อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2562

สิ่งที่'เซ็นทรัล วิลเลจ'ไม่พูด รุกล้ำที่ราชพัสดุจริงหรือไม่

กางหลักฐานจะจะ สำนักงานที่ดินจ.สมุทรปราการ สาขาบางพลี รังวัดสอบเขตและปักหมุดแนวเขตที่ราชพัสดุ ถนนทางหลวงหมายเลข 370 ตอนทางเข้าทิศใต้ ทสภ. พบว่า มีการรุกล้ำพื้นที่ราชพัสดุ ประมาณ 164 ตารางวา แต่เซ็นทรัลฯไม่ตอบเรื่องนี้ ศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 2562 เวลา 14.01 น.

กลายเป็นเรื่องร้อนๆ ขึ้นมา กับ “โครงการเซ็นทรัลวิลเลจ” ของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ที่ประกาศทุ่มลงทุนทำ ลักซูรี่เอาท์เล็ตในระดับสากล (International Luxury Outlet) มูลค่า 5 พันล้านบาท บนพื้นที่ 100 ไร่ ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 10 นาที มีพื้นที่ขาย 40,000 ตร.ม. มีร้านค้า 253 ร้าน มีโรงแรมมาตรฐานระดับโลก, ร้านอาหาร, จุดบริหารนักท่องเที่ยว, สนามเด็กเล่น เป็นต้น

โดยกลุ่มเซ็นทรัล ตั้งเป้าหมายให้เป็นจุดแวะช้อปปิ้งก่อนเข้าเมือง หรือก่อนนักท่องเที่ยวเดินทางกลับประเทศตัวเอง คาดหมายว่าจะมีลูกค้าวันละ 17,000 คนต่อวัน หรือ 6 ล้านคนต่อปี ขณะนี้การก่อสร้างใกล้เสร็จแล้ว เตรียมเปิดให้บริการในวันที่ 31 ส.ค.62 นี้

แต่มูลเหตุแห่งเรื่องร้อนๆ เพราะมีชาวบ้านมาร้องเรียนสื่อมวลชนเพื่อขอให้ตรวจสอบว่า การก่อสร้าง “เซ็นทรัลวิลเลจ” นี้ อาจจะรุกล้ำทางสาธารณะ แถมยังตั้งอยู่บนพื้นที่สีเขียว (ประเภทชนบทและเกษตรกรรม) ของผังเมือง จ.สมุทรปราการ...หรือไม่

งานนี้ไม่ใช่เรื่องใครกลั่นแกล้งใคร หรือเรื่องขัดแย้งทางธุรกิจ แล้วต้องถูกคู่แข่ง “เอาคืน”

เพราะต้องไม่ลืมว่า “โครงการสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต” ของ กลุ่มสยามพิวรรธน์ และไซม่อน พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป ที่ทุ่มทุนสร้าง 1 หมื่นล้านบาท บนพื้นที่ 150 ไร่ ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิเช่นกัน และตั้งเป้าจะเปิดบริการเดือนต.ค.2562 นี้ กลับไม่มีเรื่องรุกล้ำที่ราชพัสดุ...แต่อย่างใด



แต่กับเรื่องนี้ หลังจากสื่อมวลชนได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้าน จึงสอบถามไปยัง นายจำเริญ หลำวรรณะ นายกองค์การบริหารส่วน ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ถึงการก่อสร้างในพื้นที่สีเขียว ก็ได้รับคำตอบว่า “มอบหมาย กองการช่าง อบต.บางโฉลง ไปตรวจสอบการก่อสร้างห้างสรรพสินค้าดังกล่าว ว่ามีการก่อสร้างอาคารเกินกว่าที่กฎหมายผังเมืองกำหนดหรือไม่ ทั้งนี้ ยอมรับว่าห้างดังกล่าว สร้างในพื้นที่สีเขียวจริง บนพื้นที่โครงการ 40,000 ตารางเมตร บนที่ดิน 100 ไร่ แต่กฎหมายยกเว้นให้สร้างอาคารในพื้นที่แต่ละหลังไม่เกิน 2,000 ตารางเมตร และแต่ละหลังต้องมีพื้นที่ระยะห่าง ระยะร่น ตามที่กฎหมายผังเมืองกำหนด ซึ่งได้มอบหมายให้ฝ่ายกองช่างกำลังอยู่ในระหว่างตรวจสอบ ว่ามีการก่อสร้างที่ผิดกฎหมายหรือไม่ เบื้องต้นยังไม่มีการรายงานว่ามีอะไรผิดกฎหมาย แต่หากตรวจสอบพบว่ามีอะไรผิดกฎหมายก็จะสั่งให้ระงับการก่อสร้างทันที”

“ก่อนหน้านี้เคยระบุว่าห้างดังกล่าวไม่ได้ขออนุญาตสร้างโรงแรม ยอมรับว่าให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน เพราะหลังกลับไปตรวจสอบเอกสารอีกครั้ง พบว่ามีการขออนุญาตการก่อสร้างอาคารโรงแรมจริง จำนวน 5 หลัง แต่ละหลังไม่เกิน 2,000 ตารางเมตร ส่วนการขอนุญาตสร้างร้านอาหาร จุดบริการนักท่องเที่ยว สนามเด็กเล่น ที่จอดรถ ตามที่ห้างดังเคยโฆษณาเอาไว้ อาจมีการขอก่อสร้างอาคารจริง แต่ผมจำรายละเอียดไม่ได้เพราะไม่ได้อยู่กับเอกสาร”นายจำเริญกล่าว



อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงกฎหมายผังเมือง พบว่า ตามกฎหมายจะไม่อนุญาตให้สร้างโรงแรมและสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ รวมทั้งการอนุญาตก่อสร้างในพื้นที่ตาบอด สามารถทำได้เพียง 200 ตารางเมตร แต่ “อบต.บางโฉลง” กลับไปออกใบอนุญาตให้ถึง 2,000 ตารางเมตร เพราะไปเข้าใจว่า ที่ดินด้านหน้าติด “ทางหลวงสาธารณะ” ทั้งที่ความจริงยังเป็นที่ดินราชพัสดุ ของกรมธนารักษ์ โดยขณะนี้อยู่ในความครอบครองของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) และให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ใช้ประโยชน์เพื่อกิจการท่าอากาศยานเท่านั้น

สำหรับพื้นที่เจ้าปัญหานี้ เมื่อตรวจสอบลึกไปอีกก็พบว่า บริษัท เซ็นทรัลพัฒนาฯ มีหนังสือลงวันที่ 20 ก.พ. 2562 ถึง ทอท. ว่า ได้ดำเนินโครงการศูนย์การค้าเซ็นทรัล วิลเลจฯ ตั้งอยู่ถนนทางหลวงหมายเลข 370 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และยื่นขออนุญาตเปิดทางเท้าทำทางเชื่อมในเขตทางหลวงหมายเลข 370 ตอน ทางเข้า ทสภ. ด้านถ.บางนา-บางวัว ที่ กม.1+927 และ กม.2+127 ด้านขวาทางกับหมวดทางหลวง บางพลี และแขวงทางหลวง สมุทราปราการ เพื่อเปิดทางเข้า-ออกโครงการ โดยบริษัทฯขอความอนุเคราะห์จาก ทอท. ในการพิจารณาอนุญาตให้เปิดทางเท้า ทำททางเชื่อมเป็นทางเข้า-ออก โครงการ



ทั้งนี้ เมื่อ ทอท. พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว จึงมีหนังสือแจ้งกลับไปยังบริษัทฯ เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2562 ว่า ไม่อนุญาตให้บริษัทฯ ทำทางเชื่อมดังกล่าวในเขตทางหลวงหมายเลข 307 ด้วยเหตุผลคือ

1.ที่ดินดังกล่าวได้มาจากกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ การใช้ประโยชน์พื้นที่ ย่อมต้องมีพันธะที่จะต้องใช้ที่ดินที่ได้มาจากการเวนคืนตามวัตถุประสงค์ของการเวนคืนตลอดไป

2.ปัจจุบันการพัฒนาศักยภาพสนามบินของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ยังอยู่ในโครงการพัฒนา ทสภ. ระยะที่ 2 ซึ่งยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ตามแผนการพัฒนา ทสภ. หากในอนาคตมีการพัฒนาพื้นที่ Full Phase แล้ว การจราจรในบริเวณทางเข้า-ออกหลัก ด้านทิศใต้ของ ทสภ. จะมีปริมาณการจราจรที่หนาแน่นกว่าในปัจจุบัน

3.การทำทางเชื่อมอาจทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรคต่อการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคในช่วงการพัฒนา ทสภ. ระยะถัดไป เช่น การก่อสร้างระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 115kv ที่มีแนวก่อสร้างตามแนวทางหลวงหมายเลข 370 และ 34 เป็นต้น

สำคัญไปกว่านั้นคือ เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2562 สำนักงานที่ดินจ.สมุทรปราการ สาขาบางพลี ได้ทำการรังวัดสอบเขตและปักหมุดแนวเขตที่ราชพัสดุ ถนนทางหลวงหมายเลข 370 ตอนทางเข้าทิศใต้ ทสภ. ปรากฏว่า โครงการเซ็นทรัลวิลเลจ ได้สร้างแนวรั้ว ป้าย ประตูโครงการและทางเชื่อมเข้า-ออกโครงการ ในพื้นที่ราชพัสดุ ระยะทางเชื่อมประมาณ 5 เมตร ล้ำแนวเขตที่ราชพัสดุ ทางหลวงหมายเลข 370 ตอนทางเข้าด้านทิศใต้ ทสภ. รวมพื้นที่รุกล้ำประมาณ 164 ตารางวา



หลังทราบเรื่อง ทอท. จึงมีหนังสือแจ้งถึงบริษัท เซ็นทรัลพัฒนาฯ เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2562 เพื่อให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ หากไม่ดำเนินการ ทอท. จะขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป แต่ปรากฏว่า บริษัทฯยังเพิกเฉย ไม่ดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ราชพัสดุ ดังนั้น ทอท. จึงทำหนังสือถึงอธิบดีกรมธนารักษ์ เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. 2562 ในฐานะผู้ปกครอง ดูแล และบำรุงรักษาที่ราชพัสดุทราบ เพื่อขอให้ดำเนินการตามกฎหมายกับบริษัทฯต่อไป

ล่าสุด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ถึงกรณีที่ ทอท. ทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ตรวจสอบการก่อสร้างโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ โดยระบุว่า บริษัทขอเรียนชี้แจงให้ทราบว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนของโครงการเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยโครงการได้ยื่นขออนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องตามกระบวนการ การก่อสร้างได้รับใบอนุญาตและมีความปลอดภัยตามมาตรฐานความปลอดภัยในเขตการบิน ปัจจุบันไม่มีพื้นที่ใดๆ ของโครงการรุกล้ำที่ดินของภาครัฐ โดยทางบริษัทฯ ขอชี้แจงข้อเท็จจริงที่อาจมีการเข้าใจผิดในประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้

1.เซ็นทรัล วิลเลจได้รับใบอนุญาตก่อสร้างอย่างถูกต้องตามกฎหมายจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ตัวอาคารแต่ละหลังมีขนาดพื้นที่ไม่เกิน 2,000 ตารางเมตร และมีความสูงไม่เกิน 23 เมตร บนที่ดินที่ซื้อมาจากเอกชนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ไม่ได้ตั้งอยู่บน หรือรุกล้ำพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ และ/หรือ ที่ดินของภาครัฐใดๆ

2.โครงการนี้ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศบริเวณใกล้เคียงสนามบินสุวรรณภูมิอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ บริษัท เชื่อมั่นว่า จะได้รับความเป็นธรรมเพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเท่าเทียม ด้วยความตั้งใจอันดีที่จะทำให้โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ เป็นลักชูรี่เอาท์เล็ตในระดับสากล (International Luxury Outlet) จากฝีมือคนไทยเป็นที่แรกในประเทศไทย เพื่อเชิดชูอัตลักษณ์ความเป็นไทย สร้างความภาคภูมิใจในการเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการช้อปปิ้งระดับโลก ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมทั้งเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาท้องถิ่น ให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนใกล้เคียง ให้ย่านสนามบินสุวรรณภูมิและพื้นที่โดยรอบเป็นเมืองสนามบินที่ดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก



ถึงตอนนี้ สิ่งที่ “เซ็นทรัล วิลเลจ” ยังไม่ตอบคือ กรณีสำนักงานที่ดินจ.สมุทรปราการ สาขาบางพลี ได้ทำการรังวัดสอบเขตและปักหมุดแนวเขตที่ราชพัสดุ ถนนทางหลวงหมายเลข 370 ตอนทางเข้าทิศใต้ ทสภ. ซึ่งพบว่า มีการรุกล้ำพื้นที่ราชพัสดุ ประมาณ 164 ตารางวา

หาก “เซ็นทรัล วิลเลจ” สามารถพิสูจน์เรื่องนี้ได้ ก็เป็นเรื่องที่ดีของการทำธุรกิจลักชูรี่เอาท์เล็ตในระดับสากล (International Luxury Outlet) จากฝีมือคนไทยเป็นที่แรกของประเทศไทย แต่หากทำในสิ่งที่ละเมิดกฎเกณฑ์ กฎข้อบังคับ ก็เป็นเรื่องที่ต้องทำให้ถูกต้อง เพื่อให้โครงการเกิดความสง่างาม

การกระทำเป็นคำตอบสุดท้ายของเรื่องนี้!!!
….....................
คอลัมน์ "การบ้านบานเย็น"
โดย "เพชรชัยพฤกษ์"


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 173