อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

เวชศาสตร์การกีฬา.. สาขาวิชาที่คนรัก(การเล่น)กีฬาควรรู้จัก!!

รู้จักกันมานานแล้วในวลีที่ว่า “กีฬา เป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลส ทำคนให้เป็นคน” ยิ่งเวลาที่เพิ่งจะผ่านมานี้ก็คือ ข่าวใหญ่ทั่วโลกในเรื่องฟุตบอลโลกและทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี่ ซึ่งสร้างความสนใจได้ทั่วโลกไม่แพ้กัน อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562 เวลา 08.30 น.

รู้จักกันมานานแล้วในวลีที่ว่า “กีฬา เป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลส ทำคนให้เป็นคน” ยิ่งเวลาที่เพิ่งจะผ่านมานี้ก็คือ ข่าวใหญ่ทั่วโลกในเรื่องฟุตบอลโลกและทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี่ ซึ่งสร้างความสนใจได้ทั่วโลกไม่แพ้กัน น่าจะทำให้คนไทยทั้งหลายหันมาเล่นกีฬากันมากขึ้น ไม่ว่ากีฬาที่เป็นทีม เช่น การแข่งขัน หรือกีฬาที่เป็นเพียงการฝึกซ้อม การออกกำลังกายล้วนมีผลดีต่อร่างกาย จิตใจ และสมองทั้งสิ้น

ขณะเดียวกัน การออกกำลังหรือการกีฬาที่มีการปะทะ การเตะ การวิ่ง ย่อมมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บสูงความรู้ ความสามารถด้านการป้องกันความเสี่ยง การเล่นกีฬาให้ถูกวิธี ความรู้ด้านปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ ความรู้นั้น ๆ ก็คือ “เวชศาสตร์การกีฬา” ซึ่งรวมไปถึงการวินิจฉัยเบื้องต้น การปฐมพยาบาลเบื้องต้นไปจนถึงเบื้องปลายของการรักษาทุก ๆ วิธีจนสิ้นสุด

ถ้าพูดถึง “เวชศาสตร์การกีฬา” หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นวิชาที่เฉพาะสำหรับนักกีฬาอาชีพ แต่จริง ๆ แล้ว เวชศาสตร์การกีฬา เป็นส่วนหนึ่งของวิชาออร์โธปิดิกส์ ที่ว่าด้วยเรื่องของการป้องกัน วินิจฉัย และรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา รวมทั้งช่วยเสริมสมรรถภาพของนักกีฬาและคนธรรมดาทั่วไป เพื่อให้สามารถเล่นกีฬาได้ดีขึ้น



ไหล่ เข่า...มีโอกาสเกิดอาการบาดเจ็บสูง

แม้ว่าในแต่ละกีฬาที่เล่นจะมีลักษณะอาการบาดเจ็บที่เฉพาะเจาะจงกันไป แต่ถ้าสังเกตง่าย ๆ ข้อไหล่และข้อเข่า..มักเป็นบริเวณที่เกิดอาการบาดเจ็บค่อนข้างสูงในแทบทุกกีฬา เพราะเป็นส่วนที่มีการเคลื่อนไหวมากที่สุด มีโอกาสที่จะถูกกระแทก ถูกบิด หรือว่ามีการพลิกของเข่ามากกว่าอวัยวะอื่น

ลักษณะอาการบาดเจ็บ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม

1.กลุ่มอาการบาดเจ็บเฉียบพลัน คือ การบาดเจ็บที่เกิดขึ้นทันทีหลังเล่นกีฬาหรือเกิดการกระแทก โดยมีหลักการปฐมพยาบาลง่าย ๆ คือ RICE ซึ่ง R = rest (พัก) คือพักในส่วนที่บาดเจ็บหรือหยุดเล่นในทันที I = ice (น้ำเเข็ง) คือการนำน้ำแข็งมาประคบในส่วนที่บาดเจ็บทันที C = compression (รัด) คือการหาผ้ามารัด และ E = elevation (ยก) คือยกส่วนที่บาดเจ็บนั้นให้สูง เพื่อป้องกันไม่ให้บวมมากขึ้น

2.กลุ่มอาการบาดเจ็บเรื้อรัง คือ เกิดจากการละเลยบางส่วนของร่างกาย ทำให้เกิดการเสียสมดุล โดยกลุ่มอาการบาดเจ็บเรื้อรังนั้น ทำการรักษายากกว่าอาการบาดเจ็บเฉียบพลัน

ประเมินอาการบาดเจ็บ...เพื่อเลือกวิธีรักษา

ในขั้นตอนการรักษา แพทย์จะทำการพูดคุยกับคนไข้เพื่อพิจารณาดูว่า..คนไข้มีข้อบ่งชี้ที่ต้องผ่าตัดหรือไม่? กรณีที่ไม่ต้องทำการผ่าตัด คนไข้ควรปฏิบัติตัวตามที่แพทย์สั่ง เช่น ไม่เล่นกีฬา ในกลุ่มที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บเพิ่มเติม ระหว่างนั้นอาจมีการทำกายภาพบำบัดและฝึกกล้ามเนื้อเพื่อรักษาสภาพกล้ามเนื้อของตนเอง ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์

สำหรับกลุ่มคนไข้ที่ไม่สามารถกลับมาเล่นกีฬาบางประเภทได้อีก อาจมีการเล่นกีฬาประเภทอื่นที่ไม่กระทบต่ออาการบาดเจ็บเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ส่วนกลุ่มที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด หลังจากผ่าตัด...ควรมีการดูแลด้านร่างกาย เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้มีการใช้งานได้ใกล้เคียงเหมือนปกติ



การผ่าตัดส่องกล้อง..อีกทางเลือกที่ดีกว่า

การผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง เป็นนวัตกรรมที่มีมาหลายปี ในปัจจุบันข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดส่องกล้องแต่ละส่วนของร่างกายมีการขยายไปมากขึ้นด้วยวิวัฒนาการและเทคโนโลยี รวมถึงประสบการณ์ความชำนาญของแพทย์แต่ละท่าน ทำให้ช่วงนี้เป็นการผ่าตัดทางเลือกแรกของคนไข้ เนื่องจากเป็นการผ่าตัดที่ไม่ต้องเปิดแผลใหญ่
เพราะการผ่าตัดส่องกล้องจะใช้การเจาะรู ทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อระหว่างทางที่จะเข้าไปซ่อมแซมน้อยลง รวมทั้งลดพังผืดในบริเวณที่ผ่าตัด และการทำกายภาพหลังการผ่าตัดส่องกล้องสามารถทำได้รวดเร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิดแผล ตลอดจนอาการเจ็บปวดหลังการผ่าตัดน้อยกว่า ด้วยข้อดีเหล่านี้..ทำให้การผ่าตัดส่องกล้องเป็นการรักษาที่ได้มาตรฐานและได้รับความนิยมในปัจจุบัน

ป้องกันการบาดเจ็บ..ด้วยเทคนิคนี้

1.วอร์มอัพ (Warm Up) คือ สิ่งที่เราควรทำทุกครั้งก่อนการเล่นกีฬา โดยการวอร์มอัพ (Warm Up) จะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที อาจเป็นการวอร์มอัพด้วยการวิ่งเบา ๆ เพื่อให้เหงื่อซึม เพราะเมื่ออุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น 1 องศา จะทำให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ช่วยลดการเกิดอาการบาดเจ็บได้

2.สเตรทชิ่ง (Stretching) คือ การเหยียด ยืด กล้ามเนื้อ ก่อนการเล่นกีฬาเพื่อป้องกันการเกิดอาการบาดเจ็บ

ข้อมูลจาก ผศ.นพ.ณัฏฐา กุลกำม์ธร ศัลยแพทย์โรคกระดูกและข้อด้านเวชศาสตร์การกีฬา โรงพยาบาลพญาไท 2 / www.phyathai.com

-------------------------------------------
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงศ์.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 33