อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 6 ธันวาคม 2562

"นักบินเครื่องกระดาษพับ" กับวิถีจริงจัง "ใช่แค่ร่อนเล่นๆ"

เชื่อว่าในวัยเด็กของหลาย ๆ คนคงเคยเล่น “เครื่องบินกระดาษ” ที่ใช้กระดาษพับเป็นเครื่องบินแล้วร่อนเล่นกันด้วยความสนุกสนาน ซึ่งการเล่นที่ว่านี้ในปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยม และถึงขั้นมีการ “แข่งขันชิงแชมป์โลก” อาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2562 เวลา 10.30 น.

เชื่อว่าในวัยเด็กของหลาย ๆ คนคงเคยเล่น “เครื่องบินกระดาษ” ที่ใช้กระดาษพับเป็นเครื่องบินแล้วร่อนเล่นกันด้วยความสนุกสนาน ซึ่งการเล่นที่ว่านี้ในปัจจุบันก็ยังได้รับความนิยม และถึงขั้นมีการ “แข่งขันชิงแชมป์โลก” มีการแข่งขันเครื่องบินกระดาษระดับนานาชาติ โดยรายการระดับอินเตอร์เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็มี “ตัวแทนเยาวชนจากไทย จำนวน 3 คน” ได้เข้าร่วมแข่งขันในรายการใหญ่รายการนี้ด้วย ซึ่งวันนี้ “ทีมวิถีชีวิต” มีเรื่องราวของ “นักกีฬาเครื่องบินกระดาษ” กลุ่มนี้มานำเสนอ...

การแข่งขันเครื่องบินกระดาษชิงแชมป์โลก รายการดังกล่าวมีชื่อว่า “เรดบูล เปเปอร์ วิงส์ 2019 (Red Bull Paper Wings 2019)” จัดขึ้นที่ นครซาลซ์บูร์ก ประเทศออส เตรีย โดยทำการแข่งขันไปเมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งประเทศไทยมีตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันในรายการ “ชิงแชมป์โลกเครื่องบินกระดาษ” รายการนี้จำนวน 3 คน ประกอบด้วย กันต์-กัญจน์ กันต์ ปรีชาวุฒิคุณ, ไอซ์-อาณา ทัศนพันธุ์, แพรว-กัลยรัตน์ เสาวนียากร ซึ่งได้เป็นตัวแทน ประเทศไทยไปแข่งขันรอบสุดท้าย โดยการแข่งขันครั้งล่าสุดถือเป็นครั้งที่ 5 ซึ่งจัดขึ้นที่โรงเก็บเครื่องบินชื่อ Hangar-7 โดยมีนักบินกระดาษจากทั่วทุกมุมโลกจำนวนกว่า 60 ทีม เข้าร่วมแข่งขัน ที่ก็รวมถึงทีมตัวแทนจากไทย ซึ่งปีนี้ได้เข้าร่วมแข่งขันเป็นครั้งแรก โดยลงแข่งขันประเภทต่าง ๆ ดังนี้คือ...



กันต์-กัญจน์กันต์ นักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เข้าแข่งขัน “ประเภทร่อนไกล” ส่วน ไอซ์-อาณา นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เข้าแข่งขัน “ประเภทร่อนนาน” ขณะที่ แพรว-กัลยรัตน์ นักศึกษาคณะนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เข้าแข่งขัน “ประเภทแอโร่เบติกส์”

ประสบการณ์จากการลงแข่งขัน “เครื่องบินกระดาษชิงแชมป์โลก” ครั้งนี้ กันต์-กัญจน์กันต์ ตัวแทนประเทศไทยที่ลงแข่งในประเภทร่อนไกล ซึ่งเขาสามารถคว้าอันดับที่ 8 จากการแข่งขันครั้งแรกนี้มาได้ บอกเล่าว่า... จริง ๆ เขาเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ แต่กับการพับเครื่องบินกระดาษนี้ ถือเป็นงานอดิเรก เป็นกิจกรรมเสริมที่ชื่นชอบ โดยเขาชอบเล่นพับเครื่องบินกระดาษมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ซึ่งช่วงที่เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ก็เคยเข้าแข่งประเภทร่อนไกลมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยครั้งนั้นไม่ได้รางวัลอะไร แต่ก็ยังคงเล่นต่อมาอีกสักระยะ จนช่วงหนึ่งการเล่นเครื่องบินกระดาษหมดยุคไป เขาก็เลยเลิกเล่น จนเมื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ก็ได้เห็นป้ายที่ทางเรดบูลเปิดรับสมัครคนเข้าแข่งขันเครื่องบินกระดาษ จึงเกิดความสนใจ เพราะคิดว่าตัวเองพอจะมีทักษะอยู่บ้างจึงลองไปสมัครแข่งขันในประเภทร่อนไกล จากนั้นก็เริ่มรื้อฟื้นความรู้การพับเครื่องบินกระดาษใหม่ และเรียนรู้เพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต ทั้งเรื่องของเทคนิคการพับ และการปา เพื่อนำมาฝึกฝนด้วยตนเอง...

ช่วงนั้นผมต้องซ้อมว่ายน้ำ ทั้งต้องซ้อมปาเครื่องบิน และต้องเรียนด้วย จึงต้องแบ่งเวลาให้เหมาะสม โดยการซ้อมเครื่องบินผมจะใช้เวลาช่วงเช้าประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง ก่อนไปเรียน การซ้อมก็จะฝึกการพับเครื่องบิน รวมถึงการปาเครื่องบิน ซึ่งต้องใช้เวลาปรับจูนและพัฒนาเทคนิคอยู่นานกว่า 2 อาทิตย์ จนได้เครื่องบินกระดาษที่ดีที่สุดและเหมาะกับตัวเองที่สุดครับ” กันต์กล่าว พร้อมระบุว่า ผลจากความอดทนทุ่มเทฝึกซ้อม ที่สุดก็สามารถผ่านการคัดเลือกและคว้าแชมป์ประเภทร่อนไกลในไทย จนได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันในรายการระดับโลก...



กันต์ เล่าต่อว่า เครื่องบินกระดาษ คนส่วนใหญ่อาจมองเป็นเพียงของเล่น แต่จริง ๆ แล้วกลับมีอะไรมากกว่านั้น ซึ่งการพับเครื่องบินกระดาษช่วยในเรื่องการเสริมสร้างอะไรได้หลายด้าน อย่างแรกเลยคือเรื่อง สมาธิ เพราะเวลาต้องพับเครื่องบินกระดาษจะต้องจดจ่ออยู่กับการพับ นอกจากนั้นยังได้ในเรื่องของ จินตนาการ เพราะผู้เล่นต้องใช้จินตนาการในการปรับแต่งให้เครื่องบินเข้ากับ ตัวเองมากที่สุด ขณะที่อีกเรื่องที่ ได้คือ ความอดทน เพราะต้องซ้อม ต้องฝึก เพื่อให้ออกมาดีที่สุด

ทักษะเหล่านี้จะติดตัวเราไปตลอด แถมยังสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และการเรียนได้อีกด้วย ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดก็คือเรื่องของสมาธิ และ
ความอดทนครับ” เขาบอกเราเรื่องนี้ นอกจากนั้น กันต์ยังย้ำว่า กิจกรรมเล่นเครื่องบินกระดาษนี้ เป็นกิจกรรมเสริมที่เล่นง่าย แถมไม่ต้องลงทุน เพียงมีแค่กระดาษ 1 แผ่นเพื่อพับเครื่องบิน ก็สนุกได้แล้ว และกับการที่ได้เข้าแข่งขันชิงแชมป์โลกเครื่องบินกระดาษ เขาก็เผยถึงความรู้สึกเรื่องนี้ว่า การที่ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันในระดับโลก ทำให้รู้ว่าคนต่างประเทศชื่นชอบและคลั่งไคล้กีฬาเครื่องบินกระดาษนี้มาก โดยเขาพบกับนักกีฬาคนหนึ่งที่มีอายุมากกว่า 50 ปีที่ลงแข่งขันในรายการนี้ ทำให้ยิ่งรู้สึกทึ่งมากกับกีฬาชนิดนี้

นักกีฬาคนนั้นเขาลงทุนสมัครเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย เพื่อให้ได้สิทธิเข้าแข่งขันในรายการนี้โดยเฉพาะ พอผมรู้ผมถึงกับอึ้งในความคลั่งไคล้กีฬาเครื่องบินกระดาษของเขาเลยครับ” กันต์เล่าเรื่องนี้ พร้อมกับเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้ร่วมแข่งขันอีกว่า ถือเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น และคุ้มค่ากับเวลาที่ทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมที่ผ่านมา ซึ่งผลการแข่งขันที่ออกมา เรียกว่าเกินความคาดหมาย “อีกสิ่งที่ชอบคือ แม้จะเป็นการแข่งขัน แต่บรรยากาศกลับเปี่ยมด้วยมิตรภาพ ซึ่งทำให้คนจากหลาย ๆ ประเทศที่ชอบเรื่องเดียวกัน ได้มาพบปะกัน และสร้างสัมพันธไมตรีซึ่งกันและกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่ามาก ๆ ซึ่งผมรู้สึกขอบคุณมากที่ทางเรดบูลนำผมและเพื่อน ๆ เป็นตัวแทนไปแข่งขันครั้งนี้” นักกีฬาหนุ่มคนเดิมระบุ



ด้าน ไอซ์-อาณา ตัวแทนจากไทยที่ทำการแข่งขันในประเภทร่อนนาน เล่าว่า... สำหรับการพับเครื่องบินกระดาษนี้เคยพับเล่นกับเพื่อน ๆ มาตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 แล้ว เพราะตอนนั้นฮิตมาก เพราะมีกระแสดังมาจาก “หม่อง ทองดี” ซึ่งมีความฝันที่จะได้ไปแข่งขันร่อนเครื่องบินกระดาษพับที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ประสบกับปัญหาเรื่องสัญชาติ ที่ต่อมาได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจนได้ไปแข่งขัน และได้รับชัยชนะกลับมา

กระแสช่วงนั้นทำให้ผมกับเพื่อนบ้าพับเครื่องบินกระดาษกันมาก ทีนี้พอกระแสเริ่มซาลงไป บวกกับเป็นช่วงที่เราโตขึ้น ก็เลยเลิกเล่นกันไป และไม่เคยคิดว่าจะได้กลับมาเล่นอีก เพราะช่วงนั้นก็แค่เล่นสนุก ๆ โดยไม่ได้คิดเลยว่าการพับเครื่องบินกระดาษมีการแข่งขันถึงขั้นชิงแชมป์โลกด้วย จนมารู้ว่ามีการแข่งระดับโลกก็ตอนที่เรียนมหา วิทยาลัยแล้ว” ไอซ์ นักกีฬาพับเครื่องบินกระดาษระบุ



พร้อมกับบอกว่า ตอนนั้นทีแรกก็ไม่ได้คิดจะลงแข่งขัน แต่เพื่อนมาชวนให้ไปสมัครแข่งเป็นเพื่อน ก็เลยไปด้วย โดยคิดแค่ว่าไปร่วมแข่งสนุกเฉย ๆ ไม่ได้หวังชนะ แต่เอาเข้าจริงก่อนถึงวันแข่งก็กลับบ้านไปศึกษาเทคนิคการพับเครื่องบินกระดาษและวิธีการปาจากยูทูบ และนำมาฝึกฝนเองอยู่พักใหญ่ จนถึงวันแข่งก็ลงแข่งทั้งประเภทร่อนไกลกับประเภทร่อนนาน และก็คว้ารางวัลประเภทร่อนนานมา “ตอนนั้นรู้สึกดีใจมากที่จะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขัน บอกตามตรงครับว่า... ไม่เคยคิดฝันเลยว่า...จะได้ไปต่างประเทศ...ด้วยเครื่องบินกระดาษ” เขาบอกเรื่องนี้อย่างขำ ๆ

และกับประสบการณ์ที่ได้ร่วมแข่งขันครั้งนี้ ไอซ์บอกว่า ตลอดทั้งทริป เขารู้สึกตื่นตาตื่นใจกับสิ่งใหม่ ๆ หลายสิ่งที่เพิ่งพบเจอเป็นครั้งแรก แต่ที่ประทับใจที่สุดก็คือการได้พบผู้คนจากทั่วโลกกว่า 60 ประเทศ ที่แม้จะสื่อสารกันคนละภาษา และมาเพื่อแข่งขันกัน แต่ก็พยายามจะทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน จนกลายเป็นมิตรภาพระหว่างการแข่งขันที่น่าประทับใจ นอกจากนี้ การได้ร่วมการแข่งขันครั้งนี้ยังทำให้มุมมองและวิธีคิดของเขาเปลี่ยนไป นั่นคือ จากที่ก่อนหน้านี้เวลาจะทำอะไรจะรู้สึกกลัวทุกครั้งกับเสียงวิจารณ์ ทำให้ไม่กล้าทำบางอย่าง... หลังกลับมาจากการแข่งครั้งนี้ ทำให้ผมรู้ว่า... เราสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คิด ขอเพียงแค่ลงมือทำ โดยไม่ต้องกลัวใครมาวิพากษ์วิจารณ์”  ...ไอซ์ นักกีฬาหนุ่มรายนี้กล่าว



ทางด้าน แพรว-กัลยรัตน์ ตัวแทนสาวไทยเพียงหนึ่งเดียวของทีม ที่ลงทำการแข่งขันเครื่องบินกระดาษพับประเภทแอโร่เบติกส์ ได้เล่าว่า... ตอนแรกไม่ได้สนใจเครื่องบินกระดาษพับเลย แค่เคยพับเล่นกับน้องในช่วงที่ “หม่อง ทองดี” ได้ไปแข่ง เพราะตอนนั้นกระแสดังมาก แต่ก็แค่เล่นเพื่อสนุกสนาน โดยไม่ได้คิดจริงจัง จนช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย มีเพื่อนชวนให้ลองส่งคลิปการพับเครื่องบินกระดาษประเภทแอโร่เบติกส์ไปแข่ง ก็คิดว่าน่าสนใจ เพราะเป็น การโชว์ความสามารถในการสร้างสรรค์เกี่ยวกับการออก แบบเครื่องบินกระดาษ จึงส่งคลิปเข้าไปเพื่อให้มีคนโหวต และตัดสินใจสมัครเข้าแข่งขันคัดเลือก ซึ่งก็ไม่ได้หวังถึงขั้นจะชนะ แต่ปรากฏว่าผลงานที่ออกแบบมีคนโหวตมากที่สุด ทำให้ได้ไปร่วมการแข่งขันรอบสุดท้ายที่ประเทศออสเตรีย...

ทั้งนี้ ก่อนจบการสนทนากัน แพรว-กัลยรัตน์ บอก “ทีมวิถีชีวิต” ถึง “สิ่งที่ได้รับ” จากการแข่งขัน “เครื่องบินกระดาษพับ” ระดับโลกครั้งนี้ว่า... ก่อนออกเดินทางไปแข่งขัน ตอนนั้นรู้สึกกดดันมาก แต่เมื่อก้าวเท้าถึงสนามแข่ง เธอกลับรู้สึกผ่อนคลาย จากการต้อนรับอันอบอุ่นของทีมงานที่ดูแล และแม้จะใช้เวลาแข่งขันเพียง 30 วินาที แต่ประสบการณ์ทั้งทริปในฐานะตัวแทนจากทีมไทยก็ทำให้เกิดความรู้สึกประทับใจมากมาย และนอกจากจะได้ประสบการณ์แล้ว ยังได้มิตรภาพดี ๆ กลับมาอีกด้วย
สิ่งที่ได้จากการแข่งขันครั้งนี้ ถือเป็นประสบการณ์ที่ล้ำ ค่าสำหรับเราและเพื่อน ๆ ในทีมมาก เพราะนอกจากจะได้แนวคิด ดี ๆ ได้มุมมองใหม่ ๆ แล้ว...
ยังได้พลังบวกกลับมาเพียบ”.

------------------------------------------
บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%