อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563

บุหรี่กับคนจีนเป็นของคู่กัน แก้ยังไงแม้ในลิฟต์ก็ยังสูบ!

สัปดาห์นี้ไปดูวิธีของสาธารณสุขประเทศจีน แก้ไขปัญหาพิษภัยของบุหรี่ หลังจำนวนผู้สูบติดอันดับโลก จึงออกเป็น “กฎหมายห้ามสูบบุหรี่” แต่จะได้ผลหรือไม่? อาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2562 เวลา 10.00 น.


เมื่อพูดถึงคนที่สูบบุหรี่แล้วนั้น ประเทศจีนจัดเป็นประเทศที่มีคนสูบบุหรี่มากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก แถมคนจีนยังสามารถสูบบุหรี่ได้ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นในร้านอาหาร ห้อนนอน โรงแรม ห้องน้ำ หรือแม้แต่ในลิฟต์ก็ตามที จนทำให้คนที่ไม่สูบบุหรี่ต้องคอยรับควันบุหรี่ไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เวลาไปนอนตามโรงแรมในประเทศจีน เราจึงหาห้องที่ปลอดควันบุหรี่ได้ค่อนข้างยาก พูดได้ว่าบุหรี่กับคนจีนเป็นของคู่กัน
 
หลังจากที่ประเทศต่าง ๆ ได้มีการออกกฎห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นตามโรงแรม ห้องอาหาร ภัตตาคาร โรงภาพยนตร์ โรงพยาบาล โรงเรียน หรือสถานศึกษา ฯลฯ จนทำให้ในที่สุดสาธารณสุขของจีนก็ได้ให้ความสำคัญกับพิษภัยของบุหรี่กับคนที่สูดควันเข้าไป จนได้ออกเป็น “กฎหมายห้ามสูบบุหรี่” ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2015 มานั้นเป็นกฎหมายสูบบุหรี่ที่เคร่งครัดที่สุดในประวัติศาสตร์จีนเลยทีเดียว โดยกำหนดว่า สถานที่ทั้งหมดที่เป็นสถานที่สาธารณะในห้องทั้งหมดนั้นล้วนกำหนดให้เป็นสถานที่ห้ามสูบบุหรี่ นอกจากนี้ยังงดกิจกรรมสนับสนุนการขายบุหรี่ และกิจกรรมที่นำสู่การสูบบุหรี่ โดยกำหนดบทลงโทษที่บุคคลเป็นเงินตั้งแต่ 50-200 หยวน (ประมาณ 250-1,000 บาท) ส่วนบทลงโทษต่อองค์กร บริษัท ห้างร้าน จะมีค่าปรับตั้งแต่ 5,000-10,000 หยวน (ประมาณ 25,000-50,000 บาท)
 


ซึ่งหลังจากกฎหมายนี้มีได้บังคับใช้มาเป็นเวลา 4 ปี ปรากฏว่ามีการร้องเรียนต่อการสูบบุหรี่จำนวนมากมาย เฉพาะในปักกิ่งที่เป็นเมืองหลวงนั้น สายด่วนที่ร้องเรียนเรื่องบุหรี่ที่เบอร์โทร 12320 นั้น สถานที่ที่ได้รับการร้องเรียนอันดับต้นๆ มีด้วยกันคือ อาคารสำนักงานคิดเป็นร้อยละ 40.3 ร้านอาหารคิดเป็นร้อยละ 24.5 และสถานบันเทิงคิดเป็นร้อยละ 9.8 ทั้งนี้เพราะจะมีคนจำนวนมากที่ละเมิดกฎสูบบุหรี่ในทุกที่ ไม่ว่าจะห้องน้ำก็สูบจนแทบจะหายใจไม่ออก ในห้องพักตามโรงแรมที่เป็นชั้นห้ามสูบบุหรี่ก็ยังคงสูบกันไป แม้แต่ในลิฟต์ก็ยังสูบจนคนอื่นหายใจแทบไม่ได้ แต่ที่หนักสุดคือ ห้องน้ำบนเครื่องบินก็ยังมีคนที่คิดจะไปแอบสูบ จนต้องคอยระแวดระวัง เพราะอาจเกิดปัญหาด้านความปลอดภัยได้ แม้กฎและบทลงโทษจะค่อนข้างรุนแรง แต่ก็ยังมีคนกล้าฝ่ากฎจนได้
 
ทั้งนี้ในเวลาที่ผ่านมาหลังจากกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ออกใช้ ปรากฏว่าในเมืองปักกิ่งนั้นมีอัตราการสูบบุหรี่ลดลง โดยจากร้อยละ 23.4 ในปี 2014 ลดลงเป็นร้อยละ 22.3 ซึ่งลดลงถึงร้อยละ 1.1 เทียบได้ว่ากลุ่มคนสูบบุหรี่ลดลงถึง 200,000 คน กลุ่มคนที่สูบบุหรี่มือสองก็ลงลงจากร้อยละ 35.7 เป็นร้อยละ 20 เทียบเท่ากับคนสูบบุหรี่มือสองลงลงถึง 2,800,000 คน อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจกลับไม่ได้พบว่า มีคนจีนที่มีความตั้งใจจะเลิกบุหรี่นั้นมีน้อยมาก หรือแทบไม่มีนัยสำคัญที่ปรากฏออกมาเลย ทำให้เห็นว่านโยบายในการเลิกบุหรี่นั้น ยังคงทำได้ไม่ดีพอและไม่สำเร็จนัก



ขณะที่ประเทศไทย การออกกฎหมายควบคุมการสูบบุหรี่ในที่สาธารณะนั้นค่อนข้างได้ผลในภาพรวม จนในปัจจุบันถึงกับจะออกกฎหมายเป็น พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว พ.ศ. 2562 ที่ได้ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2562 ซึ่งก็จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ส.ค.นี้ โดย พ.ร.บ. ดังกล่าว เน้นการป้องกันความรุนแรงในครอบครัว ส่งเสริมครอบครัว ฯลฯ ในส่วนของการสูบบุหรี่ในบ้านนั้น ซึ่งไม่ได้ห้ามไม่ให้มีการสูบบุหรี่ในบ้านโดยตรง แต่ต้องการจะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว ฉะนั้น ตาม พ.ร.บ. นี้ หากการสูบบุหรี่แล้วนำมาซึ่งความผิดในฐานการก่อความรุนแรงในครอบครัว ก็จะมีความผิด เพราะนอกจากบุหรี่ทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของคนในครอบครัว จนอาจได้รับความเจ็บป่วย และยังเป็นการทำให้สัมพันธ์ภาพในครอบครัวเสีย เพราะลูกเมียก็จะเหม็นบุหรี่และไม่อยากเข้าใกล้ ตลอดจนการเกิดพฤติกรรมการเลียนแบบ รวมถึงผู้สูบหากไม่ได้สูบก็จะหงุดหงิดมีอาการก้าวร้าว จนอาจเกิดความรุนแรงในครอบครัวได้ ทำให้คนในบ้านได้รับผลกระทบ
 
ปัญหาของการควบคุมการสูบบุหรี่ที่สำคัญที่สุดจึงน่าจะอยู่ที่ “การบังคับใช้” ว่าจะทำได้ศักดิ์สิทธิ์เพียงพอหรือไม่ เช่น ในคอนโดฯ ที่ไม่ควรให้สูบ เพราะอาจทำให้เกิดอัคคีภัยได้ แต่ก็ยังมีคนลักลอบ ซึ่งน่าออกกฎหมายหรือบทลงโทษที่ชัดเจน และบังคับใช้ให้ได้
 
อันที่จริงปัญหาของบ้านเรานั้น อยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพและควรใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ.
………………………..........
คอลัมน์ : ฝ่ากำแพงเมืองจีน
โดย “ผศ.ดร.ศิริเพ็ชร ทฤษณาวดี”
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ขอบคุณภาพจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 88