อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562

กินยานอนหลับจนติดนิสัย ภัยร้ายตัวทำลายสมองแย่

สัปดาห์นี้มีเรื่องใกล้ตัวทุกคนมาฝาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สำรวจตัวเองติดยานอนหลับมากแค่ไหน มากไปเสี่ยงสมองแย่ แนะปรับพฤติกรรม เจริญสติ รับแสงแดด ปลูกต้นไม้ เพิ่มกิจกรรม จันทร์ที่ 1 กรกฎาคม 2562 เวลา 12.00 น.


สำหรับครั้งนี้คุณยาย OK ไปค้นหาคำตอบมาให้ท่านผู้อ่านได้คลายความกังวล เป็นเรื่องของคนที่มี “อาการนอนไม่หลับ” ที่เกี่ยวเนื่องกับร่างกายและจิตใจ จนเริ่มมีภาวะซึมเศร้า หรือเครียดรุนแรง เพราะสมองเรามัวแต่คิดวกวน มีปัญหาติดค้างคาใจ ทำให้คลื่นในสมองเกิดการแอคทีฟ ตาแข็งจึงนอนไม่หลับ นี่เป็นกลไกลของร่างกาย “ยานอนหลับ” จึงกลายเป็นตัวเลือกที่ทุกคนนึกถึงอันดับต้น ๆ

พญ.ณัฐชญา ไมตรีเวช แพทย์ผู้บริหารณัฐชญา คลินิก (Natchaya Clinic) ให้ความรู้ว่า ถ้าเรากังวลเครียด มันจะมีฮอร์โมนชื่อว่า อะดรีนาลีน (Adrenaline) และ “คอร์ติซอล” (Cortisol) ทั้งสองตัวนี้จะหลั่งออกมา มันจะทำให้เราไม่อยากนอน สมองฟุ้งซ่าน ต่อให้อายุไม่มากแต่ถ้าคิดเยอะก็เครียด และนอนไม่หลับได้เช่นกัน

“คือถ้าร่างกายเราไม่สมดุล ในบางคนก็นอนไม่หลับเหมือนกัน แต่ที่เกิดในผู้สูงอายุมากกว่านั้น เพราะฮอร์โมนไม่ปกติ การทำงานของร่างกายทุกส่วนที่หลั่งฮอร์โมน มันทำงานมานาน เหมือนเราทำงานมานานแล้วเหนื่อย เพราะฉะนั้นการนอนของผู้สูงอายุจึงเป็นวัยหลับยาก” คุณหมอชี้สาเหตุที่ผู้สูงอายุ กำลังจะหันไปพึ่งพายานอนหลับ



นอกจากนี้ถ้าหมั่นสังเกตจะพบว่า ผู้สูงอายุมักตื่นง่าย หลับ ๆ ตื่น ๆ ในเพศชายบางรายต่อมลูกหมากโต ส่งผลให้ปวดปัสสาวะบ่อย 2-3 รอบต้องตื่นขึ้นมากลางดึก เกิดอาการนอนหลับไม่ต่อเนื่อง แล้วก็นอนเป็นช่วง ๆ

ปัญหาเรื่องการนอนหลับในผู้สูงอายุ ส่วนใญ่มักจะเกิดขึ้นในวัยเกษียณอายุแล้ว เพราะไม่มีงานใดที่ให้ต้องโฟกัส พอคนเราไม่มีอะไรที่จะโฟกัส ความคิดจะเริ่มฟุ้ง มีอาการเหงา ห่วงคนนั้นคนนี้ ห่วงลูกห่วงหลานจะเป็นอย่างไร ซึ่งต่างจากวัยทำงาน หรือผู้สูงวัยที่ยังทำงานอยู่ ความคิดจะตรงกันข้าม ดังนั้นผู้สูงอายุจึงเป็นวันที่มีปัจจัยของการนอนไม่หลับ หรือนอนหลับยากสูงที่สุด ฉะนั้นปัญหาการนอนจึงเป็นปัญหาใหญ่ของผู้สูงอายุ

เมื่อคนเราพอรู้สึกว่า..ฉันนอนไม่หลับ...ก็จะรู้สึกว่า...มันเป็นปัญหา และไปพึ่งยานอนหลับ แต่เป็นเพราะอะไร ???



คุณหมอบอกว่า เพราะมันง่าย ข้อดีคือเวลาเราทำงานเครียดมาก ๆ การที่แพทย์จ่ายยานอนหลับก็เพื่ออย่างน้อยได้ฟื้นคืนสุขภาพในช่วงสั้น ๆ แต่คนเราพอมันง่ายก็หาซื้อเอง จริง ๆ แล้วไม่ดี ยานอนหลับใช้เพื่อรักษาโรค ไม่ควรใช้ในระยะยาว เพราะจะเกิดการดื้อยาและใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ เกิดอาการติดยาและเพิ่มโดสมากขึ้น

“แน่นอนว่ายาทุกชนิดมีผลข้างเคียง การที่สกัดออกมาเป็นยานอนหลับ คือเขาจะให้มีสาร ๆ หนึ่งที่มีผลต่อสมอง ทำให้ง่วง เบลอทั้งวันก็มี ดังนั้นยานอนหลับไม่ควรกินทุกวันและไม่ใช่สิ่งที่ควรติด หมอเคยเจอวันหนึ่ง 20 เม็ดก็มี เหมือนกินบ่อย ๆ คนไข้เพิ่มเอง หาซื้อเอง อันตรายมากไม่มีความรู้ที่ถูกต้อง” พญ.ณัฐชญา กล่าวเตือน



ทุกช่วงอายุกินยานอนหลับได้ไหม ???

คำตอบ คือ...ได้ แต่ว่าต้องเป็นแพทย์สั่งจ่าย เช่น เด็กเล็ก ๆ ที่ต้องทำหัตถการทางการแพทย์ ถ้าแพทย์สั่งทานได้ทุกช่วงอายุ เพราะมีข้อบ่งชี้ในการใช้ แต่ไม่ใช่ว่ากินนาน ๆ แล้วมันจะดี แม้จะเป็นเคสที่แพทย์สั่งจ่ายยาก็ตาม ดังนั้นยานอนหลับเป็นยาที่ไม่สามารถซื้อทานเองได้ตามร้านยาทั่วไป

ผลกระทบจากการกินยานอนหลับที่มากเกินจนติดเป็นนิสัย จะไปกดการทำงานของระบบประสาทและสมอง พอระบบทั้งคู่ทำงานน้อยลงก็จะง่วงมากขึ้น โดยทั่วไปยาจะหมดฤทธิ์หลังจาก 6-8 ชม. ขึ้นอยู่กับปริมาณและชนิดยา

แต่ทว่าพฤติกรรมเสี่ยงที่น่าห่วง คือ หลายคนคิดไปเองว่า...ไม่เห็นจะเป็นอะไร ใคร ๆ ก็กินกัน ในระยะสั้นตับ ไต ไม่ได้พังทันที แต่การเผาผลาญค่อย ๆ แย่ลง และในระยะยาวจะสร้างปัญหาเรื้อรัง ดังนั้นกลุ่มเสี่ยงคือ “ผู้สูงอายุหรือคนที่คิดว่าไม่เป็นอะไร” แต่อย่างไรก็ตาม วิธีป้องกันการกินยานอนหลับมากเกินไป ทำได้โดยไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว เพียงปรับการใช้ชีวิตและวิธีคิดของตัวเอง เช่น หันไปปลูกต้นไม้ หางานอดิเรกทำ มีอะไรให้เราใส่ใจ



“การเจริญสติ” มีส่วนทำให้ลดอาการนอนไม่หลับ ลดการคิดวกวน เช่น เจริญสติอยู่กับร่างกายและลมหายใจ เราก็จะไม่มีเวลาไปคิดว่าใครด่าเรา ใครนิสัยแย่ บางทีว่างมากคิดแล้วไม่ได้อะไรเลย ดังนั้นถ้าอยู่กับปัจจุบันไม่คิดวนเรื่องแย่ ๆ สารสื่อประสาทและฮอร์โมนต่าง ๆ ก็ไม่หลั่งไปในทิศทางแย่

“การออกกำลังกาย” ผู้สูงอายุเป็นวัยที่ไม่ค่อยขยับ มีงานวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุที่ไม่ค่อยขยับตัว มีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าสูงกว่าผู้สูงอายุที่ขยับร่างกาย ดังนั้นหมั่นเจอแสงแดด เพราะจริง ๆ แล้วแสงแดดมีส่วนดีทำให้ร่างกายและจิตใจสดชื่น อย่าขลุกตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปไหนเลย ซึ่งเหตุผลหนึ่งที่ผู้สูงอายุบางท่านไม่ออกจากบ้าน เพราะกลัวเชื้อโรค จึงอยู่แต่เพียงในบ้านเท่านั้น

แต่ถ้านอนไม่หลับจริง ๆ แนะนำให้หันไปพึ่ง “อาหารเสริมและวิตามิน” แทนที่จะไปพึ่งยานอนหลับ หรือเลือกดื่มชาคาโมมายล์ด์อุ่น ๆ ช่วยให้สมองคาล์มดาวน์ลง และสุดท้าย “การใช้คลื่นเสียง” เพื่อปรับคลื่นสมองให้นอนง่ายขึ้น

นี่แหละยาทุกตัวก็มี ทั้งข้อดีและ “ข้อเสีย” นะทุกคน น้อยไปก็ขาด มากไปก็ไม่ดี.
.............................................
คอลัมน์ : แก่ไม่กลัว กลัวไม่แก่
โดย “คุณยาย OK”

ขอบคุณภาพประกอบจาก : Pixabay
คลิกติดตามอ่านการดูแลผู้สูงวัยได้ทั้งหมดที่นี่

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%