อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 17 กันยายน 2562

TSPCA จัดระดมความคิด ปฏิรูปสวัสดิภาพสัตว์องค์รวม

TSPCA จัดระดมความคิด หวังส่งเสริมแก้ไขปัญหาร่วมกัน ทั้งภาครัฐ-เอกชน-ผู้มีส่วนได้เสียด้านสวัสดิภาพสัตว์ในสวนสัตว์และอควาเรียม อังคารที่ 11 มิถุนายน 2562 เวลา 16.52 น.


ปัจจุบันปัญหาสวัสดิภาพสัตว์เป็นประเด็นที่สังคมให้ความสำคัญมากขึ้น รวมถึงปัญหาสวัสดิภาพสัตว์ในสวนสัตว์และอควาเรียม จึงนับเป็นมิติใหม่ที่ดีในการร่วมกันสร้างเครือข่ายเพื่อส่งเสริมสวัสดิภาพสัตว์ดังกล่าว ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ องค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ สวนสัตว์เอกชน องค์กรภาคเอกชน องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (IUCN) สื่อมวลชน เป็นต้น ผ่านการจัดประชุมเครือข่ายผู้รักสัตว์ครั้งที่ 10 ณ โรงแรม คามิโอ อมตะ บางปะกง จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 9-10 มี.ค. 2562

ดร.สาธิต ปรัชญาอริยะกุล เลขาธิการและผู้อำนวยการสมาคมป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย (TSPCA) ได้เปิดเผยสรุปประเด็นแนวทางการปฏิรูปสวัสดิภาพสัตว์ สวนสัตว์ และอควาเรียมไทย เรียงตามคะแนนโหวต ดังนี้

1.ด้านการจัดการองค์ความรู้ของบุคลากร ปัญหา สภาพปัจจุบัน บุคลากรขาดความรู้ทางด้านชีววิทยาและวิชาการของสัตว์แต่ละชนิด เช่น ความต้องการพื้นฐานของสัตว์ การแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมของสัตว์ โภชนาการของสัตว์แต่ละชนิด และสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการดำรงชีพของสัตว์ รวมทั้งขาดความรู้ทางด้านการจัดการสุขภาพสัตว์ เป็นต้น แนวทางแก้ไขปัญหา ควรมีแหล่งความรู้ที่สามารถเข้าถึงและเข้าใจง่าย มีจัดอบรมหรือสัมมนาให้ความรู้แก่บุคลากร ในด้านต่างๆ รวมถึงการฝึกปฏิบัติเพื่อเพิ่มความชำนาญ โดยอาจจะเป็นการเชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ หรือมีการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างหน่วยงานหรือองค์กร มีการตรวจประเมินความรู้โดยการตั้งเกณฑ์มาตรฐาน หรือทำเป็นรายการตรวจสอบ เพื่อเป็นแนวทาง ซึ่งจะทำให้การวัดผลเป็นรูปธรรม รวมถึงการมีคณะกรรมการตรวจประเมินความรู้และมีการติดตามผลการตรวจประเมิน สร้างมาตรฐานที่บุคลากร พึ่งมี มีหน่วยงานกำกับดูแลเกี่ยวกับสวัสดิภาพสัตว์และบังคับใช้ กำหนดมาตรฐานสวนสัตว์ ให้บุคลากรต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสวัสดิภาพสัตว์ ให้สัตวแพทย์ (ทำงานเต็มเวลา/นอกเวลา) ควรเป็นผู้ที่ผ่านการอบรมด้านการดูแลสัตว์ในสวนสัตว์โดยเฉพาะ มีวิธีการเลี้ยงสัตว์แต่ละชนิด โปรแกรมการตรวจสุขภาพสัตว์เป็นประจำ มีสัตวแพทย์ดูแลสัตว์อย่างสม่ำเสมอ จัดทำคู่มือการเลี้ยงและการจัดการสัตว์แต่ละชนิด สร้างเครือข่าย กลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีที่ปรึกษาเชิงนโยบาย หรือมีคนวิเคราะห์แนวทางอนาคต แนะนำสวนสัตว์ ให้ความรู้ผู้เข้าชมนักท่องเที่ยว มีตารางหมายกำหนดการสำหรับการดูแลสัตว์ที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ และมีใบ รายการตรวจสอบประจำตัวสัตว์และบริเวณกรงเลี้ยง ทำโปรแกรมสุขภาพเป็นประจำและสม่ำเสมอ ต้องมีความพร้อมของอุปกรณ์ ครุภัณฑ์และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ที่เหมาะสมกับชนิดของสัตว์ที่เลี้ยง



2.ด้านการบริหารจัดการ ปัญหา สภาพปัจจุบัน เช่น การได้มาของสัตว์ที่ไม่ถูกต้องตามข้อบังคับ/กฎหมายผู้ประกอบการ ผู้บริหารไม่ให้ความสำคัญในภาพรวมทั้งสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์ เช่น การนำสัตว์ป่วยมาแสดง สถานประกอบการทำตามความต้องการของลูกค้าโดยไม่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์ สถานประกอบการไม่ดูแลเอาใจใส่สัตว์เท่าที่ควร การให้แสดงโชว์ในพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ผู้ประกอบการมุ่งเน้นการแสวงหากำไรหรือเน้นการค้า แนวทางแก้ไขปัญหา ควรมีกรปฏิบัติตามกฎหมาย (อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora; CITES) พิจารณาเรื่องแหล่งที่มาของสัตว์) ใช้กฎหมายบังคับ ให้ความรู้ ความเข้าใจ เรื่องปรัชญาของสวนสัตว์ สวัสดิภาพสัตว์และธรรมชาติของตัวสัตว์แก่เจ้าของหรือผู้ประกอบการ มีการตรวจสอบสวนสัตว์โดยมีหน่วยงานกลางที่เข้าร่วมตรวจสอบและมีการให้คะแนนตามหัวข้อที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน และมีการติดตามอย่างสม่ำเสมอ ส่งเสริมจริยธรรม สร้างจิตสำนึกกำหนดมาตรฐานสวนสัตว์ การเลี้ยงสัตว์

3.ด้านโครงสร้างและการจัดการสิ่งแวดล้อม ปัญหา สภาพปัจจุบัน ที่อยู่อาศัยของสัตว์ไม่เหมาะสม มีร่มเงาไม่เพียงพอ พื้นที่ไม่เพียงพอต่อการแสดงออกทางพฤติกรรมของสัตว์ สัตว์อยู่อย่างหนาแน่น ปัญหาสภาพแวดล้อมและความสะอาดในสวนสัตว์และอควาเรียม สภาพแวดล้อมในตู้ไม่เหมาะสม เป็นการตกแต่งเพื่อโชว์ คุณภาพน้ำไม่เหมาะสมกับสัตว์ สภาพแวดล้อมที่อยู่ไม่มีความเป็นธรรมชาติ สัตว์ไม่ได้อยู่ในสภาพที่เป็นธรรมชาติ เน้นจัดให้สัตว์ปรากฏตัว ไม่มีสถานพักฟื้นสำหรับสัตว์ป่วย แนวทางแก้ไขปัญหาควรกำหนดความต้องการพื้นฐานเรื่องพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับสัตว์แต่ละชนิดในสวนสัตว์หรืออควาเรียม (ต้องมีความรู้ด้านชีววิทยาของสัตว์แต่ละชนิด) มีแผนจัดการประชากรอย่างเหมาะสม เช่น มีแผนรับมือกับประชากรมากเกิน (overpopulation) ควรนำองค์ความรู้ด้านสถานที่และสิ่งแวดล้อมมาใช้ในการจัดการ แต่ละสวนสัตว์ควรมีแผนแม่บท (master plan) จัดการสวนสัตว์และจัดทำมาตรฐานคู่มือเกี่ยวกับความต้องการพื้นที่ของสัตว์แต่ละชนิด ควรมีการจัดสถานที่เลี้ยงให้เหมาะสม ให้สัตว์สามารถแสดงพฤติกรรมทางธรรมชาติได้และขึ้นทะเบียนผู้ออกแบบและผู้รับเหมาที่สามารถสร้างสวนสัตว์ได้มาตรฐานโดยมีหน่วยงานของรัฐตรวจสอบการออกแบบและการก่อสร้าง



4.ด้านงบประมาณ ปัญหา สภาพปัจจุบัน ขาดงบประมาณในการดูแลองค์กร งบประมาณที่จำกัดส่งผลต่อการจัดสร้างสภาพที่อยู่อาศัย รวมถึงเครื่องใช้และสาธารณูปโภคต่อสัตว์ แนวทางแก้ไขปัญหา สวนสัตว์ต้องมีการจัดทำแนวการจัดหารายได้ที่เหมาะสมและเพียงพอ เช่น การเก็บค่าบัตรเข้าชม การขายของที่ระลึก มีการให้เช่าพื้นที่ การรับบริจาค สร้างจุดขายเพื่อดึงดูผู้เข้าชม จัดแพ็กเกจท่องเที่ยว มีเงินสนับสนุนจากภาครัฐ ความช่วยเหลือ เช่น ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการพัฒนาสวัสดิภาพสัตว์ อาจนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ ให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องกู้เงิน ดอกเบี้ยอัตราต่ำ ผู้ประกอบการต่าง ๆ ร่วมมือกัน หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวเข้ามาช่วย มีการผลักดันเข้าสู่ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวจากภาครัฐ ภาครัฐและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นให้ ความช่วยเหลือ เช่นลดหย่อนภาษี สวนสัตว์มีรายได้จากภาษีท่องเที่ยว ภาษีท้องถิ่น ภาษีนักท่องเที่ยว

5.ปัญหาด้านอื่น ๆ เช่น การจัดการพันธุกรรมสัตว์ แนวทางการแก้ปัญหา ควรให้มีการจัดการด้านพันธุกรรม ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเลือดชิด แลกเปลี่ยนพันธุกรรมกับสวนสัตว์อื่น จัดทำพันธุ์ประวัติ ระเบียนหรือหมายเลขประจำตัวสัตว์ ส่งเสริมให้มีการเพาะเลี้ยงสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ ควรมีหน่วยงานจัดการด้านพันธุกรรมสัตว์ป่า ปัญหาการจับบังคับสัตว์ที่ผิดวิธีและรุนแรง แนวทางการแก้ปัญหา ควรมีกฎหมายควบคุมทั้งผู้ที่กระทำรุนแรงและปกป้องคนเลี้ยง มีศูนย์รับข้อร้องเรียน จัดอบรมจับบังคับสัตว์ ปัญหาคนนำสัตว์มาบริจาค แนวทางการแก้ปัญหา ควรให้ความรู้กับประชาชนทั้งด้านสัตว์ไทยและสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ ลดการลักลอบซื้อขาย มีหน่วยงานที่รับผิดชอบเลี้ยงสัตว์ ภาษีสัตว์เลี้ยง ควบคุมฟาร์มเพาะพันธุ์ เป็นต้น

จากผลสรุปประเด็นแนวทางดังกล่าวสมาคมฯ และองค์กรเครือข่าย จะดำเนินการส่งมอบข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาร่วมกันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านสวัสดิภาพสัตว์ในสวนสัตว์และอควาเรียม และเพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 17