อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562

เล่ห์นักการเมือง จัดชุดใหญ่ใส่'รัฐบาลประยุทธ์2/1'

สัปดาห์นี้ติดตาม “เกมการเมือง” กันต่อยาว ๆ หลังเคาะนิ่งแล้ว ครม. “ประยุทธ์ 2/1” จากนี้ลุ้นว่าจะมีเกมดิสเครดิตบิ๊กตู่ และดิสเครดิตรัฐบาล รวมไปถึงองค์กรอิสระอย่างไรบ้าง ไปอ่านบทวิเคราะห์กัน พฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2562 เวลา 12.00 น.


หลังจากดันทุรังต่อรองกันมาร่วมเดือน ในที่สุดรายชื่อ ครม. ประยุทธ์ 2/1 ก็นิ่งแล้ว หลังจาก พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ รับรายชื่อมาก็ส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ตรวจสอบคุณสมบัติ เรื่องทรัพย์สิน การถือหุ้นอะไรต่าง ๆ ว่าไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ก็ส่งขึ้นทูลเกล้าฯ ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ พูดมาประโยคหนึ่งน่าสนใจว่า “จะตรวจสอบไปถึงกิ๊กด้วย”

“กิ๊ก” มันเป็นศัพท์สแลงวัยรุ่น ให้แปลก็คงประมาณ “มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่คนรัก” บางคนแปลไปถึงคำฝรั่งว่า friend with benefit” คือเพื่อนที่สามารถทำอย่างว่ากันได้ แต่ไม่ทราบว่าขอบเขตของกฎหมายไทยระบุไว้แค่ไหนที่เรียกว่ากิ๊ก แล้วสามารถตรวจสอบได้ อาจเป็นคนรักแต่ไม่ได้สมรส เพราะถ้าให้บอกว่าเป็นคนแอบคบหรืออย่างอื่นที่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ผัวเดียวเมียเดียว คนยื่นคงโดนถล่มเรื่องจริยธรรมเสียภาพพจน์ ก็อยากเห็นนิยามอยู่



อย่างไรก็ตาม กว่าอะไร ๆ จะลงตัวก็หืดขึ้นคอพอสมควร เพราะพรรคพลังประชารัฐเองก็งอแงไม่อยากแบ่งกระทรวงเศรษฐกิจเกรดเอให้พรรคร่วมรัฐบาล (ขนาดออกมาแถลงข่าวว่าจำเป็นต้องถือกระทรวงเหล่านี้ไว้เพื่อทำผลงาน) แต่สุดท้ายไม่ให้ก็ไม่ได้ เดี๋ยวสองพรรคคือ “ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์” จะไปตั้งตัวเป็นขั้วที่สามขึ้นมาก็ซวยอีก ต่อมาก็มีปัญหาพรรคเล็ก 10 กว่าพรรคจะเอาบ้าง ก็ต้องส่ง..ธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำภาคเหนือไปเคลียร์

พอมาในพรรคตัวเองก็มีปัญหาอีก เริ่มจาก นายเอกราช ช่างเหลา แกนนำกลุ่มอีสานตอนบนที่เคลมว่าตัวเองมี ส.ส. ในมือ 19 คน ออกมาต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี ต่อมาก็เป็นกลุ่มด้ามขวานไทยหรือกลุ่มภาคใต้ที่เคลมว่าตัวเองมี ส.ส. ในมือ 13 คนก็จะเอาบ้าง ขู่กันขนาดจะทบทวนท่าทีในการร่วมรัฐบาล อ้างว่าถ้าไม่มีเก้าอี้รัฐมนตรีทำผลงานไม่ได้ สุดท้ายก็ไม่พ้นมือประสานอย่าง ร.อ.ธรรมนัส ต้องไปเคลียร์อีกครั้ง โดยได้ข้อสรุปว่าจะดูแลอย่างทั่วถึง

รัฐมนตรีถือเป็น “เก้าอี้ใหญ่” เป็นอันแรกที่เขาต่อรองจะเอากัน แต่พอตั้ง ครม. ได้แล้วก็ต้องแบ่ “สมบัติผลัดกันชม” ให้ได้ลาภยศสรรเสริญถ้วนหน้ากันอีกล่ะ คอยดูว่าจะมีใครมาก่อหวอดอีกหรือเปล่าตอนแบ่งเก้าอี้ผู้ช่วยรัฐมนตรีและเก้าอี้เลขาฯ รัฐมนตรี และพอเป็นข่าวเข้าไปก็เกิดกระแสยี้อีกว่า “สุดท้ายการเมืองก็แค่นี้ ให้ตำแหน่งตามโควตามากกว่าความรู้ความสามารถ” รัฐบาลก็ได้แต่ท่องคาถา “ให้โอกาสเขาทำงาน” แก้หน้าไปเรื่อย

เมื่อมี ครม. ชุดใหม่แล้ว รัฐบาลก็ต้องเดินหน้าทำงานต่อไปเต็มสูบ ตามนโยบายที่หาเสียงไว้ พอมีการถวายสัตย์ปฏิญาณตนเข้ารับตำแหน่งเสร็จ ก็ต้องเรียกพรรคร่วมมาหารือเพื่อเขียนนโยบายรัฐบาล แล้วก็แถลงนโยบายต่อรัฐสภาใน 15 วัน ซึ่งเงื่อนเวลาก็น่าจะช่วง ๆ ต้นหรือกลาง ๆ เดือน ก.ค.นี้ เราจะได้รู้ว่ารัฐบาลจะทำอะไรบ้าง ไอ้ที่ลดแลกแจกแถมเยอะ ๆ ตอนหาเสียงจะทำเท่าไหร่ นี่รอดูกัญชาเสรีกับนโยบายรถโดยสารแกร็บถูกกฎหมายจะทำไหม



แต่ก่อนการแถลงนโยบาย ฝ่ายค้านก็พร้อมรุมยำรัฐบาลให้น่วมแล้ว พอมาเป็น “นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง” (อย่างที่กองเชียร์บิ๊กตู่บอก) ก็จะเจอฤทธิ์เดชนักการเมืองเต็ม ๆ ในขั้วรัฐบาลก็เจอไปดอกแรกแล้ว คือ การต่อรองขอเก้าอี้ แล้วก็มาเจอขั้วฝ่ายค้านที่ผนึกกำลังกันเข้มแข็งเพราะเกลียด คสช. เข้าอีก มันไม่นิ่งเหมือนรัฐบาล คสช. ที่บิ๊กตู่จะเอาอะไรสั่งได้ สภาผู้แทนฯ พยศไม่คุยง่ายเหมือนสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ตั้งคนมาเองหรอก

“การเล่นการเมือง” ของฝ่ายค้านทำวิธีง่าย ๆ คือใช้ข้อมูลเดิมนี่แหละ ตีรวนมันเข้าไปแบบ “พูดอะไรไม่ครบ” อย่างเรื่องแรกคือบิ๊กตู่ขาดคุณสมบัตินายกฯ เพราะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับพิจารณาไปแล้ว แต่ฝ่ายค้านยังงัดประเด็นเดิม อ้างกรณีที่บิ๊กตู่ใช้อำนาจเรียก นายสมบัติ บุญงามอนงค์ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองให้รายงานตัว ที่มีการระบุว่า มีอำนาจเรียกเพราะถือว่า “เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ” มาพูดซ้ำเพื่อลดความชอบธรรม

ต่อมาก็เรื่อง ส.ว. เห็นพรรคร่วมฝ่ายค้านจะขอตั้งกรรมาธิการตรวจสอบ เรื่องการได้มาของ ส.. ในแง่ที่ว่าทำไมคณะกรรมการสรรหาฯ ถึงได้เป็น ส.. และพูดซ้ำเรื่องที่พูดแล้วสะเทือนใจคนที่สุดคือ “งบประมาณ 1,300 ล้านบาทใช้ทำอะไร” พอพูดไม่ครบหลายคนก็ไปคิดว่า สมบัติกะอีแค่ประชุมกรรมการสรรหาฯ ใช้งบเป็นพันล้าน แต่จริง ๆ งบตรงนี้มันใช้ในส่วนการสรรหา ส.ว. 50 คน ที่เลือกจากตัวแทนระดับอำเภอขึ้นมาถึงระดับชาติ

เชื่อเถอะว่า ฝ่ายค้านหาช่องทาง “ซ้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจ” ตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้ว อาจยื่นกระทู้เรียกให้บิ๊กตู่มาตอบบ่อย ๆ ล่าสุด นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ก็ “หาช่องเล่น” ขึ้นมาอีก ทำนองว่ารัฐมนตรีชุดปัจจุบันไม่มีสิทธิ์มาตอบกระทู้ เพราะถือว่าต้องพ้นจากตำแหน่งหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายกฯ สมัยที่  2 มันก็ดูเป็นการ “พูดไม่ครบ” อีกล่ะว่า ตามบทเฉพาะกาลให้รัฐมนตรีอยู่จนถึงชุดใหม่ถวายสัตย์ฯ

เกมของนักการเมืองช่วงแรก ๆ นี้คือจะหาทางแซะไปเรื่อย ๆ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่มีความชอบธรรมในการรับตำแหน่ง เรื่อง ส.ว. นั้นก็ชัดว่า ถ้าตีประเด็นจนถึงมีองค์กรวินิจฉัยสุดท้ายได้ว่า ส.ว. ตั้งมาโดยมิชอบ ก็จะทำให้การเลือกนายกฯ ครั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะ ซึ่งถึงมันโมฆะได้จริงแล้วจะเกิดอะไรล่ะ? ถ้าเขาตั้ง ส.ว. ใหม่ ก็เป็นอำนาจ คสช. อยู่ดี แต่ถ้ามีการวินิจฉัยกันจริงมันจะยุ่งยากตรงที่แล้วใครจะตั้ง ส.ว. เพราะตอนนั้น คสช. สิ้นสภาพไปแล้วไง



แต่ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ถึง นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา พูดชัดว่า “ส.. รวจสอบ ส.. ไม่ได้” ก็ใช้วิธีกระพือข่าวซ้ำ ๆ ให้เห็นว่า ส.ว. เป็นองค์กรอภิสิทธิ์ตรวจสอบไม่ได้ ลดความน่าเชื่อถือไปเรื่อย ๆ ซึ่งเรื่อง ส.ว. มันค้านสายตาประชาชนตั้งแต่รายชื่อออกมาแล้วว่า “ที่สุดก็คนกันเองทั้งนั้น” โทษใครไม่ได้นอกจาก คสช. ม่ทำกระบวนการสรรหาตอนนั้นให้โปร่งใสเอง แล้วยังเจอคำพูดนายวิษณุไปอีกว่า “ไม่เกี่ยวกับประชาชน”

ต่อจากเกมดิสเครดิตบิ๊กตู่ ดิสเครดิตรัฐบาลแล้ว ก็ไปถึงองค์กรอิสระ ซึ่งเรื่องที่จะถูกนำมาใช้คือการวินิจฉัยการถือหุ้นสื่อสารมวลชนของ ส.ส. ขั้วรัฐบาล 41 คน ที่ฝ่ายค้านตั้งใจว่าอยากให้รับวินิจฉัยแล้วพักงาน ส.ส.ให้เร็วเหมือนกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แต่ข้อเท็จจริงต่าง คือของนายธนาธรนั้น กกต. วินิจฉัยขั้นต้นแล้วถึงส่ง ของ ส.ส. กลุ่มนี้ประธานรัฐสภาส่ง แล้วศาลต้องตรวจสอบเบื้องต้นเอง ถ้ารับช้าก็ไปตีข่าวอีกหรือเปล่าว่า “ประวิงเวลา”

และถ้าศาลไม่สั่งพักงานแบบกรณีนายธนาธร คราวนี้ก็ตีประเด็นว่า “องค์กรอิสระสองมาตรฐาน” ให้เกิดกระแสความไม่พอใจ ซึ่งเชื่อได้ว่า เป้าหมายที่สำคัญของการรุมกินโต๊ะขณะนี้ ไม่ใช่แค่จะเอา พล.อ.ประยุทธ์พ้นจากตำแหน่ง แต่มันไปถึงขั้นที่ปลุกกระแสให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ภาคประชาชนกดดันรัฐสภา กดดัน ส.ว.ให้ยอมโหวตสนับสนุนให้ยอมแก้เพื่อตั้งกรรมการยกร่างฯ ขึ้นมาใหม่ แล้ว “ล้างไพ่” อะไรที่มีทั้งหมด

บิ๊กตู่จะเข้าสู่โหมดเล่นการเมืองของจริงแล้ว รอชมได้จะรับมืออย่างไร. 
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    71%
  • ไม่เห็นด้วย
    29%

บอกต่อ : 247