อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562

โครงการสร้างป่าสร้างรายได้ "คือพรอันวิเศษสุดในชีวิต"

ทิ้งความฝันนักตรวจสอบบัญชีรายได้งาม มาเป็นชาวไร่-ชาวสวน ปรับเปลี่ยนพืชเชิงเดี่ยวมาเป็นไร่นาแบบผสมผสาน นำชาวบ้านร่วมโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ สานฝันเกษตรกรลืมตาอ้าปากได้โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างน่าภาคภูมิใจ เสาร์ที่ 22 มิถุนายน 2562 เวลา 10.00 น.


คนเราทุกคนเกิดมาล้วนย่อมมีความฝัน อยากเป็นโน่นเป็นนี่แล้วแต่ใครจะฝันอะไร ร้อยทั้งร้อยฝันอยากให้ตัวเองสุขสบาย ทำงานดีมีเงินเหลือเฟือร่ำรวย...ไม่มีใครหน้าไหนฝันอยากได้ชีวิตลำบากยากจนแน่นอน หลายคนทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงได้ ขณะที่อีกหลายคนไม่สามารถสานฝันได้สำเร็จ ส่งผลให้เกิดความเศร้า ความเครียด คือพวกปลงไม่ตก-คิดไม่ได้ พยายามดันทุรังดิ้นรนให้ฝันเป็นจริง สุดท้ายต้องอยู่กับความเจ็บปวดไปชั่วชีวิต

พูดถึงเรื่องความฝันวีคนี้มีเรื่องของผู้หญิงแกร่งคนหนึ่งเธอชื่อว่า “สุรีรัตน์ สิงห์รักษ์” หรืออิ๋ม อายุ 33 ปี ชาว จ.เลย เจ้าของไร่ลองเลย...เธอทิ้งความฝันนักตรวจสอบบัญชีอิสระรายได้สูง เพราะรู้ว่าฝันนั้นไม่อาจเป็นจริง เธอกลับบ้านเกิดเพื่อมาทำไร่- ทำสวน โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง พลิกโฉมภูเขาหัวโล้นมาสร้างป่า สร้างรายได้ตามโครงการของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทุ่มเทจนประสบความสำเร็จในเวลาเพียง 6 ปี สร้างรายได้ให้คนในพื้นที่-สร้างศูนย์เรียนรู้การเกษตรเพื่อให้ความรู้กับชาวบ้าน สิ่งที่ทำมาจากการสำนึกรักบ้านเกิดโดยแท้จริง



สุรีรัตน์ บอกถึงแรงบันดาลใจที่กลับมาทำงานที่บ้านว่า “ฉันเกิดที่บ้านนาปอ เรียนที่โรงเรียนตชด.บ้านนาปอ.แสงภา อ.นาแห้ว จ.เลย โรงเรียนพระราชดำริในพระองค์ เรียนเป็นรุ่นแรก มีโอกาสสอบชิงทุนเป็นนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ของกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ เรียนจนจบปริญญาตรี ซึ่งก่อนเข้ามหาวิทยาลัย หลังจากจบโรงเรียน ตชด.ฯแล้วก็ไปต่อที่โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เลย เป็นโรงเรียนกิน-นอน ที่อ.วังสะพุง ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 52 และมาต่อที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาเลยด้านบัญชี มีเป้าหมายว่าต้องการเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาต ทำงานในห้องแอร์ ไม่ต้องตากแดดตากลมทำไร่แบบพ่อแม่ จนจบอาจารย์ที่ปรึกษาแนะนำให้ไปเรียนต่อที่ราชมงคลวิทยาเขต วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ ที่เก่งด้านบัญชี "





อิ๋ม” บอกต่อว่า ระหว่างเรียนที่วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพฯมีโอกาสเข้าไปช่วยงานในสำนักงานโครงการของกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เรื่องเอกสาร เรื่องแนะแนวนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ รุ่นน้องส่วนใหญ่เป็นนักเรียนตำรวจตระเวนชายแดนจากทั่วประเทศ สังเกตว่าเจ้าหน้าที่ในสำนักงานโครงการฯทุกคนมีความตั้งใจมากแม้ว่าอุปสรรคมากมาย แต่ทุกคนก็ตั้งใจ ทำให้ตัวเองมีความรู้สึกอยากเข้ามาช่วยถวายงานรับใช้โครงการฯของพระองค์ท่าน กระทั่งปีที่ 3 ก่อนจะเรียนจบทบทวนตัวเองว่างานที่ทำบัญชีมีความบกพร่องไม่ละเอียดพอน่าจะไม่เหมาะกับตัวเอง อีกทั้งจบไปก็ไม่สามารถกลับไปบ้านเยี่ยมครอบครัวบ่อยครั้งได้ ตอนนั้นเริ่มค้นหาตัวเองว่าจะทำงานอะไรดี

ขณะทบทวนได้งานพิเศษเป็นงานวิจัยเกี่ยวกับทางการแพทย์ พี่ๆในทีมงานวิจัยที่เกี่ยวกับข้อมูลทางการแพทย์ชวนให้ลงพื้นที่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดทั่วประเทศเพื่อเก็บข้อมูลเรื่องยา และเครื่องมือทางการแพทย์ทำให้ได้รับรู้เรื่องราวต่าง ๆ จากผู้ป่วยที่ต้องไปสัมภาษณ์ เก็บข้อมูลในโรงพยาบาลว่าการที่เราทำงานแล้วเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา เงินที่หามาได้ต้องนำมาใช้เพื่อรักษาโรคภัย เลยมาคิดว่าจำทำอย่างไรที่จะไม่เจ็บป่วย ตอนนั้นนึกถึงครอบครัวที่ทำไร่ ต้องอาศัยปุ๋ย-ยาฆ่าหญ้า-ยากำจัดศัตรูพืช ต้องอยู่กับสารเคมี ที่อันตรายอยู่ตลอดเวลา เพราะกลับไปเยี่ยมบ้านครั้งใด ใต้ถุนบ้านจะมีแกลลอนเปล่าสารเคมี เพิ่มขึ้นทุกครั้ง



หลังจากนั้นก็หาเวลากลับบ้านไปบอกญาติพี่น้องให้ลดหรือเลิกใช้สารเคมี ซึ่งพ่อเห็นด้วยหลังอธิบายให้ฟัง ประกอบกับดูในทีวี เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร เลยชวนทางบ้านให้ปลูกต้นไม้แบบผสมผสาน แต่ก็ติดปัญหาเรื่องหนี้สินที่กู้ยืมมาต้องคำนวณว่าปลูกต้นไม้ยืนต้นแล้วกี่ปีกว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ ระหว่างรอผลจะเอาเงินทุนมาจากไหน อีกทั้งเมล็ดพันธุ์ และไม้ยืนต้นต้องลงทุนซื้อหามาจากไหน จึงค้นคว้าหาข้อมูลจากกูเกิล ทำอย่างไรให้ลงทุนน้อยที่สุดที่จะได้ไร่นาสวนผสมผสานตามที่ต้องการ

เจ้าของไร่ฯ บอกอีกว่า จากการสืบค้นข้อมูลทราบว่า การปลูกพืช ควรปลูกพืชแบบผสมผสานตามแนวทางพ่อหลวง ร.9 ซึ่งเป็นการปลูกแบบหลายชนิด เพื่อว่าราคาพืชสวนพืชไร่ในแต่ละปีไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับปริมาณว่าเข้าสู่ตลาดมากน้อยเพียงใด บางพืชอาจราคาสูงในปีนี้ แต่ปีหน้าไม่ดี เช่นถ้าเราปลูกพืชเชิงเดี่ยวอย่า
เดียว ถ้าราคาตกปีนั้นก็จะขาดทุนทันที ไม่สามารถนำเงินไปชาระหนี้ได้ ปีหน้าก็จะต้องเหนื่อย ถ้าดวงไม่ดีราคาตกอีกก็จะเป็นหนี้ตลอดไป เป็นพอกหางหมูเหมือนชาวไร่ทั่วไป แต่ไม่เห็นมีใครเจ๊งเพราะปลูกพืชแบบผสมผสานสักคนเดียว จึงต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนว่าพืชอันไหนที่เขานิยมปลูกจำนวนมากที่ทำให้ล้นตลาด หรือที่ที่มีบางพื้นที่ไม่สามารถปลูกได้ แต่ที่บ้านเราสามารถปลูกได้โดยไม่มีคู่แข่ง เช่น มะคาเดเมีย กาแฟ อะโวคาโด้





ส่วนชื่อ "ไร่ลองเลย" มาได้อย่างไรนั้น คำถามนี้ทุกครั้งจะนึกถึงพ่อกับแม่ทันที ที่ท่านทั้งสองให้อิสระทางความคิด ไม่ว่าจะขออนุญาตไปเรียน หรือคิดลองทำอะไรก็ตาม ท่านจะถามเหตุผล เมื่อเข้าใจแล้วจะให้การสนับสนุนทั้งความคิด และเงินทุนบ้างเล็กน้อย สุดท้ายก็จะบอกว่า “ก็ลองทำดูสิ” เป็นที่มาชื่อไร่

หลายคนสอบถามว่า"กรมสมเด็จพระเทพฯ”เดินทางมาทอดพระเนตร ไร่ฯได้อย่างไร โดยปกตินักเรียนทุนในพระราชานุเคราะห์ทุกคนจะต้องเขียนรายงานผลการเรียน รายงานค่าใช้จ่าย ความประพฤติ เหมือนเพื่อนนักเรียนพระราชานุเคราะห์ ซึ่งก็รายงานไปเรื่อย ๆ โดยปกติเราจะเป็นคนช่างสังเกต อะไรที่ผิดปกติ ไปจากเดิมจะถ่ายภาพ และเขียนบันทึก มีช่วงหนึ่งที่เดินทางกลับบ้านทาง อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ เห็นภูเขาหัวโล้นขยายพื้นที่มากกว่าที่เคยเห็น โดยเขียนลงในบันทึกแล้วรายงานไป บางเรื่องที่มีการวางแผนปลูกพืชทดแทนภูเขาหัวโล้น เรื่องการ สืบค้นหาเมล็ดพันธุ์ ตามโครงการผสมผสานที่คิดกันกับพ่อและแม่ว่าดำเนินไปถึงไหนแล้ว โดยส่งให้กับกรมวังผู้ใหญ่ ในกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ผู้ดูแลนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ จดหมายจากนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ กรมสมเด็จพระเทพ ฯจะทรงอ่านทุกฉบับ



"ช่วงปี 56 ท่านกรมวังผู้ใหญ่ที่ดูแลเรื่องโครงการสร้างป่าสร้างรายได้เดินทางมาเยี่ยมที่ไร่ ก่อนชวนให้อิ๋ม และชาวบ้านนาปอเข้าโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ ซึ่งทางชาวบ้านนาปอยินดีเข้าร่วมโครงการฯ จากนั้นจึงได้ขยายโครงการฯไปทั้งทั้งอำเภอนาแห้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้ามาเป็นพี่เลี้ยง จนปี 57 กรมวังผู้ใหญ่โทรฯมาแจ้งว่า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ จะเดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ จากได้ทรงอ่านจดหมายรายงาน ได้รับรู้ความตั้งใจของอิ๋มและครอบครัวที่พยายามดำเนินตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปรับเปลี่ยนจากพืชเชิงเดี่ยว มาเป็นไร่นาแบบผสมผสาน เข้าร่วมโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ และตั้งใจพลิกฟื้นจากพื้นที่หัวโล้น ปลูกพืช ไม้ยืนต้น"

ความรู้สึกแรกที่ได้ยิน เหมือนฝันว่าครอบครัวเราเป็นชาวไร่ธรรมดา เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินเสด็จมาถึงบ้าน พระองค์ให้โครงการสร้างป่าสร้างรายได้มาเป็นพรอันวิเศษสุดแล้วในชีวิต การเสด็จมาสร้างความปลาบปลื้มแก่ชาวบ้านนาแห้วเป็นอย่างสูงทุกคน



ตลอดเวลา 5 ปี ชาวบ้านนาแห้วลืมตาอ้าปากได้ด้วย โครงการสร้างป่าสร้างรายได้ มีผลผลิตไม้ยืนต้น เป็นพืชไม้เมืองหนาว อาทิ อะโวคาโด้ สตรอเบอรี่ แมคคาเดเมีย กาแฟ ซึ่งขยายพันธุ์เอง ซึ่งทางพื้นล่างไม่สามารถปลูกได้ ราคาจึงค่อนข้างดี เพราะไม่มีคู่แข่ง เกิดวิสาหกิจชุมชนบ้านนาปอ รับซื้อผลผลิต-จัดจำหน่ายเองโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง จัดส่งถึงมือผู้สั่งซื้อรวดเร็วจากบริการรับ-ส่งสินค้าระบบโลจิสติกส์ ที่ทันสมัย โดยเฉพาะกาแฟสำเร็จรูป จากเมล็ดกาแฟชาวบ้านนาปอ และบ้านใกล้เคียง เกษตรกรสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านนาปอ แบรนด์ ลองเลย คัดสรรอย่างละเอียด-คั่วเอง ขณะนี้กำลังปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐาน เพื่อความยั่งยืนของกลุ่มในอนาคต”

ขอชื่นชม และขอบคุณแทนชาวนาแห้วทุกคนสำหรับสิ่งดี ๆ ที่เธอผู้นี้ทำให้กับคนในพื้นที่ แม้ตัวเธอจะเดินไปสู่ความฝันที่เธอตั้งใจไว้(นักตรวจสอบบัญชี)ไม่สำเร็จ แต่เธอสามารถทำความฝันของชาวไร่ชาวสวนให้พวกเขาลืมตาอ้าปากได้โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงอย่างน่าภาคภูมิใจ...หัวใจเธอยิ่งใหญ่จริง ๆ .
......................................
คอลัมน์ คนดีของสังคม 
โดย “เหยี่ยวขาว”
ข้อมูล-ภาพ...ดำรงค์ รักษ์จรรยาวงศ์ เดลินิวส์ออนไลน์ จ.เลย


ร่วมสนับสนุนคนดีของสังคมโดย :


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%