อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2562

เที่ยวสิงห์บุรีรำลึกถิ่น ผู้กล้า'ชาวบ้านระจัน'

สัปดาห์นี้ชวนไปเที่ยวสิงห์บุรี เดือนมิ.ย. เดือนแห่งการรำลึกถึงวีรชนคนค่ายบางระจัน ต่อสู้ยั้งทัพพม่าได้นานถึง 5 เดือน สถานที่สำคัญที่ยังคงกรุ่นกลิ่นไอของความรักชาติ อังคารที่ 18 มิถุนายน 2562 เวลา 11.00 น.


วันที่ 23 มิ.ย. พ.ศ. 2309 ตรงกับวันจันทร์เดือนแปด ปีจอ แรม 2 ค่ำ วันที่ “เลือดอาบล้างบ้านค่ายบางระจัน” วันที่ชาวบ้านระจันต่อสู้กับทัพพม่าด้วยความกล้าหาญ จนหมดกำลังและรักษาไว้ซึ่งค่ายของสามัญชนที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติของคนรักแผ่นดิน

วีรชนผู้นำค่าย 11 ท่าน นายแท่น นายโชติ นายอิน นายเมือง นายดอก นายแก้ว ขุนสรรค์ นายจันทร์หนวดเขี้ยว นายทองเหม็น นายทองแสงใหญ่ และนายพันเรือง ส่วนวีรสตรีอีก 3 ท่านที่รบจนตัวตายในสนามรบ คือ นางปล้อง นางแฟง และนางเฟือง

วีรชนท่าทั้งหลายนี้เป็นผู้นำค่าย มีทั้งคนบ้านศรีบัวทอง จ.สิงห์บุรี คนอ.วิเศษไชยชาญ คนเมืองสรรคบุรี และคนบ้านระจัน ซึ่งชาวค่ายบ้านระจันมี “พระอาจารย์ธรรมโชติ” เป็นศรัทธายึดเหนี่ยว และสิงห์บุรีชื่อของเมืองแห่งสิงห์ คนหัวใจสิงห์



พูดถึงสิงห์บุรีพลันนึกถึงคนเก่งคนกล้าแห่งค่ายบางระจัน กลุ่มชาวบ้านสามัญชนที่รวมพลังกันยั้งทัพพม่าได้นานถึง 5 เดือน สถานที่สำคัญที่ยังคงกรุ่นกลิ่นไอของความรักชาติ ที่เกี่ยวเนื่องด้วยคนบ้านระจัน และมี “วัดโพธิ์เก้าต้น” เป็นสถานที่สำคัญลำดับต้นเลยทีเดียว สำหรับการซึมทราบถึงประวัติศาสตร์แห่งการต่อสู้กับทัพพม่า

ดังนั้นในเดือนมิ.. จึงเป็นเสมือนเดือนแห่งการ...รำลึกถึงคนบางระจัน

อนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน และอุทยานค่ายบางระจัน อยู่ห่างออกมาจากตัวเมืองสิงห์บุรี ราว 15 กม. ตั้งอยู่บนพื้นที่ 115 ไร่ สถานที่ถูกจัดแต่งเป็นสวนสวยงาม โดยอนุสาวรีย์ของวีรชนคนกล้าจากค่ายบางระจันเป็นปฏิมากรรมชิ้นเอกจากกรมศิลปากร ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จมาเปิดเมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2519

อุทยานประวัติศาสตร์แห่งนี้จำลองรูปแบบค่ายในครั้งอดีต เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาประวัติศาสตร์ ภายในอาคารมีห้องนิทรรศการบรรยายเรื่องราวของค่ายบางระจัน ทั้งยังจัดแสดงเครื่องใช้โบราณ แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย หนังใหญ่ ห้องที่สองจัดแสดงมรดกของเมืองสิงห์บุรี ห้องที่สามแสดงถึงวิถีชีวิตของชาวสิงห์บุรี และของดีของจังหวัด เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ 8.00-17.00 น.





โบราณสถานเตาเผาแม่น้ำน้อย สถานที่แห่งนี้อยู่ระหว่างเส้นทางไปยังวัดโพธิ์เก้าต้น เลยตลาดที่มีชื่อว่า “ชัณสูตร” ไปประมาณ 1 กม. โบราณสถานแห่งนี้อยู่ในบริเวณวัดพระปรางค์ ศาสนสถานเก่าแก่คาดว่าน่าจะมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น สมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1

จากหลักฐานที่พบเชื่อกันว่าเป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคแห่งนี้ พบมีเตาเผากระจายตลอดแนวแม่น้ำน้อยกว่า 200 เตา ที่คงสภาพสมบูรณ์ที่สุดและยังมีให้เห็น มีขนาดใหญ่มากที่สุดถึง 14 เมตร กว้าง5.60 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางของปล่องควันไฟยาว 2.15 เมตร ซึ่งโบราณสถานแห่งนี้เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 8.30-17.00 น.

เรื่องปากเรื่องท้องเมื่อมาเที่ยวสิงห์บุรี จากวัดอัมพวันห่างออกมาเพียง 2 กม. จะพบ “ร้านก๋วยเตี๋ยวต้มยำปลาช่อน” ร้านนี้นอกจากเมนูรสจัดอย่างก๋วยเตี๋ยวต้มยำปลาช่อนแล้ว ยังมีเมนูก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำบ้านระจัน ที่คนขายบอกว่า สูตรของคนบางระจันแท้ ๆ เปิดทุกวันตั้งแต่ 8.00 น. ปิดร้านอีกที 16.00 น.



หรือใครที่อยากเจอ “เมนูเย็นตาโฟฟ้าผ่า” ต้องเข้าไปในเมืองสิงห์บุรี ร้านตั้งอยู่บนถนนขุนสรรค์ ส่วน “กุ้งเผาแม่ทองชุบ” เป็นร้านอาหารไทยติดแม่น้ำ ไปร้านนี้ต้องนำรถไปจอดที่วัดตราชู กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่เป็นฟุต คือเมนูเด็ดของร้าน หรือก้ามกุ้งผัดยอดมะพร้าว ลองแวะไปทานดู กุ้งเผาตัวใหญ่มันเยิ้มเนื้อขาวแน่น และปลาม้าต้มยำ ปลาคังต้มยำ เป็นเมนูแซ่บที่นี่

สิงห์บุรีเป็นเมืองปลา เฉพาะปลาช่อนต้องแม่ลา มาทำปลาช่อนแดดเดียวอร่อยล้ำ เอามาทำเค้กปลาช่อนก็มี หลายคนนึกไม่ออกว่าน่าตารสชาติเป็นอย่างไร เคยทานมาแล้วแปลกดีไม่รู้สึกถึงปลาช่อนเลย รสชาติคงความเป็นเค็กครบถ้วน

ของอร่อยที่สิงห์บุรีมีมาก แต่อย่าไปคาดหวังว่าต้องระดับห้าดาว อย่างผัดไทยปากบางในบรรยากาศบ้าน ๆ มาแต่เส้นกับไข่ มีถั่วลิงสงคั่ว ต้นหอมซอย สูตรโบราณดั้งเดิมของคนปากบาง หรือก๋วยเตี๋ยวหมูอร่อยตรงน้ำมันเจียวที่มีกากหมูติดมาด้วยน้ำซุปหอม ๆ

ไปเที่ยวสิงห์บุรีเดือนนี้เพื่อรำลึกถึงวีรชนคนกล้าแห่งค่ายบางระจันแล้ว ก็อย่าลืมไปเช็คบิลของอร่อยกันให้เต็มที่นะทุกคน.
...................................
คอลัมน์ : ชำเลืองเมือง
โดย “แรมทาง”
ขอบคุณภาพจาก : สำนักงานจังหวัดสิงห์บุรี , เตี๋ยวต้มยำปลาช่อน จ.สิงห์บุรี


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%