อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562

ผู้ป่วยโรคหัวใจ ออกกำลังกายอย่างไรให้ปลอดภัย

สัปดาห์นี้พาไปไขข้อสงสัย “ผู้ป่วยโรคหัวใจ” สามารถออกกำลังกายได้ แต่ต้องค่อยเป็นค่อยไป ตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อลดความเสี่ยงภาวะหัวใจล้มเหลว เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาว จันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562 เวลา 12.00 น.


ในครั้งที่แล้วถ้าใครจำได้ คุณยาย OK ได้พาไปไขความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ โรคหัวใจ” ที่หลายคนมักเข้าใจและคิดกันไปว่า...เกิดขึ้นได้กับผู้สูงอายุ ซึ่งแท้จริงแล้วมีโอกาสเป็นได้ทุกวัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่ก็ได้ย้ำว่าในวัย 40 ปีขึ้นไปก็ควรจะหมั่นเช็กสุขภาพประจำปี เพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือดและเสียชีวิต

ความสงสัยอีกอย่างที่วันนี้ผู้อ่านทุก ๆ ท่านจะได้คำตอบกัน โดยเฉพาะเวลามีข่าวคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ แต่กลับต้องมาเสียชีวิตขณะออกกำลังกายจากโรคประจำตัวเพราะเป็นโรคหัวใจ ฉะนั้นแล้วความสงสัยที่ว่า...ผู้ป่วยโรคหัวใจจะสามารถออกกำลังกาย...ได้ หรือ...ไม่ได้ วันนี้มีคำตอบ

คุณยายพาไปคุยกับ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ บอกว่า การออกกำลังกายมีประโยชน์ ทั้งสุขภาพกายใจและป้องกันโรคหัวใจด้วย ช่วยให้มีชีวิตยืนยาว แม้แต่ผู้ที่เป็นโรคหัวใจก็สามารถออกกำลังกายได้ แต่ว่าควรจะเน้นความแรงของการออกกำลังกายในระดับปานกลาง เช่น เต้นแอโรบิก เดินเร็ว ขี่จักรยาน วิ่งเหยาะ ๆ เป็นต้น



สำหรับวิธีการออกกำลังกายที่เกิดประโยชน์ คุณหมอแนะนำว่า ควรเริ่มด้วย “การวอร์มร่างกายให้พร้อม” ประมาณ 5-10 นาที แล้วตามด้วยระยะการออกกำลังกายที่กระตุ้นให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น และควรหยุดพักเมื่อเริ่มเหนื่อยหรือแน่นหน้าอก แต่มีข้อพึงระวังว่า...การที่ผู้ป่วยโรคหัวใจหันมาออกกำลังกาย เริ่มแรกควรค่อยเป็นค่อยไป หลังจากนั้นหากร่างกายปรับสภาพกับความแรงที่เพียงพอแล้ว แล้วค่อยเพิ่มเวลาออกกำลังกายจนทำได้อย่างต่อเนื่อง นานอย่างน้อย 15 นาทีขึ้นไป และทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน

เพราะการออกกำลังกายจะช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจมีการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมากขึ้น ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงหัวใจ เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเรื้อรัง และหัวใจล้มเหลวเรื้อรังได้เป็นอย่างดี อีกทั้งสามารถลดการเกิดโรคหัวใจชนิดต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจจากความดันโลหิตสูง ภาวะหัวใจล้มเหลว และลดอัตราการเจ็บหน้าอกของผู้ป่วยโรคหัวใจ



ขณะที่แพทย์อีกท่านหนึ่ง นพ.เอนก กนกศิลป์ ผอ.สถาบันโรคทรวงอก แนะนำเพิ่มเติมว่า การออกกำลังกายสามารถทำได้ตามความเหมาะสมของวัย สภาพร่างกายในความแรงที่เพียงพอต่อการกระตุ้นการพัฒนาของร่างกายและหัวใจโดยไม่เสี่ยงอันตราย ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการออกกำลังกาย ดังนั้นผู้ป่วยที่พักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลและพึ่งฟื้นตัวจากภาวะเฉียบพลันทางหัวใจ หรือเพิ่งรับการผ่าตัด ไม่ว่าจะด้วยการใส่สายสวนหัวใจ หรือผ่าตัดหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกประเภทกีฬาที่เหมาะสม และปลอดภัยต่อการออกกำลังกาย

อย่างไรก็ตาม หากพบความผิดปกติในขณะออกกำลังกาย เช่น เจ็บแน่นหน้าอก หอบเหนื่อยมากขึ้น ควรหยุดออกกำลังกายทันที และนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลพบแพทย์เพื่อทำการรักษาให้ทันเวลา เพื่อลดความเสี่ยงภาวะหัวใจล้มเหลว

แม้ว่าการออกกำลังกายจะเป็นสิ่งที่ดีต่อหัวใจและสุขภาพโดยรวม แต่ก็พบว่ามีความเสี่ยงอยู่บ้างในผู้ป่วยโรคหัวใจ ดังนั้นผู้ป่วยโรคนี้จึงควรออกกำลังกายด้วยความระมัดระวัง อย่างที่บอกค่อยเป็นค่อยไป ทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และรู้จักประเมินสมรรถภาพของตนเอง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นการยืดอายุผู้ป่วย ตลอดจนรักษาสุขภาพให้แข็งแรงใกล้เคียงหรือเท่ากับก่อนป่วยเป็นโรคหัวใจ.
...............................................
คอลัมน์ : แก่ไม่กลัว กลัวไม่แก่
โดย “คุณยาย OK”
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก : Pixabay


คลิกติดตามอ่านการดูแลผู้สูงวัยได้ทั้งหมดที่นี่

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 43