้คุณยายพาทำความรู้จักการรักษาด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย และไม่ต้องเจ็บตัว เพราะใช้เพียง...เลือดของตัวเราเอง

และอย่างที่เรารู้ ๆ กันว่า ไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่อีกไม่กี่ปีกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย และหนึ่งปัญหาอันดับต้น ๆ คือ ภาวะกระดูกพรุน กระดูกบาง ปวดเข่า หรือปวดตามข้อต่าง ๆ ซึ่งเป็นปัญหาที่กระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน มารู้จักวิธีบรรเทาอาการบาดเจ็บและข้อเข่าเสื่อมโดยไม่ต้องผ่าตัด เป็นการแพทย์สมัยใหม่ที่เรียกว่า PRP (Platelet-Rich Plasma) รักษาด้วยพลาสม่าเกล็ดเลือดเข้มข้น แต่มันคืออะไร?

พญ.อลิศรา เอมี่ อารีราชการัณย์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ เวชศาสตร์การกีฬาและการส่องกล้องตรวจในข้อ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ รพ.บำรุงราษฎร์ อธิบายให้ฟังว่า PRP เป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่ถูกนำมาใช้ซ่อมแซมและรักษาโรคทางกระดูก เอ็น และกล้ามเนื้อที่เสียหาย ซึ่งมีความปลอดภัยสูงเนื่องจากเป็นส่วนประกอบจากเลือดของผู้ป่วยเอง และใช้อย่างแพร่หลายเป็นที่ยอมรับในระดับมาตรฐานสากล



ให้นึกภาพตามว่า ปกติร่างกายของเราสามารถรักษาตัวเองได้อยู่แล้วถ้าบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยจะส่งสัญญาณให้เกล็ดเลือดและส่วนอื่น ๆ ในเลือดเดินทางไปยังจุดที่บาดเจ็บ เกล็ดเลือดเหล่านี้แหละที่ส่งสารเพื่อรักษา สารนั้นก็คือ “โกรทแฟคเตอร์” (Growth factor) ที่ช่วยสร้างและเร่งกระบวนการรักษาซ่อมแซม

แต่สำหรับวิธีนี้แพทย์จะทำให้เกล็ดเลือดเข้มข้นขึ้น 3-4 เท่า โดยเจาะเลือดจากคนไข้ปริมาณ 30-60 มล. และนำไปแยกเกล็ดเลือดโดยการปั่นด้วยเครื่องปั่นพิเศษ แยกจนได้เฉพาะเกล็ดเลือดที่จะนำไปสร้างเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) โดยนำเม็ดเลือดแดงออกเพราะไม่มีบทบาทในการซ่อมแซม เมื่อผ่านการสกัดเสร็จสิ้นจะอุดมไปด้วย “โกรทแฟคเตอร์” จำนวน 3-6 มล. ก่อนจะฉีดกลับเข้าไปยังจุดที่สึกหรอ บาดเจ็บ อักเสบ หรือเสื่อมสภาพ เพื่อช่วยกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมเอ็นกล้ามเนื้อและเอ็นกระดูกที่เสียหาย ไม่ว่าจะเป็นหลอดเลือด เพิ่มการสร้างเซลล์ รวมถึงคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างเอ็นและกล้ามเนื้อ

ฉะนั้นคุณหมอจึงบอกว่า อันนี้ค่อนข้างปลอดภัย ไม่มีผลข้างเคียงและอาการแพ้ใด ๆ เนื่องจากเป็นเลือดของเราเอง



มันจะปลอดภัยอยู่แล้ว เพราะเป็นเลือดของเราเอง มันก็เหมือนดึงเลือดเราเองแล้วฉีดกลับไป แต่ต้องมาผ่านการปั่นและแยกชั้น เอาส่วนที่มีสิ่งทำให้เราหายไว้ฉีดกลับไปตรงที่บาดเจ็บ สังเกตไหมว่าเวลาเราบาดเจ็บมันบวม เพราะร่างกายพยายามส่งเลือดไปซ่อมแซม แต่เวลาฉีด PRP เหมือนทำให้เลือดติดปีก คัดเฉพาะส่วนที่ใช้ซ่อมแซมได้ให้เข็มข้นมากขึ้น ฉีดเข่าเสร็จเดินออกได้เลย อาจระบมนิดหน่อยเพราะฉีดหลายจุด แต่ไม่เหมือนผ่าตัดแน่นอน” คุณหมอ เผยข้อดีจากกลไกลการทำงานของการรักษาด้วยวิธีนี้

โดยวิธีนี้ช่วยให้อาการบาดเจ็บฟื้นตัวเร็ว และทำให้คนไข้สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติประมาณ 6 เดือนถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับความพร้อมของร่างกายในแต่ละบุคคล ซึ่งปกติจะรักษาตั้งแต่ 1-3 ครั้ง ห่างกัน 3-4 สัปดาห์ และเริ่มเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก ส่วนเห็นผลเต็มที่จะอยู่ระหว่าง 3-6 เดือน

แต่สิ่งที่ผู้สูงอายุมักไม่รู้ตัว คือ “กระดูกพรุน” และมักจะพบในเพศหญิงได้มากกว่าเพศชาย อีกทั้งหญิงหมดประจำเดือนในวัย 45-75 ปี ประมาณ 80% มักไม่ทราบว่าตัวเองกระดูกพรุน เมื่อออกกำลังกายผิดท่าจึงเสี่ยงต่อการหักโดยไม่รู้ตัว ซึ่งถ้าเกิดอุบัติเหตุหกล้ม กระดูกข้อมือ สะโพก หรือสันหลัง ล้วนแล้วแต่หักได้ทั้งสิ้น ดังนั้นตั้งแต่อายุ 45 ปี ก็ควรจะได้รับการตรวจเพื่อดูมวลกระดูกว่ามีความหนาแน่นเท่าใด



นอกจากนี้การรักษาด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้น ยังนำมาใช้กับ “นักกีฬา” ซึ่งอาการที่เกิดขึ้นได้บ่อยมาก คือ เส้นเอ็นไขว้หน้าหัวข้อเข่าฉีกขาด หมอนรองกระดูกบาดเจ็บ ถ้าไม่รักษาก็จะทำให้อย่างอื่นรอบข้างในหัวเข่าบาดเจ็บมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยนักกีฬาที่บาดเจ็บด้วยอาการดังกล่าวราว 93% ไม่สามารถที่จะกลับมาเล่นกีฬาในระดับที่เคยเล่นได้ เพราะทุกครั้งที่ลงน้ำหนักจะรู้สึกปวด หรือแม้แต่การเดินไม่มั่นคง เหมือนลงเท้าไม่เต็มที่ จึงต้องรีบรักษาตั้งแต่พบอาการ ส่วนใหญ่พบได้ในกีฬาเทนนิส แบดมินตัน ยิมนาสติก ฟุตบอล

อย่างที่บอก เส้นเอ็นไขว่หน้าฉีกแล้วไม่ทำให้มันกลับมาใหม่ได้ วิธีนี้จะลดอาการปวดและซ่อมแซม แต่ไม่ทำให้กระดูกอ่อนกลับมาใหม่ได้ บางคนมองแค่ว่าอะไรขาดก็ซ่อมแค่ตรงนั้น อายุ 40 ปีมีคนบอกให้เปลี่ยนข้อเข่าก็คงไม่โอเค เราต้องดูว่าสาเหตุเสื่อมตรงไหน ด้านใน ด้านนอก มีฉีกขาด เสื่อมแบบนี้แก้ด้วยวิธีตัดต่อกระดูก หรือฉีด PRP ได้ไหม ต้องดูที่สาเหตุและแก้ไขให้ตรงจุด เพราะถ้ากล้ามเนื้อกลับมาแข็งแรงดี ๆ เราอาจป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำได้ และยังเพิ่มประสิทธิเล่นได้เต็มที่ แต่ก็จะเห็นข่าวว่า นักบอลคนนี้บาดเจ็บกลับไปเล่นไม่ได้ ซึ่งที่จริงถ้าปรับแก้ถูกต้องก็กลับไปเล่นได้” คุณหมอย้ำและจะแก้ไขอย่างไรไม่ให้บาดเจ็บซ้ำเดิม

อย่างไรก็ตาม ถ้าเราป้องกันย่อมได้ผลดีกว่าการรักษา เพราะประสิทธิภาพการป้องกันดีกว่าอยู่แล้ว หากวันนี้เรารู้ว่าวิธีวิ่งอย่างถูกต้องตั้งแต่ที่เรายังไม่เจ็บป่วยหรือปล่อยให้ฉีดขาด ผู้สูงวัยบางคนไม่เหมาะกับวิ่งทันทีทันใด หรือหลายคนว่ายน้ำแล้วกล้ามเนื้อฉีกขาดที่หัวไหล่ ถ้าเรารู้จักวิธีป้องกัน ศักยภาพของเราก็จะมีสูงขึ้นตามไปด้วย.
.............................................
คอลัมน์ : แก่ไม่กลัว กลัวไม่แก่
โดย “คุณยาย OK”


คลิกติดตามอ่านการดูแลผู้สูงวัยได้ทั้งหมดที่นี่

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%