อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2564

โลกยุคใหม่ลดมลพิษ ด้วยแนวคิด"เศรษฐกิจหมุนเวียน"

โลกของเราใช้เวลานานหลายล้านปีในการย่อยสลายซากสัตว์ให้กลายเป็นฟอสซิล หนึ่งในแหล่งพลังงานที่มนุษย์คุ้นเคยและใช้ประโยชน์จากมันมาเป็นเวลานาน ยกตัวอย่างมนุษย์ใช้เวลาเพียง ไม่กี่นาทีในการดื่มน้ำจากขวดพลาสติก แล้วโยนขวดนั้นลงถังขยะ อาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน 2562 เวลา 09.30 น.

โลกของเราใช้เวลานานหลายล้านปีในการย่อยสลายซากสัตว์ให้กลายเป็นฟอสซิล หนึ่งในแหล่งพลังงานที่มนุษย์คุ้นเคยและใช้ประโยชน์จากมันมาเป็นเวลานาน แต่ฟอสซิลเป็นแหล่งพลังงาน ที่มีจำกัดซึ่งหมายความว่ามีวันหมด และยังเป็นหนึ่งในแหล่งก่อมลพิษทางอากาศอีกด้วย ทว่าในเวลาเดียวกันและท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย มนุษย์ซึ่งอาศัยอยู่บนโลกท่ามกลางทรัพยากรมากมายที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้น ได้คิดค้นพลาสติกและ วัสดุอื่นอีกมากมาย จริงอยู่ที่วัสดุเหล่านั้นอำนวยความสะดวกมากมายให้แก่มนุษย์ อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจากวัสดุเหล่านั้นเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นการ เบียดเบียนพื้นที่ของธรรมชาติ ยกตัวอย่างมนุษย์ใช้เวลาเพียง ไม่กี่นาทีในการดื่มน้ำจากขวดพลาสติก แล้วโยนขวดนั้นลงถังขยะ

การดำเนินชีวิตและเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยฝีมือของมนุษย์ในปัจจุบันกำลังเป็น “เส้นขนาน” กับธรรมชาติ ผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาเริ่มสัมผัสได้ง่ายมากขึ้น ชัดเจนที่สุดคือปัญหาโลกร้อนและขยะพลาสติกรวมถึงขยะที่ยากแก่การรีไซเคิลหรือถึงขั้นรีไซเคิลไม่ได้พอกพูนมากขึ้นทุกนาที แต่พื้นที่ทิ้งและแปรสภาพขยะเหล่านั้นไม่เพียงพออีกต่อไป



ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แนวคิด “เศรษฐกิจหมุนเวียน” เป็นเรื่องที่หลายฝ่ายในโลกให้ความสนใจและศึกษากันมากขึ้น เนื่องจากมีหลักการพื้นฐานที่เข้าใจและปฏิบัติได้ง่าย นั่นคือการเน้นดึงคุณค่าของทรัพยากรที่นำมาใช้ในการผลิตสินค้าและบริการ โดยผลผลิตนั้นต้องคงอยู่นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และเมื่อกลายเป็นขยะหรือ สิ่งปฏิกูลก็ต้องลดผลกระทบเชิงลบด้านสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด พูดให้ง่ายก็คือการสร้างธุรกิจที่เป็นวงจรหมุนเวียนด้วยตัวเอง โดยทรัพยากรที่นำมาใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจก็คือทรัพยากรที่ผ่านการใช้มาแล้ว แต่นำกลับมาใช้ใหม่ด้วยการผ่านกระบวนการเพิ่มมูลค่าให้ตัวสินค้าเกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุด

เศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ได้หมายถึงการรีไซเคิลวัตถุดิบเพื่อช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่แนวคิดดังกล่าวแทรกซึมอยู่แทบทุกด้านในชีวิตประจำวันของมนุษย์ หากมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้และสามารถนำหลักการนี้มาใช้สร้างประโยชน์สูงสุดได้ การสร้างการหมุนเวียนเศรษฐกิจสามารถเกิดขึ้นได้รอบตัวเรา และส่งผลกระทบกับทุกจังหวะชีวิต ไม่ว่าจะเป็นชีวิตประจำวันส่วนบุคคล การศึกษาทั้งในโรงเรียนและนอกสถานที่ และการเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ



ฟินแลนด์คือหนึ่งในประเทศแถวหน้าที่ดำเนินการอย่าง จริงจังและต่อเนื่องในแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเป็นประเทศแรกในโลกที่บรรจุเรื่องนี้อยู่ในแผนยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศ เมื่อ ปี 2560 ซึ่งตรงกับวาระการเป็นเอกราชของฟินแลนด์ครบ 100 ปี พอดี โดยองค์กรที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันเรื่องนี้ คือ “ซิตร้า” (SITRA) แม้ซิตร้าไม่ใช่หน่วยงานสังกัดรัฐบาลฟินแลนด์ก็ตาม ซึ่งแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจหมุนเวียนของฟินแลนด์นั้นครอบคลุมทุกภาคส่วนในสังคมและทุกช่วงเวลาในการดำเนินชีวิตประจำวันของมนุษย์อย่างชัดเจน เพราะหากสามารถบริหารแนวคิด ดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นการยกระดับศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนในฟินแลนด์ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น

ในขณะที่ข้อตกลงปารีสฉบับปี 2558 ยังเผชิญกับอุปสรรคจากการที่รัฐภาคีและประเทศที่ให้สัตยาบันแล้วกลับยังไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงได้อย่างจริงจัง แนวทางของฟินแลนด์คือข้อตกลงปารีสไม่สามารถอาศัยการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้เพียงอย่างเดียว แต่กระบวนการเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นองค์ประกอบที่สามารถส่งเสริมความก้าวหน้าของข้อตกลงปารีสได้ นอกจากนี้ การปลูกฝังพฤติกรรมการดำเนินชีวิตให้มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น มีแนวโน้มช่วยให้ปริมาณการลดก๊าซคาร์บอนถึงเป้าหมายของข้อตกลงปารีสได้เร็วขึ้น



ทั้งนี้ เศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ใช่แนวคิดที่ผลักดันให้เกิดการผลิตอย่างต่อเนื่อง แต่เน้นการใช้งานอย่างมีคุณค่า แบ่งปัน และรีไซเคิลอย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งเกิดวงจรดังกล่าวมากขึ้นเท่าไหร่ การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจยิ่งมีประสิทธิภาพ มากกว่าการครอบครองเป็นเจ้าของทรัพยากรเองไว้เพียงฝ่ายเดียว ซึ่งการที่ฟินแลนด์ทำหน้าที่ประธานสหภาพยุโรป (อียู) ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ รัฐบาลเฮลซิงกิน่าจะเป็นผู้นำในการผลักดันแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนให้มีความชัดเจนและดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในยุโรป

ข้ามฟากมายังอีกภูมิภาคหนึ่ง ไทยทำหน้าที่ประธานสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ประจำปีนี้ ภายใต้แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกด้าน ที่รวมถึงนโยบายการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งกลายเป็นวิกฤติสิ่งแวดล้อมที่กำลังคุกคามอาเซียนมากขึ้น จากข้อมูลที่น่าตกใจว่า 10 อันดับประเทศ ที่ทิ้งขยะพลาสติกลงสู่ทะเลมากที่สุดเป็นประเทศในกลุ่มอาเซียนเกินครึ่ง รวมถึงไทยเองด้วย ด้วยเหตุนี้การฟื้นฟูระบบนิเวศที่กำลังเสียหายให้ฟื้นคืนแล้วหาหนทางอนุรักษ์อย่างยั่งยืนจึงเป็นหนึ่งในแนวทางปฏิบัติที่ไทยขอเป็นผู้นำเพื่อนสมาชิกอาเซียนในปีนี้ ซึ่งล้วนประสบปัญหาเรื่องขยะพลาสติกล้นประเทศ ทั้งจากที่ผลิตขึ้นเองและการตกอยู่ในสถานะ “ถังขยะโลก” โดยไม่ได้ตั้งใจ จนกลายเป็นข้อพิพาททางการทูตระหว่างอาเซียนกับหลายประเทศที่ส่วนใหญ่อยู่ในโลกตะวันตก ซึ่งในเบื้องต้นรัฐบาลไทยนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาขยะแล้ว และการที่สมาชิกอาเซียนทุกประเทศเห็นด้วย สร้างความหวังให้กับทุกฝ่ายหวังว่าจะสร้างผลลัพธ์ได้อย่างยั่งยืนในอนาคต.

----------------------------------------------------
ภัทราพร ไพบูลย์ศิลป.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 85