อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 23 กันยายน 2562

วิธีพี่จีนแก้โลกร้อนสู้มลพิษ งดขายอาหารปิ้งย่างริมทาง

สัปดาห์นี้ชวนดูสารพัดวิธีแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาภาวะโลกร้อน และปัญหามลพิษอย่างมุ่งมั่น และจริงจังในแบบฉบับของประเทศจีน พุธที่ 19 มิถุนายน 2562 เวลา 08.00 น.


สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นประเทศที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม และการขยายตัวของความเป็นเมือง สาธารณูปโภค ผู้คนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยจีนมีประชากรมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ถูกนำเข้ามาแทนพื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่สีเขียว
 
โดยสิ่งที่มาจากความเจริญอย่างรวดเร็วนั้นคือ “การทำลายทรัพยาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” โดยจีนติดอันดับโลกในหลาย ๆ ด้าน ทั้งเป็นอันดับต้น ๆ ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลก เป็นอันดับหนึ่งสร้างขยะพลาสติกลงทะเลมากที่สุด และสร้างมลพิษอื่น ๆ ลงน้ำมากเป็นอันดับต้น ๆ มีพื้นที่สีเขียวน้อย สิ่งเหล่านี้สร้างผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตในประเทศอย่างมหาศาล โดยเฉพาะปัญหาจากควันและมลพิษทางอากาศที่ทำให้มีผู้คนป่วย และเสียชีวิตจเป็นจำนวนมาก 
 
อย่างไรก็ตาม ด้วยความเด็ดขาดและมุ่งมั่น จีนได้มีมาตรการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างหลากหลายและจริงจัง โดยวันนี้จะมาเล่าถึงตัวอย่างมาตรการของจีนที่น่าสนใจจากที่ผู้เขียนได้สัมผัสด้วยตัวเอง และได้รับรู้จากข่าวสาร ดังนี้


 
“เพิ่มพื้นที่สีเขียว ปลูกต้นไม้ 200 ล้านต้น” ประเทศจีนถือเป็นประเทศที่มุ่งมั่นแก้ปัญหาหมอกควันและมลพิษอย่างจริงจัง ด้วยการปลูกต้นไม้ พื้นที่ป่าของจีนเคยต่ำมากเหลือเพียงประมาณ 10% ของประเทศในช่วงปี 1960 แต่ปัจจุบันนั้นผ่านมา 50 ปีแล้ว จีนมีพื้นที่สีเขียวมากขึ้นจากตอนนั้นถึง 2 เท่า ซึ่งในปี 2016 ได้ตั้งเป้าว่าพื้นที่ป่าจะต้องเพิ่มจากที่มีอยู่ 21.7% เป็น 23% ภายในปี 2020 และยังตั้งเป้าหมายระยะยาวเพิ่มพื้นที่สีเขียวไปอีก 18% จากปัจจุบันภายใน 2578
 
ในปี 2019 ปักกิ่งวางแผนจะปลูกต้นไม้ให้ได้ 1 ล้านต้น และเพาะพันธุ์ต้นไม้อีก 11 ล้านต้น โดยในเดือนเม.ย. ที่ผ่านมานี้ ได้จัดหาสถานที่ปลูกทั่วเมืองจำนวน 18 แห่ง ที่สามารถรองรับการปลูกต้นไม้ได้ราว 708 ไร่ 
 
“ตำรวจตรวจมลพิษ และทหารต้นไม้” จีนมีการตั้งทีมงานตำรวจสิ่งแวดล้อม เพื่อตรวจหาแหล่งสร้างมลพิษ และในปี 61 จีนต้องการปลูกป่า 84,000 ตารางกิโลเมตร หรือขนาดประมาณเท่ากับรัฐ South Carolina โดยใช้ทหารกว่า 60,000 นาย
 
แบนมอเตอร์ไซค์ ดันใช้รถไฟฟ้า มีเลนสำหรับจักรยานและรถไฟฟ้าเล็กทั่ว พร้อมจักรยานยืมคืนที่ไหนก็ได้” มอเตอร์ไซค์คือหนึ่งในตัวก่อควันและมลพิษหนักกว่ารถยนต์ โดยปักกิ่งและหลายเมืองมีการแบนมอเตอร์ไซค์เครื่องยนต์น้ำมันเชื้อเพลิง โดยผลักดันให้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า โดยหลายเมืองได้มีเลนสำหรับรถจักรยานและรถไฟฟ้าเล็ก ทำให้ลดการใช้รถส่วนตัวที่พ่นควันได้เยอะ พร้อมมี “จักรยานเช่า คืนที่ไหนก็ได้” ช่วยผลักดันให้คนหันมาใช้จักรยานมากขึ้น โดยใช้โทรศัพท์แสกนจ่ายผ่านแอปฯ ได้เลย
 
“ปลูกป่าฆ่าทะเลทราย” จีนมีการปลูกต้นไม้ สร้างป่าในพื้นที่ทะเลทรายหลายแห่ง อย่างใน “มองโกเลียใน” เขตปกครองตนเองของจีน ที่เป็นพื้นที่ที่มีทะเลทรายอยู่หลายแห่ง ซึ่งพื้นที่นี้เคยเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวมาก่อน และมีแนวโน้มขยายต่อเรื่อย ๆ วันที่ 9 เม.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของเขตปกครองตนเองมองโกเลียในประกาศว่า ภายในปี 2019 จะปลูกต้นไม้ให้ได้กว่า 5,375,000 ไร่ และจะขยายพื้นที่ทุ่งหญ้าให้ได้มากกว่า 12,500,000 ไร่ ซึ่งนับว่าเป็นพื้นที่แนวหน้าของจีนในการดำเนินการเพื่อต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย (desertification)


 
ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มองโกเลียในได้ดำเนินการปลูกป่าไปแล้วมากกว่าปีละ 4,166,875 ไร่ คิดเป็นพื้นที่ 1 ใน 9 ของโครงการทั้งหมด ปัจจุบันมองโกเลียในมีพื้นที่ป่ามากกว่า 162,500,000 ไร่ ด้วยความพยายามของภูมิภาคนี้ส่งผลให้พายุทรายในภาคเหนือของจีนลดลง ถือเป็นความประสบความสำเร็จที่งดงามสำหรับการต่อต้านการแปรสภาพสู่ทะเลทราย
 
ในการสู้กับการขยายตัวของพื้นที่ทะเลทรายของจีนนั้น ได้นำพรมหญ้าเทียมที่ทำจากฟางข้าวมาปูเพื่อสกัดกั้นทราย และนอกจากนี้ในการเพาะพันธุ์ต้นไม้บางต้นก็มีใส่ต้นกาฝากที่มีสรรพคุณเป็นยา หรือเป็นยาสมุนไพรลงไป และเมื่อพวกมันเติบโตชาวบ้านยังสามารถนำไปใช้ได้อีกด้วย
 
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีความพยายามต่อสู้กับธรรมชาติ ในพื้นที่ทะเลทรายของอำเภอหลินเจ๋อ มณฑลกานซู่ ซึ่งมีพรมแดนติดกับทะเลทรายปาตานจี๋หลิน (Badain Jaran Desert) ได้มีการปลูกป่าอีกด้วย และในปี 1986 ในย่าน Kokyar เขตอาเค่อซู (Aksu) ของเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ บริเวณทางตะวันตกเฉียงเหนือของทะเลทรายลามากัน (ทะเลทรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก) มีโครงการสร้างผืนป่ากลางทะเลทราย หรือโอเอซิสขึ้นมาจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งโอเอซิสแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 416,668 ไร่เลยทีเดียว
 
“รถสาธารณะราคาถูก สะดวก และครอบคลุมทั้งประเทศ ใช้พลังงานไฟฟ้า” รถสาธารณะของจีนส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และได้ตั้งค่าโดยสารรถสาธารณะที่มีราคาถูกมาก อย่างรถบัส และรถไฟฟ้าใต้ดิน จึงทำให้ผู้คนนิยมใช้และไม่ใช้รถส่วนตัว มีสถานีรถบัส รถไฟฟ้าทั่วเมือง และยังมีรถไฟความเร็วสูงครอบคลุมการเดินทางระยะไกลที่ทำให้ใช้ระยะเวลาที่สั้นลงอย่างมาก
"เครื่องฟอกอากาศยักษ์" เมืองที่มีมลพิษก็จำเป็นที่จะต้องแก้ไขปัญหาระยะสั้นอย่างเร่งด่วน จีนมีเครื่องฟอกอากาศยักสูง 100 เมตร อยู่ใน Xian ที่ดูดซับมลพิษทำให้อากาศดีขึ้น สร้างอากาศบริสุทธิ์วันละ 10 ล้าน ลูกบาศก์เมตร และมีประสิทธิภาพในระยะ 10 ตารางกิโลเมตร ช่วยลดมลพิษให้วันที่ฝุ่นเยอะ ๆ กลายเป็นระดับมาตรฐานได้
 
“ปิดโรงงาน ปิดโรงไฟฟ้าถ่านหิน ย้ายไปนอกเมือง และห้ามเผาที่โล่งแจ้ง” จีนปิดโรงงานที่ก่อมลพิษทางอากาศหลายหมื่นแห่ง ปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินหลายร้อยที่จนหมด ลดการใช้ถ่านหินกว่า 50% ในระหว่างปี 2013-2018 โดยมีการย้ายโรงงานเหล่านั้นไปต่างเมือง หรือในต่างประเทศแทน นอกจากนี้ยังมีการห้ามขายอาหารปิ้งย่าง ข้างถนน และห้ามเผาใบไม้ทุกชนิด


 
“ปลูกไม้เลื้อยเสาทางด่วน” เมื่อเมืองขยายตัวใหญ่มากขึ้น ต้นไม้สีเขียวลดลง ถูกแทนที่ด้วยวัตถุสิ่งก่อสร้าง หลาย ๆ เมืองจึงหาวิธีเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนสิ่งก็สร้างต่าง ๆ เพื่อสร้างอากาศที่บริสุทธิ์ หรือปอดให้เมือง ซึ่งเมืองเฉิงตู ประเทศจีน คือตัวอย่างเมืองที่มีโครงการดังกล่าวออกมาเป็นรูปธรรม สำนักข่าว China Daily รายงานข่าวว่าเมืองเฉิงตูมีการทำโครงการชื่อว่า Green Corridor ที่มีวัตถุประสงค์จะปลูกต้นไม้ควบคู่ทางด่วนซึ่งมีระยะทางยาว 28 กิโลเมตร ที่มีรถสัญจรประมาณ 300,000 คันต่อวัน ที่ได้เริ่มโครงการมาตั้งแต่ปี 2013 โดยต้นไม้ที่นำมาปลูกชื่อว่า Boston Ivy เป็นไม้เลื้อยที่สวยงาม ช่วยกรองฝุ่นและลดมลพิษทางอากาศ และยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกขนาดเล็ก และแมลงที่เคยหายไปเพราะการขยายตัวของเมืองอีกด้วย
 
“ยกเลิกการนำเข้าขยะ คิดค่าถุงพลาสติก” จีนเป็นประเทศที่สร้างขยะพลาสติกลงทะเลมากที่สุดในโลก และยังเคยเป็นผู้นำเข้าขยะรายใหญ่ที่สุดในโลกเช่นกัน ตั้งแต่ปี 1980 ไม่ว่าขยะประเภทอะไร จากทวีปไหน ก็ล้วนมีปลายทางที่ดินแดนแห่งนี้ จนกระทั่งปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สะสมมานานปะทุขึ้น อากาศเป็นพิษ ดินทรุดโทรม แม่น้ำเน่าเสีย ผู้คนล้มป่วย มีขยะที่รีไซเคิลไม่ได้มหาศาล เกิดจากการที่บางบริษัทนำเข้าขยะเพื่อสร้างผลกำไรอย่างผิดกฎหมาย อันส่งผลกระทบต่อสภาพสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข 
 
รัฐบาลจีนจึงได้มีมาตรการห้ามนำเข้าขยะมูลฝอย 32 ประเภท รวมถึงพลาสติก และกระดาษ ตั้งแต่ 1 ม.ค. 61 และวางแผนยุติการนำเข้าขยะมูลฝอยประเภทของแข็งให้ได้ภายในสิ้นปี 63 เพราะตอนนี้ประเทศจีนเป็นหนึ่งในผู้นำของโลกแล้ว ไม่ต้องการเป็นถังขยะโลกอีกต่อไป นอกจากนั้นจีนยังมีมาตรการให้คิดค่าถุงพลาสติกตามร้านค้า แทนการแจกฟรีเพื่อลดจำนวนขยะพลาสติกอีกด้วย
 
“ลงทุนพลังงานทดแทน” จากการยกเลิกใช้พลังงานไฟฟ้าถ่านหิน จีนได้หันมาลงทุนพลังงานอื่น ๆ อย่างพลังงานสีเขียวอย่างจริงจัง เช่นพลังงานแสงอาทิตย์ ลม และน้ำ ซึ่งช่วยผลิตไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น 
 
“จำกัดโควต้าจับฉลากซื้อรถ” เมืองปักกิ่งมีประชากรอาศัยจำนวนมากประมาณ 21 ล้านคน ความต้องการใช้รถและซื้อรถส่วนตัวก็มีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทางเมืองจึงต้องมีการจำกัดจำนวน หรือจับฉลากเพื่อการซื้อรถในแต่ละปี
 
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างของความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศจีน ที่เป็นผู้ทำลายทรัพยากรธรมชาติและมลพิษที่มากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และได้รับผิดชอบอย่างจริงจังด้วยมาตรการข้างต้นทั้งหมด 
 
เห็นทีประเทศไทยจะต้องเร่งมาตรการรักษาสิ่งแวดล้อมแล้วเช่นกัน เพราะเราเองก็ติดอันดับโลกในด้านการปล่อยมลพิษในอากาศ และในน้ำอย่างขยะอย่างมหาศาลเช่นกัน.
................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง
โดย “ร่มธรรม ขำนุรักษ์”
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 326