อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562

ปี62กระแสLGBTเฟื่องฟู สัญญาณดีสิทธิมนุษยชน

สัปดาห์นี้ไปดูกระแสการเคลื่อนไหวในเดือนไพรด์ ของ LGBT ทั่วโลก บอตสวานาในแอฟริกา และภูฏาน เพิ่งยกเลิกกฎหมายเป็นเกย์มีความผิด ขณะที่ไทยแก้ไขตำราเรียนสุขศึกษา เพิ่มเรื่องเพศไม่ได้มีแค่เพศกำเนิด พฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน 2562 เวลา 12.10 น.


ในเดือนมิ.ย. ถือเป็นเดือน “วาระสากล” ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBT (ย่อมาจาก Lesbian Gay Bisexual transsexual) ที่ในหลายประเทศจะมีการจัดกิจกรรม pride month เป็นการเดินพาเหรดเพื่อแสดงตัวตน แสดงพลังของความเป็นคนหลากหลายทางเพศ และมีนัยทางการเมืองเพื่อเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมกัน เพราะหลายสังคมก็ยังไม่ยอมรับตัวตน LGBT และกฎหมายในหลายประเทศยังมีลักษณะการเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มนี้

ปีนี้ถือเป็นปีสำคัญเพราะเป็นวาระครบรอบเหตุการณ์ “จลาจลผับ stonewall” ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมของ LGBT ย้อนกลับไปเล่าว่า เมื่อก่อนความเป็นคนหลากหลายทางเพศไม่ได้แสดงออกอย่างเสรี แม้แต่ในอเมริกาเอง ซึ่งที่กรุงนิวยอร์ก มีผับของกลุ่มเกย์ชื่อ สโตนวอลล์ ในเดือน มิ.ย.ปี 1969 ที่ผับแห่งนี้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกลั่นแกล้ง ทำให้ชาว LGBT ลุกฮือประท้วงจนปะทะกับเจ้าหน้าที่มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก

กลายเป็นตัวจุดชนวนให้มีนักเคลื่อนไหวเพื่อชาว LGBT รวมตัวกันจัดขบวนพาเหรดขึ้นในเมืองใหญ่ ทั้งซานฟรานซิสโก นิวยอร์ก ไปจนถึงประเทศอื่น ๆ ในยุโรป และขยายออกไปอีกหลายประเทศ จนเหตุการณ์นี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นการปลุกประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของชาว LGBT ให้แสดงตัว ลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อการยอมรับอัตลักษณ์มากกว่าจำนนอยู่เงียบ ๆ เปลี่ยนความเชื่อคนว่า ความเป็น LGBT ไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่ต้องรังเกียจ ต้องได้รับความเท่าเทียม



ปีนี้ถือเป็นปีที่ครบรอบ 50 ปี เหตุการณ์สโตนวอลล์ และในครบรอบ 50 ปีก็มีประเด็นน่าสนใจคือ Jame P. O’neil อธิบดีตำรวจคนปัจจุบัน ได้กล่าวคำขอโทษต่อเหตุการณ์สโตนวอลล์เป็นครั้งแรก จากที่ผ่านมาตำรวจไม่เคยยอมรับว่ามีการทำเกินกว่าเหตุ โดยออกมาขอโทษในช่วง “การจัดงานไพรด์” ที่นิวยอร์ก ว่าการกระทำของตำรวจมีการกีดกันและกดขี่ นักสิทธิมนุษยชนเพื่อชาว LGBT ต่างก็ยินดีในเรื่องนี้ แม้มันจะออกมาช้าและขอว่าต่อไปอย่ามีอีก

และยังมีสีสันที่น่าสนใจคือ พวกอนุรักษ์นิยมในอเมริกาก็เหมือนจะทนไม่ได้ มีกลุ่มฝ่ายขวาต่อต้านลัทธิมาร์กซ์ในเมืองบอสตัน นำโดยนาย Mark Sahady นาย John Hugo จะขอจัดพาเหรดชายจริงหญิงแท้ (straight pride) ขึ้นมาบ้าง (วางแผนจัด 31 ส.ค.) โดยบอกว่าพวกเราก็สู้เพื่อสิทธิของชายจริงหญิงแท้ เล่นเอาโดนก่นด่าไปทั่วว่าชายจริงหญิงแท้นี่ประสบปัญหาด้านสิทธิ์ เพราะเพศเหมือน LGBT หรือที่จะเคลื่อนไหว ? จะใช้รูปแบรด พิตต์เป็นมาสคอต เจ้าตัวก็ไม่ให้ใช้

เรื่องการเคลื่อนไหวของ LGBT นั้น กลายเป็นกระแสด้านสิทธิมนุษยชนอันหนึ่งที่สำคัญของโลก การเคลื่อนไหวเกิดขึ้นเพื่อต้องการให้เลิกการเหยียด การตีตรา การเลือกปฏิบัติ และการใช้ความรุนแรงต่อ LGBT ซึ่งการเคลื่อนไหวนั้นมีนัยของการเมืองด้วยนั่นคือ ต้องการให้เรื่องเหล่านี้ออกมาเป็นนโยบายที่น่าจะแบ่งได้ 3 ระดับ คือ นโยบายในการยอมรับตัวตน นโยบายการให้สิทธิ์เท่าเทียม และนโยบายในการส่งเสริมบทบาท

“นโยบายในการยอมรับตัวตน” ก็คือการยอมรับการมีอยู่ของเพศสภาพอื่นที่ไม่ใช่ชายจริงหญิงแท้ เช่น นโยบายการสร้างบทเรียนให้มีความเข้าใจเรื่อง LGBT ไม่ใช่ความผิดปกติ ส่วน “นโยบายการให้สิทธิ์เท่าเทียม” คือการมีกฎหมายที่ไม่เลือกปฏิบัติ เช่น การมีกฎหมายสมรสเพศเดียวกัน หรือกฎหมายที่ให้การเลือกปฏิบัติถือเป็นความผิดอย่างของไทยมี พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ และ “นโยบายในการส่งเสริมบทบาท” เช่น การสนับสนุน LGBT ทำงานในตำแหน่งสำคัญ ๆ



ในกระแสโลกแค่ครึ่งปีที่ผ่านมาก็มีประเด็นการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจหลายเรื่อง ประเด็นที่เราเห็นกลุ่ม LGBT เคลื่อนไหวกันบ่อยครั้งที่สุดน่าจะเป็นเรื่องการขอกฎหมายการสมรสเพศเดียวกัน เพื่อให้ชาว LGBT ที่สมรสสามารถวางแผนอนาคตคู่ครองของตัวเองได้ ซึ่งในเดือนที่ผ่านมาประเทศที่ขับเคลื่อนได้สำเร็จคือ ไต้หวัน และที่เพิ่งทำได้ในเดือนนี้เองคือ เอควาดอร์ ส่วนประเทศไทยนั้นกฎหมายเกือบเข้า สนช. แล้ว แต่ สนช. หมดวาระไปก่อน

ประเด็นอื่น ๆ เกี่ยวกับการต่อสู้เรามักจะเห็นในต่างประเทศ อย่างเช่น การต่อสู้เพื่อให้ตัวตนความเป็น LGBT ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย ครึ่งปีแรกเป็นที่ฮือฮากันมากที่บรูไนประกาศจะกลับไปใช้กฎหมายชารีอะห์ คือการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก (anal sex) จะต้องถูกลงโทษโดยการปาหินจนตาย เกิดกระแสคัดค้านไปทั่วโลก กระทั่งจะมีการบอยคอตโรงแรมที่เป็นกิจการที่บรูไนไปลงทุน หรือดาราดังอย่างจอร์จ คลูนีย์ , เอลเลน ดีเจนเนอรัส ก็ออกมาค้าน

ในที่สุด บรูไนก็ยอมถอย เหมือนจะไม่ขอบังคับใช้กฎหมายตัวนี้ มองไปมันก็เข้าลักษณะ “โลกล้อมเมือง” คือกระแสเข้ามากดดันการตัดสินใจนโยบายในประเทศนั้น ๆ ได้ แต่ก็เป็นแนวทางหนึ่งของการต่อสู้ของ LGBT ที่ใช้การรวมกลุ่ม และกระแสสิทธิมนุษยชนแสดงพลัง แต่เรื่อง anal sex ก็ยังถือเป็นความผิดในหลายประเทศทั่วโลก ไม่ไกลบ้านเราก็มาเลเซีย (เรื่องนี้ถูกนำมาใช้ทำลายทางการเมืองกันด้วย) และประเทศรัฐมุสลิม หรือในแอฟริกา

ในเดือนไพรด์นี้ จำนวน 2 ประเทศ คือ บอตสวานาในแอฟริกา และภูฏาน ที่เพิ่งยกเลิกกฎหมายที่การเป็นเกย์มีความผิด แต่บางประเทศก็ยังมีลักษณะที่เอื้อต่อกลุ่มอนุรักษ์นิยม กล่าวคือการเป็น LGBT ไม่มีความผิด เพียงแต่คนอื่นสามารถเลือกปฏิบัติต่อ LGBT ได้ตามความเชื่อทางศาสนา คือถ้าเชื่อว่าการเป็น LGBT ผิดบาป ก็มีสิทธิในการไม่ยอมรับ ไม่ให้การบริการได้ อย่างในบางรัฐของอเมริกาก็ยังมีเรื่องนี้อยู่ ที่เคยเป็นข่าวก็ร้านเค้กในรัฐโคโลราโดปฏิเสธทำเค้กให้คู่รัก LGBT ได้



เรื่องสำคัญที่ยังคงเคลื่อนไหวกันต่อเนื่อง คือการแก้ปัญหาการใช้ความรุนแรงต่อกลุ่มข้ามเพศหรือ trans ซึ่งจากข่าวต่างประเทศ กลุ่มนี้จะตกเป็นเหยื่อของ “การฆ่า” เพราะความเกลียดชังหลายครั้ง ทำให้บางประเทศหันมาออกกฎหมายให้การเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกันถือเป็น...อาชญากรรม ซึ่งที่ออกไปแล้วเมื่อปีก่อนคือประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และล่าสุดเมื่อเดือนก่อน ศาลสูงบราซิลก็มีมติในทางนี้ และรอให้ออกกฎหมายเอาผิดความเกลียดกลัวคนรักร่วมเพศอยู่

อีกประเด็นหนึ่งที่ยังมีการต่อสู้กันอยู่ คือการให้เด็กเยาวชนเรียนรู้ เข้าใจ และยอมรับเพศสภาพหลากหลาย และเรียนรู้วิธีวางตัวมีปฏิสัมพันธ์อย่างเหมาะสมกับเด็กที่เป็น LGBT ในอังกฤษมีกระแสเคลื่อนไหวเรื่องนี้อยู่ที่โรงเรียนในเบอร์มิงแฮม ที่จะมีการออกหลักสูตรประมาณ sex and relationship แต่กลุ่มผู้ปกครองโดยเฉพาะที่เป็นมุสลิมออกมาค้าน ทำนองว่า “ให้เด็กเป็นเด็กไปเถอะ อย่าพยายามให้เรียนรู้อะไรแบบนี้” เขาก็ยังคงเคลื่อนไหวกันต่อไปทั้งสองฝ่าย

ส่วนในประเทศไทยเอง พัฒนาการที่เพิ่งเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ เดือนที่แล้ว คือ การแก้ไขตำราเรียนสุขศึกษา ซึ่งเคยเหยียด ตีตรา LGBT ว่าผิดปกติ ถ้าเป็นแบบนี้ต้องเป็นทุกข์ ในที่สุดหลักสูตรปี 2559 ก็แก้ไขได้ โดยเพิ่มเรื่องความเท่าเทียมระหว่างเพศ เพิ่มคำอธิบายเรื่องเพศวิถี ว่า เพศไม่ได้มีแค่เพศกำเนิด แต่คนเราเลือกจะเป็นเพศใดได้ด้วย ชี้ให้เห็นปัญหาความไม่เท่าเทียมระหว่างเพศว่าสร้างปัญหาอย่างไร และต้องสลายทัศนคติที่ไม่ดีอย่างไร

กระแสการต่อสู้เพื่อสิทธิ LGBT ยังมีอีกมาก ก็น่าติดตามเพราะมันคือพัฒนาการด้านสิทธิมนุษยชนนั่นเอง.
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%