อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2562

จับตาพรก.สินทรัพย์ดิจิทัล คุมไหวไหม'สกุลเงินลิบร้า'

สัปดาห์นี้คำถามที่หลายคนสงสัย “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” เจ้าของ “เฟซบุ๊ก” คิดจะทำอะไรกันแน่ หลังทำให้เกิดกระแสตื่นตัว “เงินลิบร้า” สกุลเงินไฮเทค เล็งไม่ต้องถือเงินสดกันอีกต่อไป แล้วไทยจะรับมือเงินสกุลนี้ได้อย่างไร? จันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562 เวลา 08.00 น.


ณ นาทีนี้...เชื่อได้ว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักเงินดิจิทัล ที่เรียกว่าLibra” หรือที่เรียกทัพศัพท์ในภาษาไทยว่า “ลิบร้า” แน่ ๆ แหมหากใครไม่รู้จักโดยเฉพาะบรรดาผู้คนที่หลงใหลอยู่ในโลกโซเชียลฯ คงต้องรีบหาข้อมูลศึกษากันทันที

ส่วนบรรดาผู้เฒ่าผู้แก่...หรือบางคน บางสังคม ที่ไม่ได้ตื่นตัว หรือไม่ได้สนใจหรือให้ความสำคัญกับโลกโซเชียลฯ เท่าไหร่กันนัก ถ้าไม่รู้จัก “ลิบร้า” ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแหวกแนวอะไร เพราะ...ก็ไม่ใช่ทุกคนในประเทศไทย ที่จะเข้าใจ ที่จะรู้จัก “โลกโซเชียลฯ”

เอาเป็นว่า...ทันทีที่ “เฟซบุ๊ก” ได้ประกาศเปิดตัวแพล็ตฟอร์มค่าเงินดิจิทัล “ลิบร้า” นี้ขึ้นมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ก็ทำให้บรรดาแวดวงการเงินทั้งโลก ปั่นป่วน ตื่นตระหนกกันขึ้นมาทันที

อะไร? ทำไม? กลายเป็นคำถามที่ต้องการคำตอบในบัดดล เหตุผลแรก...อย่าลืมว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กทั่วโลกกว่า 2,000 ล้านคน หากสมาชิกเฟซบุ๊กสนใจและเข้ามาใช้เงินดิจิทัลลิบร้า...แล้วอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น? ระบบการเงินทั่วโลกจะเป็นอย่างไร เพราะเฟซบุ๊กบอกว่าจะเริ่มให้บริการนี้อย่างจริง ๆ จัง ๆ ในปี 2563 หรือ ปีหน้านี่แหล่ะ



สิ่งสำคัญคือ “เฟซบุ๊ก” ได้ประกาศผนึกกับพันธมิตรรายใหญ่รวม 28 เจ้า ทั้งมาสเตอร์การ์ด วีซ่า อีเบย์ อูเบอร์ เพย์พอล เป็นต้น ซึ่งการผนึกพันธมิตรเหล่านี้ยิ่งทำให้ช่องทางการใช้ “เงินลิบร้า” ลื่นไหลไปได้ทั่วโลก ทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นสินค้า หรือบริการ ในรูปแบบไหน หรือแม้แต่ในชีวิตประจำวันของคุณ ๆ ท่าน ๆ อีกหน่อยก็ใช้เงิน “ลิบร้า” นี้ไปซื้อกาแฟ จ่ายบิล จ่ายค่าโดยสาร หรืออะไรอื่น ๆ อีกสารพัด แบบชนิดที่เรียกว่าไม่ต้องถือเงินสดกันอีกต่อไป เพราะมีเครือข่ายมากเกือบทั้งโลกก็ว่าได้ เพราะพันธมิตรแต่ละแห่งแต่ละบริษัท ระดับโลกทั้งนั้น

ที่สำคัญ การใช้เงิน “ดิจิทัลลิบร้า” ในครั้งนี้ยังไม่มีค่าธรรมเนียมอีกต่างหาก นี่แหล่ะที่ทำเอาบรรดาสถาบันการเงิน หรือแวดวงการเงินเกิดการระส่ำระสายกันขึ้นมาทีเดียว

เรื่องนี้!!! ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ นะคะ เพราะเฟซบุ๊กบอกแล้วว่า จะให้บริการเงินดิจิทัลสกุลนี้ อย่างเต็มรูปแบบภายในปีหน้า แล้วคนอย่าง “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” คงไม่ทำอะไรเล่น ๆ แบบไม่มีหลักไม่มีการแน่นอน ไม่เช่นนั้นคงไม่ขึ้นแท่นอันดับเศรษฐีโลกแน่ ๆ

เอาเป็นว่า เรื่องนี้สั่นสะเทือนวงการเงินไปทั่วโลก หรือเป็นการ “ดิสรัปชัน” ตลาดเงินโลกกันทีเดียว เพราะคนใช้ก็ตื่นเต้น...คนให้บริการ...ก็เต็มที่ แต่บรรดารัฐบาลของประเทศใหญ่ ๆ ทั้งสหรัฐฯ ยุโรป ฝรั่งเศส ต่างออกอาการ “สะพรึง” กันให้เห็น ต้องเรียกคนที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง มาทำความเข้าใจกันแบบด่วนจี๋กันทีเดียว!!



สำหรับประเทศไทยแล้ว...ใครหลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือบางคนอาจไม่สนใจกันด้วยซ้ำไป แต่ถ้าจำกันได้ในเรื่องของเงินดิจิทัลสกุล “บิทคอยน์” ที่โด่งดังกันมาก่อนหน้านี้ ว่าใครหันมาลงทุนหันมาเล่น ได้กำไรกันมหาศาล

ถึงขนาดที่ว่ารัฐบาลต้องออกกฎหมายหรือพระราชกำหนดสินทรัพย์ดิจิตอล พ.ศ. 2561 ขึ้นมาเป็นการเฉพาะเพื่อกำกับดูแลไม่ให้มีการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค เพราะเรื่องเงินดิจิทัลหรือสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นเป็นเพียงตัวเลขที่อยู่ในอากาศ ไม่ได้มีการพิมพ์เป็นแบงค์ เป็นธนบัตรที่เราใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายดั่งเช่นทุกวันนี้ ซึ่งเรื่องของเงินดิจิทัล แม้จะเงียบหายไปในช่วงขวบปีที่ผ่านมา เพราะกลับกลายเป็นว่าเป็นการเปิดช่องหลอกลวงต้มตุ๋นให้คนที่ตามไม่ทัน หรือประเภทที่มี “ความอยาก” มากไปหน่อย เกิดความเดือดร้อน

จนกระทั่งเมื่อเกิดข่าวคราวของ “เงินลิบร้า” ก็ส่งผลให้ราคาของบิทคอยน์ปรับตัวเพิ่มมากกว่า 9,000 เหรียญสหรัฐฯ กันทีเดียว หรือมีมูลค่าเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 15% ซึ่งถือเป็นตัวเลขสูงที่สุดในรอบ 1 ปี หลังจากที่ตกต่ำไปก่อนหน้านี้

อ่ะ...เอาเป็นว่าบ้านเราน่ะได้ปรับตัว โดยมีกฎหมายดูแลทรัพย์สินดิจิทัล ขึ้นมาแล้ว!!!

เบื้องต้น...ทางคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ที่ดูแลกฎหมายโดยตรง ได้ออกมายืนยันไว้ชัดเจนว่า ไม่ว่าใครจะนำเรื่องเงิน “ลิบร้า” มาซื้อขายมาใช้ในเมืองไทย อันดับแรกต้องได้รับใบอนุญาตหรือไลเซนซ์จาก ก.ล.ต. ก่อน ไม่ว่าจะเป็นนายหน้าหรือผู้ค้า หรือการเป็นศูนย์กลางการซื้อขาย แหม!!! ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่เรื่องนี้เชื่อเถอะเกิดขึ้นเร็วแน่ ๆ ทีนี้คงต้องหันมาถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า จะรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากเงินดิจิทัลสกุลนี้ได้อย่างไร?

เพราะ...กฎหมายต่าง ๆ ของไทยที่มีอยู่ในเวลานี้ ต่างมีช่องว่างที่อาจทำให้ไทยตามไม่ทัน ข้อสำคัญองค์กรกำกับ ที่มีอยู่ก็ยังก้าวไม่ทัน “เฟซบุ๊ก”
..........................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    67%
  • ไม่เห็นด้วย
    33%

บอกต่อ : 104