อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

ถอดบทเรียนคดี "เมจิกสกิน" "ดาราตัวท็อป" ต้องโทษรีวิวเว่อร์

สะเทือนไปทั้งวงการบันเทิง เมื่อดาราตัวท็อปจำนวนมากต้องถูกดำเนินคดี จากปมการรีวิวผลิตภัณฑ์ในเครือ “เมจิกสกิน” บางรายอาจจะจ่ายแค่ปรับหลักหมื่นบาท เพราะเป็นการกระทำผิดครั้งแรก แต่บางรายก็ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล เพราะมีโทษหนักถึงขั้น จำคุก! อาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน 2562 เวลา 07.30 น.


ทั้งนี้ ถ้าให้ถอดบทเรียนจากเรื่องนี้ ภญ.สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) บอกว่า ประสบการณ์ที่สำคัญคือ “เขาหลอกเรา เขาไม่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์จริง สิ่งที่เขาพูดเป็นสิ่งที่ไม่จริง เรามักคิดว่าดาราดี พูดอะไรก็เชื่อไปหมดแต่ที่จริงแล้วไม่ใช่ นี่เป็นรายได้ของเขา เขาพูดไปตามบทที่เจ้าของผลิตภัณฑ์ส่งมาให้เพราะฉะนั้นสิ่งที่ประชาชนต้องทำคืออย่าเชื่อไปทั้งหมด โดยเฉพาะตัวที่รีวิวสรรพคุณโอเว่อร์”

ผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่ว่าจะเป็น ยา-อาหาร จะมีกฎหมายเฉพาะของตัวเอง แต่ทั้งหมดกำหนดให้ต้องขออนุญาตโฆษณาจาก อย. ก่อน ทั้งภาพ เสียง และข้อความ อนุญาตแค่ไหนก็ต้องสื่อสารออกไปแค่นั้น ส่วนเครื่องสำอาง แม้ว่ากฎหมายไม่ได้กำหนดว่าต้องมาขออนุญาตก่อนโฆษณา แต่ก็ระบุชัดว่าห้ามโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ห้ามการโฆษณาอันเป็นเท็จ ขัดต่อศีลธรรม และแน่นอน อย.ตามตรวจสอบย้อนหลังทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม แม้กฎหมายจะออกมานาน แต่ที่ผ่านมาก็พบว่ามีปัญหามาตลอด โดยเฉพาะช่วง 5-6 ปี ที่ผ่านมาพบว่าตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเฟื่องฟูมาก จึงพบการใช้กลุ่มดารา คนมีชื่อเสียงมารีวิวสินค้ากันจำนวนมาก และมีดาราจำนวนหนึ่งที่กระโดดลงไปเล่นบทเจ้าของผลิตภัณฑ์เสียด้วยซ้ำ

โดยใน ช่วงพีค ๆ พบว่า มีผู้มาขอจดทะเบียนสูตรและชื่อสินค้าเอาไว้นับพันๆ รายการเพื่อรองรับเวลาที่มีคนมาว่าจ้างก็สามารถผลิตได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลามาขออนุญาตใหม่ อย่างไรก็ตาม พอถึงจุดหนึ่ง ซึ่งนอกจากปัญหาเศรษฐกิจซบเซาแล้ว สิ่งสำคัญเป็นเพราะผู้บริโภครับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเหล่านั้นเข้าไปแล้วไม่เห็นผลอย่างที่โฆษณาเอาไว้ ดาราที่เป็นเจ้าของก็ลดน้อย เสื่อมลง

ตามกฎหมายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นไม่อนุญาตให้มีการผสมยาลงไปเด็ดขาด เพราะฉะนั้นถ้ามีการผลิตตามสูตรที่มาขออนุญาตจาก อย.ไม่มีทางเห็นผลในการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ไม่มีหรอกที่จะฟิตปึ๋งปั๋งทันที ถ้าจะให้เห็นผลทันทีขนาดนั้นและให้เป็นไปตามที่โฆษณาเอาไว้ มักพบว่าลักลอบผสมสารต้องห้าม เช่น ถ้าอ้างลดน้ำหนักก็มักใส่สารต้องห้ามไซบูทรามีน หลัง ๆ ไซบูทรามีนถูกยกระดับการควบคุมก็หันมาใส่ยาระบาย ถ้าอ้างผิวขาวก็ลอบใส่กลูต้าไธโอน ส่วนที่อ้างเสริมสมรรถภาพทางเพศก็พบว่าใส่ยาซิเดนาฟิล กินแล้วหลอดเลือดขยายตัวทั่วร่าง เสี่ยงช็อก เสียชีวิต”



ภญ.สุภัทรา ระบุว่า ถ้าพูดถึงสถาน การณ์ปัจจุบัน เนื่องจาก อย.เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันปราบปรามอย่างจริงจัง บวกกระแสสังคมมีการรู้เท่าทันมากขึ้น มีการกดดันมากขึ้น มีการดำเนินคดีจริง ๆ การรับงานแบบไม่รับผิดชอบจะลดน้อยลงเพราะเห็นตัวอย่างบุคคลที่ทำผิดถูกดำเนินคดีจริง ๆ มีหลายคนที่เข็ด และระวังการรับโฆษณาด้วยมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ด้วยกระแสของความรักสุขภาพยังมีอยู่ วันใดวันหนึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้และปัญหาแบบเดิมก็จะวนกลับมาอีก จึงอยากให้กลุ่มผู้มีชื่อเสียงพึงระมัดระวังและตระหนักให้มาก “คุณเป็นต้นแบบของสังคม พูดอะไรคนทั่วไปจะรับฟังมากกว่าปกติ สิ่งที่พูดจะเป็นเหมือนเครื่องหมายแสดงความเป็นตัวตนของคุณ”

ส่วนคนทั่วไปที่ใช้โซเชียลมีเดียเป็นสื่อขายผลิตภัณฑ์เหล่านี้ อย่าคิดว่าไม่ใช่คนมีชื่อเสียงแล้วอย.จะตรวจไม่เจอ เพราะขณะนี้ อย. ร่วมกับ กสทช. และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมพยายามตรวจจับคำต้องห้ามในโลกออนไลน์อยู่ เพราะฉะนั้น วันนี้รอดการตรวจสอบ วันหน้าคุณอาจจะไม่รอด
สำหรับประชาชน การรู้เท่าทันเป็นสิ่งสำคัญ อย่าคาดหวังในการกินอาหารเสริมแล้วจะเห็นผลทันที และ อย.ไม่เคยอนุญาตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้วยเงื่อนไขนี้.

-----------------------------------------
อภิวรรณ เสาเวียง.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 26