อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 สิงหาคม 2562

รู้จัก 'ฟีลเลอร์ VS ไขมัน' ก่อนทำสวย

ฟิลเลอร์ที่อยู่แบบถาวร ยังไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือ อย. เมื่อฉีดฟิลเลอร์แบบถาวร หากเกิดผลข้างเคียงก็จะเกิดผลข้างเคียงกับร่างกายแบบถาวรเช่นกัน อาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2562 เวลา 07.30 น.


ในวงการแพทย์ยุคปัจจุบันการนำสารไฮยาลูรอนิค แอซิด (ฟิลเลอร์) หรือที่เรียกว่าสารเติมเต็ม มาใช้รักษาริ้วรอยความเสื่อมของร่างกายโดยเฉพาะบริเวณใบหน้าเป็นเรื่องปกติทั่วไป และยิ่งมีอีกส่วนที่นิยมนำไขมันของร่างกายของตนเองมาฉีดบริเวณใบหน้า เพื่อลบริ้วรอยให้ดูอ่อนเยาว์

แต่วิธีไหนจะเหมาะกับคนไข้แบบใด นั้น รศ.พญ.รังสิมา วณิชภัคดีเดชา ประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ให้ข้อมูลว่า การฉีดฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็มในปัจจุบันเป็นที่นิยมมาก ๆ โดยเฉพาะ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา น่าจะมีคนไข้เข้ารับการรักษาพยาบาลตามคลินิก สถานพยาบาลและโรงพยาบาล เพิ่มขึ้นเกิน 3 เท่า

ทั้งนี้ ฟิลเลอร์ที่นิยมเลือกใช้มีให้เลือกหลายแบบ คือ 1. ฟิลเลอร์ที่มีผลระยะสั้น ๆ ส่วนใหญ่จะมีอายุไม่เกิน 6 เดือน 2.ฟิลเลอร์ที่มีอายุการใช้งานกลาง ๆ ประมาณ 6 เดือน ถึง 2 ปี และ 3.ฟิลเลอร์ที่อยู่แบบถาวร จะเป็นพวกพาราฟิน ซิลิโคนเหลว



ต้องเข้าใจก่อนว่าฟิลเลอร์ที่อยู่แบบถาวร ยังไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือ อย. ดังนั้นเมื่อฉีดฟิลเลอร์แบบถาวร หากเกิดผลข้างเคียงก็จะเกิดผลข้างเคียงกับร่างกายแบบถาวรเช่นกัน เช่น มีอาการเริ่มบวมแดง อักเสบ ไม่นานก็จะเป็นเหมือนไหลย้อย คางย้อย จมูกย้อย ทำให้ผิดรูปต้องไปแก้ไขอีก”

สำหรับการฉีดไขมันก็เป็นสารเติมเต็มชนิดหนึ่ง ที่สามารถจะฉีดในตำแหน่งที่ฟิลเลอร์นั้นฉีดได้ โดยที่ไขมันส่วนใหญ่จะถือว่าเป็นฟิลเลอร์ชนิดกึ่งถาวร ข้อดีของการฉีดไขมันคือ ไขมันเป็นสารจากร่างกายของคนไข้เอง มักจะไม่ค่อยมีปฏิกิริยาใด ๆ กับคนไข้ และไม่มีการต่อต้านใด ๆ กับร่างกาย อีกทั้งยัง สามารถฉีดได้ในปริมาณมากเกินกว่า 10 มิลลิลิตรต่อครั้ง

แต่ ข้อเสียของการฉีดไขมันคือ จะต้องมีแผล ในตำแหน่งที่มีการดูดไขมันมาเพื่อฉีด โดยไขมันที่นำมาฉีดนั้นมักจะดูดไขมันจากบริเวณหน้าท้องหรือต้นขา เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีไขมันอยู่มาก และดูแลแผลค่อนข้างง่าย ภายหลังการฉีดไขมันจะมีอาการบวมอยู่นานกว่าการฉีดฟิลเลอร์ เนื่องจากต้องใช้ปริมาณไขมันมากกว่าในการฉีด และพอเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ไขมันส่วนที่ไม่ติดก็จะสลายไปตามธรรมชาติและส่วนที่เหลือก็จะอยู่กับร่างกายเราเหมือนเดิม



รศ
.พญ.รังสิมา บอกว่า หลักการในการเลือกว่าจะฉีดฟิลเลอร์หรือฉีดไขมันก็คือ คนไข้ที่ต้องการใช้สารเติมเต็มในปริมาณน้อย ๆ การฉีดฟิลเลอร์อาจจะคุ้มกว่าและสะดวกกว่า แต่หากเป็นการใช้ไขมัน จะต้องมีกระบวนการเพิ่มขึ้น คือจะต้องมี การมาดูดไขมันออกมาก่อน คน ไข้ก็จะมีแผล 2 จุด โดยจุดแรก คือจุดที่เอาไขมันออก และ จุดที่ 2 คือ จุดที่เราฉีดเข้าไป แต่ข้อดีของการฉีดไขมัน คือ คนไข้อาจจะต้องการเอาไขมันส่วนเกินตรงบริเวณนั้นออกพอดี และนำมาเสริมส่วนที่ต้องการฉีดอีกจุดหนึ่งแทนได้ ดังนั้นถ้าจะคุ้มกับการฉีดไขมัน คนไข้คนนั้นจะต้องการปริมาณฟิลเลอร์เกิน 10 ซีซี ขึ้นไป ตรงนี้ถึงจะคุ้มกับการฉีดไขมัน ดังนั้นการดูดไขมันออกมาใช้อาจจะคุ้มค่ากว่า

สิ่งสำคัญ คือผู้บริโภคต้องเข้าใจก่อนว่า ฟิลเลอร์ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือ อย.ในปัจจุบันคือ สารไฮยาลูรอนิค แอซิด เพียงชนิดเดียว แต่หากมีข้อเสนอให้มีการฉีดคอลลาเจน ฉีดซิลิโคนหรือสารเติมเต็มชนิดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สารไฮยาลูรอนิค แอซิด นั้นถือว่าไม่ควรจะทำ เพราะไม่ปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม การฉีดไขมัน ถ้าคนไข้ต้องการฉีดฟิลเลอร์หรือสารเติมเต็มในปริมาณมาก ๆ หรือไม่กังวลเกี่ยวกับอาการบวมและการดูแลพักรักษาตัวก่อน ในช่วงหลังจากทำการใช้สารเติมเต็ม ที่มาจากตัวเอง ก็เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง.
...............................
อภิวรรณ เสาเวียง

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 27