อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2562

องคาพยพที่เป็นศัตรูภายใน เดินหน้าตามแผนที่วางไว้

สัปดาห์นี้พูดถึงขบวนการกลุ่มคนบั่นทอนด้อยค่าบทบาทอำนาจกองทัพ ทหาร และสถาบันศาล อ้างการปฏิรูปไม่เห็นหัวประชาชน แสดงให้เห็นองคาพยพที่เป็นศัตรูภายในประเทศ ยังคงเดินหน้าตามแผนที่วางไว้ เสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2562 เวลา 07.00 น.


@@@.......สวัสดีท่านผู้อ่าน“เดลินิวส์ออนไลน์” มาพบกันทุกวันเสาร์กับคอลัมน์ “รหัสมอร์สส่องกองทัพ” ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 29 มิ.ย.62 ปิดฉากเป็นที่เรียบร้อยสำหรับการประชุมสุดยอด ASEAN “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตรวงษ์ สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้กล่าวขอบคุณการทำงานของฝ่ายความมั่นคงทั้งหน่วยงานข่าวฝ่ายปกครองทหาร และตำรวจในทุกส่วนราชการที่ร่วมกันเตรียมการ และทำหน้าที่ดูแลรักษาความมั่นคงความปลอดภัย และการจราจรตลอดช่วงเวลาของการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ผ่านมา พร้อมทั้งขอขอบคุณประชาชนที่ร่วมกันทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพที่ดีและให้ความร่วมมือกับมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลกำหนด เป็นผลให้การประชุมที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมเกียรติ...งานนี้ฝ่ายความมั่นคงปฏิบัติการได้ยอดเยี่ยมดำเนินการเต็มที่ไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วที่พัทยา ทั้ง ๆ ที่ฝ่ายความมั่นคงได้แจ้งเตือนรัฐบาลให้ทราบก่อนแล้วแต่ครั้งนั้นไม่มีใครใส่ใจ 



@@@……ยังคงเดินหน้าแก้หนี้นอกระบบต่อ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมคณะได้เดินทางไปจังหวัดลพบุรี เพื่อเป็นประธานพิธีมอบโฉนดที่ดินคืนความสุขให้ประชาชนลดความเหลื่อมล้ำของสังคมครั้งที่ 12 ยืนยันว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เพราะจะต้องดำเนินการต่อไปจนกว่าแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้ทั้งประเทศ และไปให้กำลังใจการทำงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ทหารตำรวจฝ่ายปกครอง และหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมกันแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง ที่ผ่านมาโดยภาพรวมการดำเนินงานเดือนมิ.ย.62  ผลการเจรจาไกล่เกลี่ยโดย กอ.รมน. สามารถเจรจาทำข้อตกลงร่วมกันแล้วจำนวน 42,097 รายมูลหนี้รวมกว่า 7,100 ล้านบาท ซึ่งจากการบังคับใช้กฎหมายโดยตำรวจ ณมหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรีจำนวน 1,071 รายเป็นโฉนดที่ดิน 1,704 ฉบับรวม 2,054 ไร่มูลค่าทรัพย์สินรวม 2,324,845,135 บาท ด้วยบรรยากาศรอยยิ้ม และน้ำตาของความอิ่มเอิบใจร่วมกัน...หากไม่ใช่รัฐบาลในยุค คสช.ที่จัดการกับนายทุนเงินกู้นอกระบบหน้าเลือดที่เบียดเบียนประชาชนคนไทยมายาวนาน และนำทรัพย์สินและโฉนดคืนสู่ประชาชนได้อย่างมากมายนั้น คงไม่สามารถดำเนินการใด ๆ ได้อีก และจากนี้ไปก็คงไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว เนื่องจากนายทุนที่เบียดบัง และทำมาหากินบนหลังคนจนเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นหัวคะแนนหรือไม่ก็เป็นนายทุนของพรรคการเมืองบางพรรคนั่นเอง ดังนั้นเชื่อว่าภายหลังการเลือกตั้งแล้วการดำเนินการอย่างที่ผ่านมาจึงไม่ได้ง่ายอีกต่อไป 



@@@……พูดถึงกอ.รมน.มีพรรคการเมืองบางพรรคสงสัยโครงสร้างอำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน.โดยตั้งกระทู้ถามในการประชุมสภาฯที่ผ่านมา แม้ว่า “บิ๊กช้าง” พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม จะชี้แจงไปแล้ว...กอ.รมน.เป็นกลไกสำคัญของรัฐบาล และหน่วยงานภาครัฐในการใช้กำลังของทหารเพื่อเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ นอกเหนือไปจากสถานการณ์สงคราม หรือการใช้กำลังเพื่อการป้องกันประเทศมีนายกรัฐมนตรีเป็นอำนวยการ โดยตำแหน่งดังนั้นไม่ว่ารัฐบาลใด ๆ จากพรรคการเมืองใด ๆ เข้ามาบริหารประเทศก็จะสามารถใช้กลไกเหล่านี้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองได้ตลอดเวลา ในข้อเท็จจริงหน่วยงานนี้ให้ความสำคัญกับการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐด้วยการบูรณาการเพื่อแก้ปัญหาการบริหารงาน ซึ่งแต่เดิมการที่กระทรวงทบวงกรมอยู่ในกำกับของรัฐมนตรีที่มาจากพรรคการเมือง ที่มีนโยบายแตกต่างกันจึงมักเกิดภาพลักษณ์ต่างคนต่างทำ และปัญหาความมั่นคงภายในกลับไม่ได้รับการแก้ไข

@@@……ดังนั้นการที่ กอ.รมน.มีบทบาทในการเป็นศูนย์ประสานงาน และยังมีบางเรื่องมีอำนาจบังคับใช้กฎหมายด้วย จึงทำให้การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใด ๆ สามารถดำเนินการได้อย่างเรียบร้อย และรวดเร็ว โดยเฉพาะสถานการณ์ภัยพิบัติสถานการณ์สาธารณภัยหรือสถานการณ์อื่น ๆ ซึ่งรัฐบาลสามารถใช้ศักยภาพสูงสุดในการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินได้ ทั้งนี้ก็เป็นที่ประหลาดใจว่า บางทีพรรคการเมืองบางพรรคกลับรู็สึกว่า กอ.รมน.กลับเป็นอุปสรรคในการขยายฐานเสียง และบทบาทของพรรคที่อาจไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ของภาพรวมของประเทศ โดยในปี 2560 มีการปฏิรูปและเพิ่มกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เช่นการให้รวมถึงกรณีที่เกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือการติดตามประเมินสถานการณ์ภายนอก ที่อาจก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อความมั่นคงภายใน รวมทั้งการให้อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นกรรมการด้วยล้วนเป็นผลดีต่อประชาชนในภาพรวมของประเทศทั้งสิ้น การใช้ประโยชน์จากกำลังทหารเพื่อประเทศชาติและประชาชนให้เป็นเป็นเรื่องสำคัญที่นักการเมืองทั้งหลายจำต้องศึกษาให้ถ่องแท้ไว้เพื่อให้ประเทศชาติ และประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด



@@@…....ในการประชุมสภากลาโหมที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตรวงษ์ สุวรรณรอง นายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมได้สั่งการให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพติดตามข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ ที่นำไปสู่การใช้ความรุนแรงในสังคม ซึ่งปัจจุบันมีการตัดต่อเชื่อมโยงข้อมูล รวมทั้งมีการยั่วยุปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชัง โดยนำเสนอในรูปแบบต่าง ๆ ผ่านโซเชียลมีเดียมากขึ้น ขณะเดียวกันมีความพยายามขยายผลไปยังสื่อหลัก ซึ่งอาจจะสร้างความเข้าใจผิดจนนำไปสู่การสร้างความรุนแรงในสังคมเหมือนเช่นในอดีต พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยร่วมกันตรวจสอบและประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันหากเป็นข้อมูลที่กระทบต่อความมั่นคง และสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ขององค์กรขอให้เร่งทำความเข้าใจกับสังคม โดยให้ข้อมูลที่ถูกต้องควบคู่ไปกับรณรงค์ให้ความรู้กับประชาชนในการใช้วิจารณญาณรับข้อมูลข่าวสารอย่างมีสติ โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมต่อประเทศชาติเป็นหลัก......

@@@……..การที่นักการเมืองบางคนอภิปายในรัฐสภาฯ พยายามบั่นทอนด้อยค่าบทบาทอำนาจของกองทัพทหาร และสถาบันศาล โดยอ้างการปฏิรูปไม่เห็นหัวประชาชนอย่างเปิดเผย แสดงให้เห็นองคาพยพที่เป็นศัตรูภายในประเทศยังคงเดินหน้าตามขั้นตอน และแผนที่วางไว้การศึกษาประวัติศาสตร์อย่างถูกต้องสำคัญยิ่ง เป็นการมองย้อนไปดูรากเหง้าของตนเอง นอกจากจะสร้างความภาคภูมิใจต่อชาติ และสถาบันแล้ว ยังเป็นข้อมูลอ้างอิงสำคัญเพื่อมิให้เกิดความผิดพลาดซ้ำขึ้นอีก การนำข้อมูลที่เป็นบวกหรือลบมาสนับสนุนแนวคิดฝ่ายที่ตนชื่นชอบนั้น มักจะละเลยข้อเท็จจริงของอีกฝ่ายหนึ่ง ช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมาจนปัจจุบันได้ถูกผู้คนในสังคมไทยบางกลุ่มนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติมากกว่าจะส่งเสริมให้เกิดความสามัคคีขึ้นภายในชาติ ฝ่ายความมั่นคงเองก็มิได้นิ่งนอนใจได้ดำเนินการเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้วางมาตรการที่เหมาะสม หวังให้ความมั่นคงภายในได้รับการประกัน



@@@……“บิ๊กกบ” พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ตรวจเยี่ยมการฝึกป้องกันภัยทางอากาศร่วมในการฝึกร่วมกองทัพไทยประจำปี 62 ณ ศูนย์บัญชาการทางทหารกองบัญชาการกองทัพไทย และศูนย์ยุทธการทางอากาศ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพอากาศ การฝึกร่วมกองทัพไทยประจำปี 62 เป็นการฝึกเพื่อทดสอบแผนป้องกันประเทศตามภัยคุกคามภารกิจสำคัญ และนโยบายในห้วงเวลานั้น ๆ โดยนำปัญหาหรือข้อขัดข้องในการฝึกไปปรับปรุงแผนป้องกันประเทศ รวมทั้งแผนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตลอดจนการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานต่าง ๆ ระเบียบปฏิบัติประจำ รวมไปถึงการปรับปรุงแผนพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพไทย เพื่อให้ตอบสนองต่อสถานการณ์วิกฤติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบูรณาการความร่วมมือกับเหล่าทัพ และหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทั้งขั้นเตรียมการ และขั้นการฝึกประกอบด้วยการฝึกปัญหาที่บังคับการ, การฝึกปฏิบัติการร่วมทางบก, การฝึกกองหนุนกองทัพไทย,การฝึกปฏิบัติการร่วมทางทะเล และการฝึกป้องกันภัยทางอากาศร่วมเป็นต้น



@@@……ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้เน้นย้ำผู้รับการฝึกทุกหน่วยให้รวบรวมประเมินผลการใช้งานตามข้อเท็จจริง โดยเฉพาะขอให้ความสำคัญกับระบบเชื่อมต่อข้อมูลของทุกส่วนที่อาจยังไม่สมบูรณ์ โดยกองทัพบก และกองทัพเรือจะต้องใช้เครื่องมือ และบุคลากรที่มีประสิทธิภาพในการนำข้อมูลไปใช้เพราะจะต้องวิเคราะห์เป้าหมายที่ได้รับจากกองทัพอากาศได้อย่างรวดเร็ว และขอให้กองทัพอากาศพิจารณาจัดการฝึกป้องกันภัยทางอากาศแบบรวมการอย่างจริงจัง สำหรับการฝึกครั้งนี้ผมขอให้ทุกหน่วยพยายามค้นหาข้อบกพร่อง และจุดอ่อนจากการฝึกเพื่อเป็นเป้าหมายในการพัฒนากองทัพ อันจะนำไปสู่การปรับปรุงแผนฯและพัฒนาระบบป้องกันภัยทางอากาศร่วมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต



@@@……พล.ร.อ. ชาติชายศรี วรขาน เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการบริษัทอู่กรุงเทพ จำกัด เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการบริษัทอู่กรุงเทพ จำกัด ครั้งที่ 6/2562 ณ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยภายหลังการประชุมเสนาธิการทหารเรือในฐานะประธานกรรมการบริหารได้นำคณะกรรมการและผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจความคืบหน้าการสร้างเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ และการเตรียมความพร้อมในพิธีปล่อยเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ลงน้ำ โดยปัจจุบันในส่วนของการสร้างเรือมีความคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 90 ทั้งนี้โครงการสร้างเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ลำนี้กองทัพเรือได้ใช้ศักยภาพ และความรู้ความสามารถของกำลังพลกองทัพเรือในการดำเนินการติดตั้งทดสอบ ทั้งตัวเรือโดยกรมอู่ทหารเรือระบบอาวุธโดยกรมสรรพาวุธทหารเรือและกรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ แม้ว่าจะใช้แบบเรือของต่างประเทศแต่อาจกล่าวได้ว่าเป็นการสร้างเรือขนาดใหญ่ด้วยการพึ่งพาตนเองได้อย่างเต็มภาคภูมิ



@@@……“บิ๊กต่าย” พล.อ.อ. ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) เป็นประธานแถลงข่าวโครงการวิ่งการกุศลเฉลิมพระเกียรติกษัตริย์นักบิน เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก “Air Force Run 2019 Runway Run” ณ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ โดยมีผู้แทนส่วนราชการจังหวัดนครปฐม กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี ร่วมแถลงข่าวการจัดโครงการวิ่งการกุศลเฉลิมพระเกียรติกษัตริย์นักบินเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก “Air Force Run 2019 Runway Run” ที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 13 ก.ค. 62 ณ โรงเรียนการบินอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม นอกจากกิจกรรมการวิ่งมหากุศลและการวิ่งผ่านการเรียนรู้แล้ว กองทัพอากาศยังได้จัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และราชบุรี จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ และร่วมปฏิบัติกิจกรรมจิตอาสามอบเงินสาธารณกุศลด้านผู้พิการด้านสาธารณสุข รวมถึงมอบเงินสนับสนุนกิจกรรมมูลนิธิพระยาเฉลิมอากาศ อีกทั้งยังได้จัดกิจกรรม“Air Force Run Training Camp 2019” เพื่อส่งเสริมทักษะด้านกรีฑาให้แก่เยาวชนของทั้ง4 จังหวัด และเป็นการขยายโอกาสการเรียนรู้ให้เยาวชนได้เล่นกรีฑาออกกำลังกายอย่างถูกวิธีฝึกสอนโดยนักกรีฑาทีมชาติไทยสังกัดกองทัพอากาศด้วย



@@@……ปิดท้ายด้วยข่าวการจัดกิจกรรมเสริมสร้างคุณภาพชีวิตจัดหาน้ำดื่มที่สะอาด และติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้ชุมชน โดยมี พล.อ.อ.ถาวรวัฒน์ จันทนาคม ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธาน ณ โรงเรียนบ้านปง และชุมชนบ้านปง อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับกิจกรรมประกอบด้วยการมอบสื่อการศึกษา และถังน้ำบรรจุน้ำขนาด 2,000 ลิตร พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องกรองน้ำ และสิ่งปลูกสร้าง และติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับโรงเรียน และชุมชนให้มีน้ำสะอาด และมีคุณภาพ รวมทั้งการมอบระบบการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับผลิตน้ำประปาหมู่บ้านเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายไฟฟ้า นอกจากนี้ทางกองบิน 41 ยังได้จัดหน่วยมิตรประชาออกเยี่ยมเยียนประชาชนรวมถึงให้บริการด้านการแพทย์ การตรวจรักษาโรคทั่วไป ตัดผมชาย และการแสดงดนตรีจากวงดุริยางค์กองทัพอากาศเพื่อให้ความบันเทิง และสันทนาการด้วย.
.............................................
คอลัมน์ : รหัสมอร์สส่องกองทัพ
โดย "รหัสมอร์ส"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    99%
  • ไม่เห็นด้วย
    1%

บอกต่อ : 200