อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 สิงหาคม 2562

เพราะ'รัฐบาลจีน'วางแผนดี สิ้นเดือนได้เบี้ยผู้สูงวัย5พัน

สัปดาห์นี้พาไปดูสังคมผู้สูงอายุของจีน ภาครัฐวางแผนและเตรียมพร้อมเป็นอย่างดี เข้าสู่วัยเกษียณ 55 ปี รับเบี้ยผู้สูงวัยเดือนละ 5 พันบาท ส่วนข้าราชการได้บำนาญร้อยละ 95 ของเงินเดือน อาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน 2562 เวลา 10.00 น.


ปัจจุบันประเทศต่าง ๆ ในโลก เริ่มเข้าสู่ยุคของประชากรผู้สูงวัย ทำให้แต่ละประเทศต้องพยายามหานโยบายมาจัดการเป็นนโยบายระดับชาติให้กับคนสูงอายุ ประเทศไทยในปี 2568 เราจะมีสัดส่วนของผู้สูงอายุถึงร้อยละ 20 แต่ประชากรส่วนมากนั้นก็ยังไม่ได้คิดถึงแผนการในอนาคตของตัวเองมากนัก แท้จริงแล้วปัญหานี้จะเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคตของประเทศทีเดียว เพราะไหนจะต้องกังวลกับเงินเฟ้อในอนาคต รวมถึงการคาดหวังการพึ่งพิงกับภาครัฐที่จะต้องมาดูแล แต่เอาเข้าจริง ๆ ประเทศไทยแทบจะไม่ได้มีการวางแผนที่ดีสำหรับคนสูงอายุมากนัก
 
ในขณะที่เมื่อเราไปยังประเทศจีน เราจะเห็นได้ว่าคนสูงวัยในประเทศจีนมีชีวิตที่ค่อนข้างดีทีเดียว โดยเฉพาะนโยบายที่ภาครัฐได้วางแผนกัน เตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี แม้ว่าจีนในทุกวันนี้จะมีคนสูงวัยจำนวนมากที่มีจำนวนถึง 200 ล้านคน ซึ่งในอนาคตจีนจะมีจำนวนผู้สูงอายุคิดเป็นสัดส่วนถึง 2 ใน5 ของประชากรผู้สูงอายุในเอเชีย และคิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรผู้สูงอายุของทั้งโลก


 
ตามเมืองต่าง ๆ ในจีนจะมีกิจกรรมสำหรับผู้สูงวัยได้อย่างไม่เบื่อเลย ไม่ว่าจะเป็นการออกมาเต้นรำในหลากหลายรูปแบบในตอนเย็น ตั้งแต่ลีลาศ จนเต้นแร็ปแบบวัยรุ่น เรียกได้ว่ากระชากวัยเลย และยังเต้นได้ดี โดยส่วนมากกิจกรรมเหล่านี้จะจัดกันทุกวันตอนเย็นเป็นเวลากว่าชั่วโมง และมีคนสูงวัยจำนวนมากมาร่วมในกิจกรรม ในช่วงเช้าก็จะมีการออกกำลัง ตั้งแต่มวยไท่เก๊ก รำพัดแบบจีน ในยามบ่ายก็จะมีการจัดร้านอาหารที่มักว่าง ๆ มารวมตัวกันเล่นไพ่หลายแบบ เล่นหมากรุก มีก๊วนขาประจำแต่ละโต๊ะเอาแก้วน้ำมาเติมน้ำชาดื่มกันไป แต่ไม่มีการดื่มของมึนเมาเลย เล่นไพ่กันไป ปรึกษาปัญหาครอบครัวกันไป คุยเล่นกันพลาง เล่นกันจากบ่ายโมงจนประมาณบ่ายแก่ก็แยกย้ายกันกลับไปทำอาหารที่บ้าน หรือกลับบ้านไปรอรับหลานบ้าง เรียกได้ว่าชีวิตมีความสุขในระดับดี มีการคุยปรึกษาไม่เหงาเลย ทะเลาะกันบ้าง ซึ่งส่วนนี้เป็นในส่วนของชุมชนในแต่ละที่ แต่ละท้องถิ่นที่ได้ดำเนินการกันเอง เวลาไปยังเมืองเล็ก ๆ เรามักจะเห็นภาพของคนแก่ที่เดินกันออกมาทำกิจกรรมร่วมกัน
 
หากแต่ในส่วนของภาครัฐนั้นก็จัดโปแบบเต็มคือ คนจีนในเมืองเช่น ปักกิ่งที่อายุเกิน 55 ปีก็จะได้รับบัตรสูงอายุและมีการโอนเงินเข้าบัตรให้เดือนละ 1,000 หยวน (ประมาณ 5000 บาท) สำหรับเป็นเบี้ยผู้สูงวัย แล้วสามารถใช้ระบบการเดินทางสาธารณะฟรี เข้าสวนสาธารณะฟรี มีบ้างที่ต้องจ่ายเล็กน้อย เราจึงมักจะเห็นคนสูงวัยเดินทางไปออกกำลังกายตามสวนสาธารณะกันทุกวัน
 
สำหรับผู้หญิงจีนนั้นส่วนมากจะเกษียณที่อายุ 55 ปี ในขณะที่ผู้ชายก็จะเกษียณได้ที่อายุ 60 ปี แต่สามารถต่ออายุได้อีก 5 ปี ทั้งนี้เมื่อเกษียณแล้วจะสามารถรับเงินบำนาญได้ในกรณีที่ทำงานเป็นข้ารัฐการจีน โดยได้เงินบำนาญร้อยละ 95 ของเงินเดือนและยังมีส่วนที่ได้รับเพิ่มเติมจากภาวะเงินเฟ้ออีกร้อยละ 5 จึงเรียกได้ว่าเป็นชีวิตเกษียณที่ดีที่เดียว นั่นก็คือยังคงได้เงินเดือนเท่ากับตอนทำงานนั่นเอง หรือในบางรายอาจได้มากกว่านี้เสียอีก


 
ส่วนสวัสดิการอื่นนั้น รัฐก็ได้จัดให้มีบ้าน หรือหมู่บ้านสำหรับคนสูงวัยในราคาพิเศษ ที่มีการเตรียมความพร้อมสำหรับการอยู่อาศัยที่ดี เช่น มีปุ่มฉุกเฉินให้กด ทันทีที่มีเรื่องขอความช่วยเหลือก็จะมีรถพยาบาลมาถึงบ้าน โดยคนสูงวัยในจีนส่วนมากก็มีทัศนคติที่ดีต่อการอยู่บ้านสำหรับคนสูงวัน บ้านสำหรับคนสูงวัยแบบไปเช้าเย็นกลับ โรงอาหารสำหรับคนสูงวัย หรือบ้านพักคนชรา เพราะนอกจากจะสามารถพูดคุยกับเพื่อนในวัยเดียวกัน มีกิจกรรมให้ทำร่วมกันแล้ว ยังไม่ต้องเป็นภาระให้ลูกหลานอีกด้วย
 
ในขณะที่สังคมไทยก็คงต้องสู้ต่อไปอย่างอดทน คนทำงานทำกันไป คนแก่อยู่บ้านเหงาหงอย หรือไม่ก็ต้องมาคอยเลี้ยงหลาน ๆ ให้กับลูกอีก บ้านพักคนชราดูเหมือนสถานที่ที่ไม่มีใครอยากไปใช้ชีวิตกันนัก เพราะดูแล้วสภาพคงไม่ดีนัก รายได้ส่วนตัวของคนชราก็ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพนัก เบี้ยชราก็น้อยนิดจนแทบทำอะไรไม่ได้ ยังไม่ต้องคิดเลยว่ารัฐจะวางนโยบายรองรับสังคมสูงวัยที่จะมีจำนวนมากในอนาคตอย่างไร
 
ดังนั้น ชีวิตของคนสูงวัยหลังเกษียณของจีน จึงดูแล้วน่าจะมีคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นสังคมที่ไม่เหงาหงอย มีกิจกรรม นับเป็นชีวิตดี๊ดีหลังเกษียณทีเดียว เมื่อดูจากงานวิจัยแล้วจึงพบว่า ผู้สูงวัยในจีนมีทัศนคติต่อชีวิตในวัยชราค่อนข้างดี และคิดว่าชีวิตในวัยชราดีกว่าชีวิตในวัยทำงานเสียอีก เห็นแบบนี้แล้วอิจฉาสังคมผู้สูงวัยของจีนเหลือเกิน ได้แต่หวังว่าเราจะมีนโยบายรองรับผู้สูงวัยในอนาคตบ้าง.
………………………..........
คอลัมน์ : ฝ่ากำแพงเมืองจีน
โดย “ผศ.ดร.ศิริเพ็ชร ทฤษณาวดี”
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ขอบคุณภาพประกอบจาก www.chinanews.com


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 83