อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562

สารแสบเส้นเลือดคืออะไร วิจัยชี้ตัวการโรคหัวใจวาย

สัปดาห์นี้ทำความรู้จัก “สารแสบเส้นเลือด” หลังมีงานวิจัยของแพทย์คนไทยพบว่า เป็นอีกตัวการก่อโรคหัวใจวายเฉียบพลัน-เส้นเลือดสมองอุดตันกะทันหัน นอกจากคอเลสเตอรอล เสาร์ที่ 22 มิถุนายน 2562 เวลา 12.00 น.


สังเกตไหมช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราจะเห็นข่าวมีคนช็อกตายไป จู่ ๆ ก็ช็อกอย่างกะทันหัน บ้างก็วูบตายคาเวที หรือโต๊ะประชุม แม้แต่ช็อกตายกลางรายการทีวีก็มีให้เห็นเป็นข่าว ซึ่งพอได้อ่านข่าวคุณเชื่อไหมว่าบุคคลเหล่านี้จะละเลยสุขภาพ บางท่านทานยาลดไขมันในเลือดสูงด้วยซ้ำไป แต่ทำไมเขาช็อกตาย นั่นแสดงว่า...มีภัยที่แฝงเร้นอยู่

ล่าสุดมีงานวิจัยของวิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ทำการวิจัยพบว่า “สารแสบเส้นเลือด” ที่ชื่อว่า “โฮโมซิสเตอีน” (homocysteine) อีกตัวการที่ก่อให้หัวใจวายเฉียบพลัน หรือเส้นเลือดสมองอุดตันกะทันหัน



นพ.บรรจบ ชุณหสวัสดิกุล คณบดีวิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ บอกว่า สารนี้ความจริงเจอกันมานานแล้ว และรู้ว่าทำให้เส้นเลือดอักเสบแล้วเหนี่ยวนำให้เกล็ดเลือดจับตัวในหลอดเลือดอย่างรวดเร็ว แต่ถูกมองข้ามมาตลอด เนื่องจากแพทย์ประเทศชั้นนำทั่วโลกต่างเฝ้าระวังแต่ “คอเลสเตอรอล” ซึ่งในเมื่อเราพบว่าคนไทยช็อกตายเพิ่มมากขึ้น ทำให้สงสัยว่า...คนไทยมีสารแสบในเส้นเลือดมากน้อยแค่ไหน เพราะเกิดอุบัติการณ์หัวใจวายเฉียบพลันถึงขั้นเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก จึงเกิดวิจัยชิ้นนี้เพื่อหาคำตอบอัตราการมีสารแสบในเลือดสูงในหมู่คนไทย

การวิจัยเริ่มด้วยตรวจสุขภาพของคนทำงานออฟฟิศในบริษัทหนึ่งในกรุงเทพฯ จำนวน 37 คน พบว่ามีไขมันในเม็ดเลือดสูงเพียง 25% แต่พบสารแสบเส้นเลือดถึง 19 คน คิดเป็น 54.05% และเมื่อไปตรวจอีกบริษัทหนึ่ง ใน จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นบริษัทค้าข้าว จำนวน 25 คน พบมีมากถึง 21 คนตรวจเจอสารแสบเส้นเลือดสูง คิดเป็น 84%

ดังนั้นถ้านำผลวิจัยชิ้นนี้เป็นตัวอย่างไปขยายการสำรวจ ก็บอกได้ว่า จริง ๆ แล้วคนไทยทุกคนในปัจจุบัน เรามีสารแสบเส้นเลือดในตัวสูงโดยที่ระดับไขมันปกติ ความดันปกติ และไม่สูบบุหรี่ ซึ่ง นพ.บรรจบ บอกเหตุผลว่า...เรามัวประมาท เพราะฟังแต่แพทย์ต่างชาติที่บอกว่า...สารนี้ไม่น่าสนใจ 



“ผลวิจัยเบื้องต้นชิ้นแรกพบว่า คนทำงานออฟฟิศในกรุงเทพฯ มีอัตราสารแสบเส้นเลือดสูงกว่าปกติถึง 54.05% ของประชากร และยิ่งสูงมากถึง 84% ในออฟฟิศของพื้นที่โรงงานที่มีกิจการต้องผจญฝุ่น ทั้ง ๆ ที่อัตราการมีไขมันเลือดผิดปกติไม่ได้สูงอย่างผิดสังเกต งานวิจัยชิ้นนี้เป็นวิจัยเบื้องต้นที่ควรขยายผลการวิจัยให้กว้างไกลยิ่งขึ้น เพราะอาจนำไปสู่การป้องกันการเสียชีวิตด้วยโรคเส้นเลือดสมอง ที่ตอนนี้ตายอันดับ รองจากโรคมะเร็ง ขณะที่โรคหัวใจหลอดเลือดตายเป็นอันดับ 4 ของคนไทย” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ กล่าวเน้นย้ำ

เรามาศึกษาข้อมูลกันต่อว่า “สารแสบเส้นเลือด” คืออะไร??

จริง ๆ เป็นสารที่หมุนเวียนในร่างกายอยู่แล้ว เวลาเรากินเนื้อสัตว์มาก จำพวกอาหารประเภทให้โปรตีน และจะแปรสภาพเป็นสารแสบเส้นเลือด และเป็นสารอื่นที่มีประโยชน์ เช่น กลูต้าทำให้ผิวสวย แต่ก่อนจะเป็นกลูต้าจะต้องมีวิตามินสามตัว ได้แก่ บี 6 บี 12 และกรดโฟลิก

โดยที่ บี 6 บี 12 จะอยู่ในข้าวกล้อง ซึ่งคนไทยสมัยนี้ไม่กิน ส่วนกรดโฟลิก หาได้จากผักใบเขียวซึ่งคนไทยสมัยนี้เลี่ยงกินผักแต่กินเนื้อมากกว่า กินแต่ข้าวขาว กินอาหารขยะเพราะง่ายดี สารแสบเส้นเลือดก็เลยคงอยู่ ไม่แปรสภาพและไม่ขับออกมาทางปัสสาวะ ทำให้เสี่ยงเป็นโรคหัวใจ



นพ.บรรจบ ตั้งข้อสังเกตว่า แล้วยิ่งปัจจุบันนี้มลภาวะ PM2.5 เป็นตัวเหนี่ยวนำให้เกิดสารแสบเส้นเลือดหรือไม่ ฉะนั้นคนเมืองกรุงก็กำลังเผชิญเต็มที่ โซนภาคเหนือที่เจอฝุ่นไป 4 เดือนเต็ม ๆ จะเป็นอย่างไร กลุ่มประชากรเหล่านี้มีสารแสบเส้นเลือดสูงหรือไม่ ต่อไปจะเกิดอัตราการป่วยการตายด้วยโรคหัวใจมากแค่ไหน

“ตอนนี้เราพบหลักฐานในจำนวนคนกลุ่มน้อย เป็นปัญหาที่น่ากลัวของคนไทยทั้งคนในเมืองและคนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีฝุ่น PM2.5 ฉะนั้นขั้นต่อไปคือ วิจัยจำนวนประชากรมากขึ้น สมมุติว่าทำวิจัยในออฟฟิศต่าง ๆ ในกทม. กลุ่มคนนี้เข้าไปทำวิจัยได้ง่าย หรือรัฐวิสาหกิจใหญ่ที่มีพนักงานเป็นพัน ๆ คน” นพ.บรรจบ กล่าว

แต่อย่างไรก็ตามโดยทั่วไป เราจะไม่สามารถรู้ระดับของสารแสบในเลือดได้ จนกว่าจะเจาะตรวจเลือดออกมาวิเคราะห์ดูว่ามีค่าสูงแค่ไหน ซึ่งต้นทุนการตรวจน่าจะราว ๆ 900 บาท ถ้าตรวจเจอพบว่าสูงตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็ให้รีบแก้ไขปรับพฤติกรรมตัวเอง หันมาทานข้าวกล้อง กินผัก และอีกตัวช่วยสำคัญคือ น้ำบีทรูทปั่นวันละ 1 แก้ว ถ้าอยากได้รสชาติหน่อยก็ผสมกับสับปะรด 1 ส่วนและบีทรูท 2 ส่วน รวมถึงไม่ดื่มแอลกอฮอล์ กาแฟมากไป ท้ายสุดถ้าจะหันไปพึ่งวิตามินเสริมอย่างที่บอกไปก็ได้ ล้วนช่วยลดสารแสบเส้นเลือดลงให้อยู่ในสภาวะปกติของร่างกาย และลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้อีกด้วย

ดังนั้นการป้องกันน่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าการรักษาหรือไม่??

ในเมืองใหญ่ ๆ เรื่องฝุ่น PM.25 เราต้องช่วยกันรณรงค์ รถควันดำทั้งหลาย ไทยนำเข้ารถมือสองมานานแล้ว ประเทศอังกฤษมีกฎหมายที่เรียกว่า ปฏิญญาว่าด้วยอากาศสะอาด เพราะเคยประสบปัญหาประชากรเสียชีวิตเป็นพันคนจากฝุ่นพิษ อีกอย่าง “หมูปิ้ง-ไส้กรอกย่าง” ที่ยิ่งพัดควันก็ยิ่งฟุ้งและยิ่งเรียกคนมาทานจำนวนมาก ก็มีความเสี่ยงทั้งคนปิ้งและคนกิน และในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีการเผาในที่โล่ง ก็จะต้องแก้ที่นิสัยกันอย่างจริงจัง.
.....................................
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”
ขอบคุณภาพบางส่วนจาก : Pixabay

คลิกติดตามอ่านการดูแลสุขภาพได้ทั้งหมดที่นี่ 

ร่วมสนับสนุนโดย :







คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 264