อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 21 สิงหาคม 2562

ศรัทธาหลั่งไหลสักการะ เที่ยวศาลเจ้าเถ้าแก่โรงสี

สัปดาห์นี้ชวนเที่ยวตลาดน้ำวัดศาลเจ้า และไหว้สักการะ “อาแปะโรงสี” ชิมก๋วยเตี๋ยวเรือ ปลาสลิดแดดเดียว และปลาตะเพียนต้มเค็มที่หาทานยากมีขายที่นี่ อังคารที่ 2 กรกฎาคม 2562 เวลา 11.00 น.


ตลาดน้ำวัดศาลเจ้า ที่เห็นน่าจะเกิดจากการหลั่งไหลมาของผู้คนจากทุกสารทิศที่เดินทางมาไหว้สักการะ “อาแปะโรงสี” อันลือชื่อในเรื่อง “ขอได้ ไหว้โดน” และความศักดิ์สิทธิ์เข้มขลังของ “ศาลเจ้าปึงเถ่ากง” ที่ตั้งอยู่ริมน้ำเจ้าพระยาที่ยิ่งใหญ่

ศาลเจ้าปึงเถ่ากงแห่งนี้ และอาแปะโรงสี “ท่านโง้วกิมโคย” คือตำนานที่มีชีวิตจริง จากคนธรรมดาที่รับจ้างทั่วไป ก่อนจะมามีอาชีพรับซื้อข้าวเปลือกจนร่ำรวย มีโรงสีหลายแห่ง จนในที่สุดได้สัญชาติไทยและเปลี่ยนชื่อเป็น “นที ทองศิริ”



อาแปะโง้ว หรือ บรรดาผู้ศรัทธาจะเรียกท่านว่า “อาแปะ” บางคนก็เรียก “อากง” บุคคลที่สร้างเรื่องราวไว้และปาฏิหารย์มากมายถ่ายทอดจากคนทุกอาชีพ ตั้งแต่ระดับเจ้าสัวของประเทศจนถึงคนขายของในตลาดนัดชีวิตที่พลิกฟื้น ยั่งยืน กิจการที่รุ่งเรือง คือปรากฎการณ์ที่หลายคนพบเจอ

ร้านค้าในย่านเยาวราช เฉพาะอย่างยิ่งร้านทองจะมีผ้ายันต์ฟ้าประทานพร และรูปของอาแปะติดไว้ทุกร้าน จึงไม่แปลกที่ทุกวันจะมีผู้คนจากทั่วทุกแห่ง ทั้งเหนือ ใต้ อีสานมาเยือนสถานที่แห่งนี้

ขอเตือนว่า วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ควรหลีกเลี่ยง !!! และศาลของเถ้าแก่โรงสีอาแปะโง้วกิมโคย จะปิดศาลทุกวันจันทร์

“อาแปะเถ้าแก่โรงสี” และ “ศาลเจ้าปึงเถ่ากง” ริมน้ำเจ้าพระยา มีความเกี่ยวโยงกันแนบแน่น ความผูกพันระหว่างคนกับเจ้าที่เกิดขึ้น เมื่ออาแปะโง้วบูรณะศาลเจ้าปึงเถ่ากง อายุหลายร้อยปีที่ทรุดโทรม ให้กลับมามีชีวิตชีวา เรื่องเหลือเชื่อหลายอย่างเกิดขึ้นนับจากนั้น และอาแปะโง้วได้กลายมาเป็นร่างผ่านของเจ้าที่ศาลเจ้าปึงเถ่ากง 



ยังมีอีกเรื่องเล่าลือที่บอกกล่าวที่มาของความวิเศษ มหัศจรรย์ ของอาแปะโง้ว ที่เคยถูกลมพายุพัดหายไปสามวันสามคืน เมื่อกลับมาอีกครั้งก็มาพร้อมกับลมพายุ และความเข้มขลัง หยิบจับว่ากล่าวอะไรก็ศักดิ์สิทธิ์ ทั้งยังสามารถแก้ดวงชะตาจากร้ายให้กลายดีได้

เมื่อพูดถึงอาแปะโง้ว ก็ต้องกล่าวถึงประวัติของ “ศาลเจ้าปึงเถ่ากง” ศาลเจ้าที่นี่มีประวัติเล่าว่า เจ้าน้อยมหาพรหม เจ้าทางเหนือเป็นผู้ทรงวิชาในการกำราบสัตว์ร้ายให้เชื่อง รักษาโรคร้ายให้หายได้ โดยเจ้าน้อยมหาพรหม ได้ล่องมาตามลำน้ำเจ้าพระยาเรื่อยมาจนถึงวัดศาลเจ้าแห่งนี้ และได้ปราบจระเข้ที่ดุร้ายให้กับคนที่นี่จนเชื่อง

ดังนั้นที่ศาลทั้งสองแห่งนี้ จึงปรากฏรูปปั้นจระเข้ให้เห็น เจ้าน้อยมหาพรหมได้ขอลองวิชากับเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดศาลเจ้า คือ พระอาจารย์รุ เกจิชาวมอญ ประลองกันจนในที่สุดเจ้าน้อยแพ้ขอเป็นศิษย์ และไม่กลับขึ้นเหนืออีกต่อไป

เมื่อเจ้าน้อยสิ้น พระอาจารย์รุ จึงสร้าง “เจว็ดรูปกษัตริย์” ประทับยืนถือพระขรรค์สืบต่อมา ความหมายของเจว็ด คือ แผ่นไม้รูปใบเสมา เขียน หรือ แกะรูปเทพารักษ์ บางครั้งก็เรียกเตว็ด





เมื่อมาที่ศาลเจ้าทั้งสองแห่ง จะได้เที่ยวตลาดน้ำที่มีของกินหลากหลาย ขาดไม่ได้เลยคือ ก๋วยเตี๋ยวเรือ ปลาสลิดแดดเดียว น่าซื้อมาก ปลาช่อนแดดเดียวก็มี ปลาตะเพียนต้มเค็มที่หาทานยากมีขายที่นี่ อร่อยหรือไม่คราวหน้าไปจะลองซื้อมาชิม นอกจากนี้ตลาดนี้ผักสดขายไม่แพง ตำลึงยอดอ่อนขายกำละ 20 บาทเท่านั้น และมีผักแปลกที่ไม่เคยเห็นหลายอย่าง มีขนมชื่อแปลก “ขนมพระพาย” เป็นลูกกลมหลายสีทำจากแป้งมีไส้ถั่วบางเบา ราดกะทิรสชาติไม่ถึงกับซึ้ง แต่ควรลองทาน ราคา 25 บาท

มาเที่ยวตลาดน้ำวัดศาลเจ้าครั้งนี้ อิ่มใจกับศรัทธาที่ผู้คนทุกหนแห่งมีต่ออาแปะโรงสี และศาลเจ้าน้อยฯ ปึงเถ่ากง ไม่มาจะไม่ทราบว่า​ศรัทธานั้นมีอยู่จริง ศาลเจ้าเซียนแปะโรงสี ปทุมธานี ขอได้ไม่ต้องบน.
...................................
คอลัมน์ : ชำเลืองเมือง
โดย “แรมทาง”
ขอบคุณภาพจาก : พลังแห่งศรัทธา แปะโรงสี , ตลาดริมน้ำวัดศาลเจ้า - วัดมะขาม ปทุมธานี ,Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%