อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562

คำถามสิทธิมนุษยชน กับกระแสประกวดนางงาม

สัปดาห์นี้ไปดูความตื่นตัวเรื่องสิทธิมนุษยชน ที่แสดงออกผ่านกระแสการประกวดนางงาม คำถามที่ถูกตั้งความหวังไว้ว่าจะได้ “คำตอบ” จากสาวงามผู้คว้ามงกุฎ เพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม พฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม 2562 เวลา 12.00 น.


ก่อนอื่นต้องขอแสดงความห่วงใยต่อเหตุรุนแรงอุกอาจที่เกิดขึ้นกับ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” ซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองต่อต้านรัฐประหาร ที่ถูกรุมทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส และเป็นการรุมทำร้ายครั้งที่ 2 ในรอบเดือนเดียว ซึ่งแม้ว่า “ผู้เห็นต่าง” จะแสดงความเห็นอย่างไร มันก็คือเสรีภาพในการแสดงออกที่รัฐอันเจริญแล้วต้องให้การรับรอง และไม่มีใครมีสิทธิ์ไปทำร้ายเขา ถ้าล่วงล้ำก้ำเกินไปมากก็มีกระบวนการทางกฎหมายจัดการ

ถ้าไปถามคนรุ่นใหม่ว่า เราควรจัดการความเห็นต่างอย่างไร ??? ในยุคที่คนตื่นตัวกับสิทธิเสรีภาพเช่นนี้ เขาก็มีความเห็นในเชิงว่า เมื่อเห็นต่างก็ต้องมีพื้นที่ในการแสดงความเห็น ใช้เหตุผลและหลักฐานในการโน้มน้าวใจ ที่สุดก็ต้องใช้วิธีหา “ฉันทามติ” ออกมาว่า...สังคมควรขับเคลื่อนไปอย่างไรด้วยวิธีประชาธิปไตย แล้วเสียงส่วนน้อยก็เคารพเสียงส่วนมาก เมื่อเริ่มมีความเห็นต่างขึ้นมาใหม่ก็ใช้วิธีสร้างฉันทามติใหม่แบบการเลือกตั้งไปเรื่อย ๆ ก็ยังดีเสียกว่า

การสร้างบรรยากาศแห่งความกลัวไม่ทำให้เกิดผลดี โดยเฉพาะแรงเสียดทานมันจะกลับมาที่ผู้มีอำนาจที่อาจไปถึงถูกตั้งคำถามว่า “อยู่เบื้องหลังหรือไม่” และระวังว่าถ้าไม่มีการคลี่คลายคดีที่ชัดเจน จากบรรยากาศแห่งความกลัวจะกลายเป็นการกังขาต่อความไม่ชอบธรรม เป็นการปลุกกระแสการเคลื่อนไหวจากน้ำผึ้งหยดเดียว ดังนั้นเรื่องความรุนแรงที่เกิดจากเห็นต่างทางการเมืองรัฐ ต้องมีความจริงใจในการคลี่คลาย และไม่พูดอะไรโหมไฟสถานการณ์



เรื่องของจ่านิวก็เป็นเรื่อง “สิทธิมนุษยชน” ประเด็นหนึ่ง เป็นกระแสสำคัญในโลกยุคปัจจุบันที่เสรีนิยมเฟื่องฟู สังคมเพิ่มเรื่องเห็นคุณค่าของมนุษย์ คุณค่าของแต่ละความคิด (ที่มีเหตุผลรองรับ) การเห็นคุณค่าของมนุษย์ก็คือการยอมรับในความเป็นตัวตนของเขา ความคิดของเขา และให้ความเท่าเทียมโดยมองพื้นฐานว่า มนุษย์เราไม่ได้มีชนชั้น ทุกคนมีความดีงามในตัว และสมควรได้รับการส่งเสริมศักยภาพให้เป็นมนุษย์ที่มีคุณภาพ มีบทบาทสร้างสรรค์สังคม

ความตื่นตัวเรื่อง “คุณแคร์สิทธิมนุษยชนแค่ไหน” ถูกแสดงออกในพื้นที่หนึ่ง คือ การประกวดนางงาม นางงามเวทีใหญ่ ๆ ก็จะถูกตั้งความหวังว่า ผู้ประกวดชนะไม่ใช่เสร็จแล้วไปเป็นดารา แต่น่าจะเป็น “โฆษก” หรือ spokesmanของเหตุการณ์ปัญหาสังคมหรือสิทธิมนุษยชนให้คนตื่นตัวได้ ในโลกที่ยังไม่มีความเท่าเทียมกันนี้ ก็ต้องการคนเด่นคนดังขึ้นมาเป็นไอดอลในการรณรงค์ เช่น นางงามฟิลิปปินส์ก็เห็นเขาพูดเรื่องเอดส์หรือเรื่องความหลากหลายทางเพศ

ความเชื่อหนึ่งคือ “นางงามต้องเป็นที่รักของทุกคน” ดังนั้นนางงามจะต้องเป็นคนมีจิตใจสวย ที่แคร์ปัญหาของสังคมโดยเฉพาะสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่เก่งไปหมดแต่อีคิวต่ำ เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา เราก็ได้จัดประกวดนางงามมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ไปแล้ว ตามข่าวมาเป็นระยะก็เห็นว่า ตั้งแต่รอบสัมภาษณ์ คำถามประเภท “เป็นนางงามแล้วอยากทำอะไร , อยากเปลี่ยนโลกอย่างไร, อยากใช้ตำแหน่งทำอะไรเพื่อสังคม” ก็ค่อนข้างจะเยอะอยู่

พอมาเข้ารอบ 5 คนสุดท้าย คำถามเชิงสิทธิมนุษยชนแทบจะทั้งหมด ไล่มาตั้งแต่คนแรกคือ “เบลล่า-ธนัชพร บุญแสง” เธอถูกตั้งคำถามเรื่องสิทธิ์ของสาวทรานส์ในการแข่งขันกีฬาลีกของผู้หญิง ซึ่งเป็นประเด็นที่นักกีฬาหญิงแท้แสดงความไม่พอใจว่า การแข่งกับสาวทรานส์ทำให้พวกเธอเสียเปรียบ เนื่องจากเพศเดิมมีพละกำลังมากกว่า และบางคนก็เข้าลักษณะว่า “หวงพื้นที่ของความเป็นผู้หญิง” (เหมือนที่นางงามบางชาติไม่ให้สาวทรานส์ประกวด)



“เบลล่า” ตอบใจกว้างในเชิงว่า ควรจะมีการมองข้ามเรื่องเพศ มองที่ความตั้งใจว่าอยากทำอะไรก็ทำให้ดี เรื่องนี้มันเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมาก ไม่น่าจะตอบได้คลุมในเวลา 30 วินาทีด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เธอตอบถือเป็นแนวคิดหนึ่งที่สาย LGBT เขาเรียกร้องให้ยอมรับตัวตนเรื่องเพศที่อยากเป็นมากกว่าเพศกำเนิด แต่ก็ยังมีเถียงกันว่าให้ยอมรับว่าเป็นคนข้ามเพศ หรือยอมรับในฐานะเพศที่ข้ามแล้ว เช่น สาวข้ามเพศก็ยอมรับว่าเป็นหญิง คงต้องขึ้นกับความพอใจแสดงตัวตน



พอคนที่ 2เฟิร์ส-ภัทราพร หวัง” คำถามก็เรื่องสิทธิมนุษยชนอีกล่ะ คือเรื่องความเท่าเทียมกันที่ว่า อะไรคือความเท่าเทียมที่น่าพอใจในประเทศไทย ข้อนี้เธอตอบว่า ความเท่าเทียมที่น่าพอใจคือการปฏิบัติในประเทศไทยที่เพศชาย หญิง หรือเพศที่สาม มีความเท่าเทียมกัน และเธออยากเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดัน พ.ร.บ.คู่ชีวิตให้ใช้ได้จริง ซึ่งเฟิร์สเองก็โพสต์เฟซบุ๊กบอกเล่าถึงเรื่องนี้ว่า เธอเองก็คือคนรักเพศเดียวกัน จึงอยากสนับสนุนเรื่องนี้

ก็ไม่รู้ว่าสาย LGBT บางคนจะพอใจหรือเปล่ากับคำตอบนี้ แต่ส่วนตัวคิดว่าเธอตอบไม่ค่อยจะตรง เธอพูดว่าประเทศไทยมีความเท่าเทียมในเชิงการปฏิบัติต่อคนหลากหลายทางเพศ แต่ประโยคต่อมาก็ย้อนแย้งไปแล้วว่า “แต่กฎหมายเพื่อให้สิทธิ์ในการสมรสของคนหลากหลายทางเพศก็ยังไม่มีนี่” สิทธิ์สำคัญมันยังไม่ได้รับการรับรองนี่ เพียงแต่ว่าในมุมมองเธอก็อาจเห็นว่า ความเป็น LGBT ในประเทศไทยนั้นค่อนข้างเสรี ไม่ผิดกฎหมายเหมือนบางประเทศ

แล้วถามว่า เช่นนั้นความเท่าเทียมในประเทศไทยคืออะไร ถ้าตอบในมุม LGBT คือ มันมีกฎหมายที่คุ้มครองไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติด้วยอคติทางเพศแล้ว คือ พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 แต่ถ้าเรื่องอื่นลองไปถามบางคนเขาก็บอกว่านึกไม่ค่อยออก ประเทศไทยคนรวยก็ยังมีอภิสิทธิ์มาก ใช้สิทธิ์ในการชุมนุมก็จะโดนจับเอา ถามไปถามมาเลยได้คำตอบส่ง ๆ ว่า สงสัยสิทธิ์การเลือกตั้งหรือเปล่า ที่คนไทยอายุเกิน 18 ปีได้สิทธิ์เท่าเทียมกันหมด



มาคนต่อไป “ฟ้าใส-ปวีณสุดา ดรูอิ้ง” ถูกตั้งคำถามเรื่องความรุนแรงในครอบครัว ว่าถ้าผู้หญิงถูกทำร้ายมานานและฆ่าสามีเพื่อป้องกันตัว และถูกจำคุก คุณมีความเห็นอย่างไร ฟ้าใสตอบแบบ “มงลง” ได้เลยว่า สิ่งที่เธออยากทำคือตั้งมูลนิธิเพื่อการช่วยเหลือผู้หญิงเหล่านี้ ให้มีความสุขและมีอิสระ เป็นคำตอบที่เหมาะกับเวทีนางงามเพราะมีความเห็นอกเห็นใจ และที่สำคัญคือมีการพูดถึงแผนในการปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหาว่าอยากทำ ไม่ใช่แค่ความเห็น



“มิเรียม ศรพรหมมาศ” เจอคำถามเกี่ยวกับสิทธิ์ในการเคลื่อนไหวของเยาวชน (ขณะที่บ้านเรายังมีข่าวมีการเตือนเยาวชนอย่าสนใจการเมืองมาก) เกี่ยวกับ ..เกรต้า ธันเบิร์ก ชาวสวีเดน ที่รณรงค์ลดโลกร้อน มิเรียมตอบประมาณว่า “อย่าดูถูกความเป็นเด็กที่มารณรงค์” และเชื่อว่าเด็กก็มองเห็นปัญหาที่เรา ๆ มองไม่เห็นได้ ก็คือการย้ำสิทธิของเยาวชนและมองว่าเป็นเรื่องน่าส่งเสริม ถ้าเด็กจะลุกขึ้นมาทำอะไรเพื่อสังคมได้ตามศักยภาพของตัวเอง



คนสุดท้ายคือ “คิม โดเชคาโลวา” คนนี้เจอปัญหาสิทธิสตรีสากล คือในทุกปีมีเด็กกว่า 33,000 คนที่ถูกบังคับให้แต่งงานแต่เด็ก ซึ่งมันเป็นวัฒนธรรมในบางประเทศ เธอตอบว่า “พระเจ้าจะไม่มอบสิ่งที่คุณจัดการไม่ได้” คิดว่าเธอตอบไม่สวยเท่าไหร่ เรื่องนี้เป็นปัญหาสากลที่รณรงค์กันมาก เด็กทำอะไรเองไมได้ คำตอบของเธอน่าจะมาในลักษณะว่า “สังคมควรทำอะไร” เสียมากกว่า แบบที่โลกรณรงค์เรื่องการขริบอวัยวะเพศเด็กผู้หญิง ซึ่งเป็นอันตรายถึงตาย

นี่คือกระแสสิทธิมนุษยชนที่เล่าสู่กันฟังวันนี้ ซึ่งมันดีที่ถ้าคนยิ่งสนใจเท่าไหร่ก็ยิ่งเกิดความเท่าเทียม.
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”
ขอบคุณภาพประกอบจาก : Miss Universe Thailand 2019 


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 242