อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562

แนะนำโรงเรียนที่เน้นให้เด็ก เรียนอย่างสนุก&มีความสุข

สัปดาห์นี้แนะนำโรงเรียน “สาธิต PIM” ทันสมัยสุด ๆ เพราะที่แห่งนี้สอนภาษาอังกฤษ จีน และสอน AI ชวนไปงาน Open House วันที่ 6 ก.ค.62 มุ่งเน้นให้เรียนรู้อย่างสนุก พัฒนาเด็กไทยเก่งและมีคุณภาพมากขึ้น จันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562 เวลา 14.00 น.


วันนี้ผมมีโรงเรียนจะมาแนะนำครับ เป็นโรงเรียนที่จัดว่าใหม่และทันสมัย “รร.สาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์” หรือมีชื่อที่เรียกสั้น ๆ ว่า “สาธิตพีไอเอ็ม” หรืออาจจะเคยเห็นชื่อ “สาธิต PIM” แต่ไม่ได้อ่านว่า “สาธิตพิม” นะครับ และอย่าเพิ่งสับสนกับสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ด้วยครับ เพราะที่นั่นเป็นสถานศึกษาสำหรับพี่ ๆ นักศึกษาระดับมหาวิทยาลัย แต่โรงเรียนสาธิตพีไอเอ็มเป็นโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา เพิ่งจะเปิดรับนักเรียนมาเป็นปีที่ 3 เท่านั้นครับ เรียกว่าใหม่ ๆ สด ๆ เลย
 
ในวันเสาร์ที่ 6 ก.ค. 2562 ที่จะถึงนี้ โรงเรียนจะจัด Open House เพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้าไปเยี่ยมชมสถานที่และการเรียนการสอนของโรงเรียนได้ เราลองมาดูข้อมูลเบื้องต้นกันก่อนดีกว่าว่าโรงเรียนนี้มีอะไรโดดเด่นบ้าง
 
- รร.สาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ หรือสาธิตพีไอเอ็ม อยู่ที่ซอยแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28 ซึ่งเป็นซอยก่อนถึงห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซาแจ้งวัฒนะเลยครับ
 
- รับสมัครนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรียนไปจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 แต่ตอนนี้ระดับชั้นสูงสุดอยู่ที่ ม.3 นะครับ ส่วนรุ่น ม.1 เพิ่งเปิดเทอมไปเมื่อกลางเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาครับ
 
- รับนักเรียน ม.1 ทั้งหมด 7 ห้อง ห้องละไม่เกิน 35 คน มีการสอบข้อเขียนและสอบสัมภาษณ์ ถ้าใครจบ ป.6 มาจากโรงเรียนไทยสอบข้อเขียนเป็นภาษาไทย ใครมาจากโรงเรียนอินเตอร์สอบข้อเขียนเป็นภาษาอังกฤษ การสอบสัมภาษณ์มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษครับ



- ผู้บริหารโรงเรียนได้ไปดูการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ และนำแนวทางการสอนการศึกษาของฟินแลนด์มาใช้เป็นหลัก โดยผ่านการปรับให้เหมาะสมกับเด็กไทยแล้ว ผมขยายความแนวทางการศึกษาของฟินแลนด์ให้ฟังอีกสักนิด เช่น เน้นให้นักเรียนและครูมีความสุข นักเรียนเรียนสนุก ได้ลงมือปฏิบัติและทดลองจริง เน้นการสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์
 
- แม้โรงเรียนจะเพิ่งเปิดการสอนเป็นปีที่ 3 แต่ก่อนเปิดรับนักเรียนรุ่นที่ 1 โรงเรียนได้สร้างบุคลากรล่วงหน้ามาก่อน 1 ปี โดยการสร้าง “ครูมืออาชีพ” ครูมีการเตรียมการสอนกับคณะครูด้วยกันก่อนจะมาสอนนักเรียน ระหว่างปิดเทอมจะมีครูจากประเทศฟินแลนด์มาแนะนำเทคนิคการสอนอย่างสนุกให้กับครูไทยและครูต่างชาติในโรงเรียน ครูต้องมีแนวทางการสอนตรงกับที่ทางโรงเรียนวางไว้เท่านั้น ไม่มีการสอนพิเศษนอกเวลา ครูช่วยกันสอนเป็นทีม เน้นการสอนในห้องให้สนุก เล่นก่อนเรียน สนับสนุนให้นักเรียนมีส่วนร่วมและกล้ายกมือตอบ
 
- เด็กที่ผ่านเข้าเป็นนักเรียนแล้ว จะได้สิทธิ์ในการทำ P-PAC ฟรี เพื่อค้นหาศักยภาพรายบุคคล ข้อมูล P-PAC จะได้รับการส่งต่อให้กับโรงเรียนและครูประจำชั้น เพื่อพัฒนาเด็กแต่ละคนว่าเหมาะกับการเรียนการสอนแบบไหน มีความศักยภาพที่โดดเด่นในด้านใด เพื่อให้เลือกสายการเรียนที่เหมาะสมกับตัวเด็กครับ
 
- บัตรประจำตัวนักเรียนใช้เพื่อแตะผ่านประตูในการเข้าและออกจากโรงเรียน ซึ่งมีระบบข้อมูลแจ้งเวลาเข้า-ออกของนักเรียนแต่ละคน ไปยังอีเมลของผู้ปกครองวันละ 2 ครั้งในตอนเช้าและตอนเย็น แถมบัตรนักเรียนใบเดียวกันนี้ ยังใช้เติมเงินเพื่อซื้ออาหารในโรงอาหารได้ด้วยครับ
 
- นักเรียนจะเรียนผ่าน iPad (ในส่วนนี้ต้องจัดหามาเองครับ โดยทางโรงเรียนจะแนะนำให้ใช้รุ่นที่เหมาะสมพอเพียงกับการเรียนรู้สำหรับเด็ก) ก่อนเปิดเทอมประมาณ 10 วัน เด็ก ๆ จะเริ่มมาเรียนปรับพื้นฐานการใช้ iPad และโปรแกรมเพื่อการศึกษา เช่น Google Classroom Keynote iTuneU Clips NearPod ClassDojo iMovie ฯลฯ เพื่อใช้ในการเรียน การทำรายงาน และสื่อสารกับคุณครู ส่วนผู้ปกครองเองก็จะได้ผ่านการอบรมในคลาส iParent เพื่อเรียนรู้วิธีการใช้ iPad ตามแนวทางเดียวกัน ทำให้สามารถเข้าใจวิธีจัดการเรียนการสอน เข้าไปดูสิ่งที่ลูก ๆ ได้เรียนรู้ในแต่ละวัน และติดตามการส่งงานของลูกได้ รวมถึงการติดต่อกับครูผู้สอน ที่สำคัญคือ สามารถจำกัดเวลาและขอบเขตการใช้งาน iPad เมื่อลูกอยู่ที่บ้านได้ด้วยครับ



- ห้องทดลองวิทยาศาสตร์ ห้องดนตรี ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ใหม่ ซึ่งช่วยในการเรียนรู้และลงมือทำ มีจำนวนเพียงพอสำหรับเด็ก ๆ ในแต่ละห้อง
 
- มีวิชาหลัก 3 วิชาที่เรียนด้วยภาษาอังกฤษกับครูชาวต่างชาติโดยตรง ได้แก่ วิชาภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ สำหรับวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์นั้นจะมีการเรียนเพิ่มเติมจากครูไทยเป็นวิชาเสริมทักษะด้วยเนื้อหาที่แตกต่างกันต่อยอดไปอีก (ไม่ใช่การเรียนเพื่อแปลเนื้อหาเดิมเป็นไทยนะครับ)
 
- มีการเรียนภาษาจีนเป็นหนึ่งในวิชาบังคับ เด็ก ๆ จะได้เรียน 5 คาบต่อสัปดาห์ โดยจะเรียนกับเหล่าซือ 3 คาบ และครูไทยอีก 2 คาบ
 
- มีการเรียนโกะหรือหมากล้อม เพื่อฝึกการบริหารจัดการ ผมเคยสอบถามผู้เชี่ยวชาญการเล่นโกะ ท่านบอกว่าเล่นโกะเหมือนกับการเล่นหมากรุก 6 กระดานพร้อมกัน ถ้าคิดจะเอาชนะ นั่นคือคุณเริ่มแพ้แล้ว ต้องจัดสรรทรัพยากรและมีที่ยืนให้กับผู้แพ้เสมอ…ฟังดูน่าสนใจดีครับ
 
- เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับหุ่นยนต์ การเขียนโค้ด และ AI โดยจะค่อย ๆ พัฒนาตั้งแต่ ม.1 ขึ้นไป
 

- เน้นการทดลองจริง ปฏิบัติจริง ไม่ว่าจะเป็นด้านวิทยาศาสตร์ ดนตรี หรือศิลปะ ถ้าใครสนใจจะไปประกวดหรือแข่งขันเวทีไหน ให้มาแจ้งกับทางโรงเรียนได้
 
- การสอบจะคิดคะแนนที่ 70% ถ้ายังไม่ผ่านในครั้งแรก จะให้โอกาสสอบซ่อม และถ้ายังไม่เข้าใจข้อสอบข้อไหนจะช่วยสอนให้เข้าใจในข้อนั้น ๆ ทันที
 
- หลังสอบเสร็จ จะมีการแจ้งคะแนนให้ผู้ปกครองของเด็กทราบเป็นการส่วนตัวเท่านั้น ไม่ได้ประกาศรวมทั้งห้อง ครูจะพบและพูดคุยกับผู้ปกครองและเด็กแต่ละคน เพื่อพัฒนาและส่งเสริมเป็นรายบุคคลต่อไป


 
- จัดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ Cambridge Test และสอบวัดระดับภาษาจีน HSK ตอน ม.1 และ ม.3
 
- เรียนจบ ม.3 มีการสอบ O-NET เหมือนกับโรงเรียนทั่วประเทศ
 
- ทุกปีเด็ก ๆ จะได้ดูงานและทัศนศึกษาปีละ 5 ครั้ง อาทิ ไปดูโรงนม โรงสีข้าว โรงแรม โรงหนัง ฯลฯ ดูทุกอาชีพที่เกี่ยวข้อง เช่น ถ้าไปโรงแรมจะไปดูตั้งแต่หน้าที่ของพนักงานเปิดประตู หน้าที่ของแม่บ้าน สัมภาษณ์ผู้จัดการ ฯลฯ ส่วนในปลายปีจะทำโครงงานโดยเลือกหัวข้อจากสถานที่ทัศนศึกษาที่นักเรียนสนใจมากที่สุด
 
- มีการเชิญวิทยากรจากสาขาอาชีพต่าง ๆ มาพูดให้นักเรียนและผู้ปกครองฟังทุกเดือน
 
- มีชุมนุมให้เด็กได้เลือกเรียน แถมเป็นชุมนุมที่ทันสมัยไม่เหมือนโรงเรียนไหนซะด้วย เช่น ชุมนุม e-sport ชุมนุมเต้น cover ชุมนุม Rock Band ชุมนุมเชฟทำอาหาร เป็นต้น
 
- มีกิจกรรม After School  2 วันต่อสัปดาห์ สำหรับระดับชั้น ม.1 และ ม.2 เพื่อค้นหาความถนัด จะเลือกกิจกรรมทางด้านกีฬา ดนตรี ศิลปะ หมากล้อม ภาษาจีน ฯลฯ ถ้าเด็ก ๆ สนใจด้านไหนก็เลือกเรียนด้านนั้น โดยต้องไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
 
- อาหารกลางวันมีทั้งอาหารไทย ก๋วยเตี๋ยว สลัดบาร์ และบุฟเฟ่ต์นานาชาติ เปลี่ยนเมนูเรื่อย ๆ ทุกวัน และมีตู้แช่นมให้เปิดดื่มนมได้ไม่อั้น



- ค่าเล่าเรียน ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ม.1-ม.3 ค่าเทอม 70,000 บาท มัธยมศึกษาตอนปลาย ม.4-ม.6 ค่าเทอม 75,000 บาท
 
- ครูแนะแนวให้คำปรึกษาด้านการเรียนและศักยภาพรายบุคคลตั้งแต่นักเรียนอยู่ ม.1 เมื่อถึง ม.3 นักเรียนจะทราบว่าตัวเองชอบและต้องการทำงานในด้านไหน ทุกคนจะมี Portfolio ของตัวเองก่อนจะเลือกแผนการเรียนใน ม.ปลาย
 
- แผนการเรียน ม.ปลาย มี 3 สาขาหลัก ๆ ได้แก่

1.Math-Science แยกย่อยเป็น 1.1 วิทยาศาสตร์สุขภาพ 1.2 วิศวะ-สถาปัตย์ 1.3 Robotics and AI

2.English Business แยกย่อยเป็น 2.1 นิติศาสตร์-รัฐศาสตร์ 2.2 บัญชี การเงิน การจัดการ

สุดท้ายสาขาที่ 3 จะแบ่งเป็นอีก 2 สาย ได้แก่ 3.1 English – Multimedia & Digital Art แยกย่อยเป็น 3.1.1 นิเทศศาสตร์-ศิลปกรรมศาสตร์ 3.1.2 นวัตกรรมการออกแบบสื่อ 3.2 English-English / English-Chinese แยกย่อยเป็น 3.2.1 อักษรศาสตร์-นิเทศศาสตร์ 3.2.2 บริหารธุรกิจ-ศิลปะ ดนตรี กีฬา
 
- รถไฟฟ้าสายสีชมพูจะสร้างเสร็จ ปี 2564 มีสถานีรถไฟฟ้าหน้าโรงเรียนพอดี
 
ผมเชื่อว่าโรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์นี้ เหมาะกับการเตรียมนักเรียนเข้าสู่โลกในยุคดิจิตอลอย่างแท้จริง มีการเตรียมพร้อมด้านภาษาสากล เด็กมีโอกาสเลือกเรียนในสิ่งที่ตัวเองมีความถนัด เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง และดูงานเพื่อเปิดโลกทัศน์ ถ้าใครสนใจจะเข้าไปงาน Open House ของโรงเรียน ติดต่อที่ pr@satit.pim.ac.th ได้เลยครับ
 
ผมขอทิ้งท้ายด้วยคลิป VDO ของเพจพ่อม้าน้ำและแม่หมีกรีซลี่ ที่ได้เข้าไปสัมภาษณ์นักเรียนสาธิตพีไอเอ็มมาแล้ว เราจะได้เห็นการเรียนและกิจกรรมของนักเรียนในหลาย ๆ มุมครับ ขอขอบคุณเพจพ่อม้าน้ำและแม่หมีกรีซลี่มา ณ ที่นี้ด้วยครับ
https://www.facebook.com/watch/?v=2337155713199083
........................................
คอลัมน์ : ก้อนเมฆเล่าเรื่อง
โดย “น้าเมฆ”
https://facebook.com/cloudbookfanpage  


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 248