อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562

ความในใจของ'น้องแหวน' แม้ยากจนก็ไม่ทิ้งการเรียน

สัปดาห์นี้เปิดชีวิต “น้องแหวน” สาวน้อยเลือดนักสู้วัย 16 ปี ชั้นม.4 แม้รู้ตัวลำบากแต่ไม่มีวันละทิ้งการเรียน วันนี้ซุกหัวนอนในเต้นท์ แต่ผู้เป็นแม่หวังสักวันลูกสาวจะมีอนาคตที่สดใส เพราะใฝ่ดีมานะเรียน อาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2562 เวลา 08.00 น.


นับเป็นสาวน้อยที่มีเลือดนักสู้อยู่เต็มตัว สำหรับ “น้องแหวน” หรือ ..จตุพร ราชเพียแก้ว นักเรียนชั้น ม.4 ที่กลายเป็นข่าวเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ถึงแม้ทุนทรัพย์จะขาดแคลน ฐานะทางบ้านของเธอจะจนแสนจน แต่มีดีกรีที่สมองเป็นเด็กเรียนดีอันดับ 1 ของโรงเรียน

โดยเธอพยายามทุ่มพละกำลังต่อสู้สุดแรงและใช้ความมานะบากบั่น ซึ่งที่สำคัญไม่เคยย่อท้อต่อคำที่หลายคนเรียกว่า “อุปสรรค” แม้ว่าในทุกวันนี้เธอกับแม่ ทั้งสองชีวิตที่เหลืออยู่และสู้มาด้วยกัน จะต้องอาศัยเต้นท์เป็นที่หลับนอนก็ตาม แต่ด้วยใจที่ใฝ่เรียน แม่ของเธอก็หวังว่า...สักวันในอนาคต จะเป็นวันที่สดใสของลูกสาวคนนี้

“น้องแหวน” ย้ำให้ฟังว่า ปัจจุบันอายุ 16 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.4 รร.ชาติตระการวิทยา อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ฐานะทางบ้านของตนค่อนข้างที่จะขัดสนและยากจนอย่างมาก อยู่เพิงพักไม่มีพื้น ไม่มีข้างฝา ไม่มีไฟฟ้า และไม่มีน้ำประปาใช้ หลังจากพ่อเสียชีวิต จึงต้องอาศัยอยู่กับแม่ที่มีอาชีพรับจ้างและเก็บขยะขาย

แต่เรื่องราวของชีวิตจริงที่ยิ่งกว่าละคร มีความภูมิใจหนึ่งอย่างที่เธอจะไม่มีวันละทิ้งและสามารถทำได้ดี คือ “การเรียน” เพราะเธอสอบได้ที่ 1 ของโรงเรียน และมีความประพฤติเรียบร้อย



สภาพบ้านเลขที่ 39/1 หมู่ 12 บ้านใหม่ไทยเจริญ ต.ป่าแดง อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก เมื่อเดินทางไปถึง จึงเกิดคำถามด้วยความสลดใจว่า...เธอและแม่ใช้ชีวิตในบ้านหลังนี้จริงเหรอ ??? และใช้ชีวิตกันอย่างไร ???

เพราะไม่คาดคิดว่าบ้านจะมีสภาพไม่ใช่บ้านแบบนี้ มีเพียงหลังคาและเสาบ้าน ไม่มีฝาบ้าน ไม่มีประตู ใช้สังกะสีเก่า ๆ ไม่กี่แผ่นมาบังแดดดบังลม และเต้นท์หลังเล็ก ๆ สภาพที่เก่าทรุดโทรม ซึ่งมีคนบริจาคมาให้อีกต่อหนึ่ง กางเอาไว้เพื่อเป็นที่ให้ได้หลับนอนเท่านั้น โดยที่ดินผืนนี้เป็นที่ดินของ สปก. ทั้งยังไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาอีกต่างหาก น้องแหวนและแม่ต้องอาศัยพ่วงน้ำและไฟฟ้ามาจากข้างบ้านที่ใจดีช่วยเหลือ

ด้วยโรคที่กำลังป่วย ทั้งโรคประสาทและโรคกระเพาะ ทำให้ผู้เป็นแม่ของน้องแหวน คือ “นางโฮม ราชเพียแก้ว” อายุ 53 ปี ทำได้เพียงรับจ้างทั่วไปและเก็บขยะขาย เฉลี่ยมีรายได้เพียงเดือนละ 1,000-1,200 บาท กับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 300 บาท เพื่อใช้ประทังชีวิตสองแม่ลูก

ทั้งนี้น้องแหวนมีพี่น้องทั้งหมด 3 คน คนโตและคนกลางไปทำงานที่กรุงเทพฯ ขาดติดต่อกันเป็นเวลานานแล้ว เธอจึงต้องอาศัยอยู่กับแม่เพียง 2 คน และเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เป็นจังหวะที่พ่อของเธอก็มาเสียชีวิตจากไปก่อน ซึ่งก่อนเสียชีวิตพยายามทำงานเพื่อหาเงินสร้างบ้านหลังนี้ให้เสร็จ แต่สุดท้ายความฝันของพ่อเธอก็ไม่เป็นจริง ทำได้เพียงเสาและหลังคาเท่านั้น หากฝนตกหนัก หรือมีลมพัดแรง ทั้งสองชีวิตก็ต้องวิ่งหาที่หลบฝนกันให้วุ่น



“นางโฮม” แม่ของน้องแหวน ยอมรับว่าเป็นห่วงลูกสาวมาก ๆ แต่ด้วยความยากจนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร หากผู้มีจิตกุศลเข้ามาให้ความช่วยเหลือก็ยินดีรับ เพราะอยากให้ลูกสาวมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีอนาคตได้เรียนต่อตามที่ตั้งใจไว้ ชีวิตตนไม่รู้จะอยู่ได้ถึงเมื่อใด แต่ชีวิตลูกสาวต้องดำเนินต่อไป

เมื่อสอบถามไปยัง นางอภัยวงษ์ แสงปัญญา ครูที่ปรึกษา รร.ชาติตระการวิทยา อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก เล่าให้ฟังว่า ตนออกเยี่ยมบ้านนักเรียนตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ จนมาพบว่าน้องแหวน มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ซึ่งก่อนหน้านี้น้องแหวนไม่เคยเล่าถึงปัญหาให้ใคร ๆ ได้ทราบ และพยายามใช้ชีวิตปกติเหมือนเด็กทั่ว ๆ ไป อีกทั้งยังเป็นเด็กที่เรียนดีได้ที่ 1 ของโรงเรียนมาตลอด กิจกรรมงานของโรงเรียนก็ไม่เคยขาด

อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่เยี่ยมบ้านของคณะครูในครั้งนี้ ทำให้ทราบว่าน้องแหวนมีชีวิตที่ลำบากมาก จึงรู้สึกเป็นห่วงคุณภาพชีวิต และความปลอดภัย เบื้องต้นทางคณะครูได้หารือกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อเร่งหาทางช่วยเหลือบ้างแล้ว และหวังว่าจะมีผู้ใจบุญยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเธอและแม่ในเร็ววัน.
...............................................
คอลัมน์ : นิยายชีวิตอาทิตย์สไตล์
โดย “ทวีลาภ บวกทอง”

คลิกติดตามอ่านคอลัมน์นิยายได้ทั้งหมดที่นี่  

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 258