อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

แก้เศรษฐกิจพิสูจน์รัฐบาล เกมเชนจ์เขย่าเก้าอี้'บิ๊กตู่'

สัปดาห์นี้ถ้าจะพูดว่าเศรษฐกิจไทยยังคงป่วยอยู่จะผิดหรือไม่? ตั้งแต่ค่าเงินบาทแข็ง ตัวเลขลงทุนเอกชนก็มีไม่มากเท่าสถิติที่โชว์ หรือแม้แต่ร้านเล็ก ๆ อย่างโชว์ห่วยก็ไม่รอด แต่จะเพราะอะไร ต้องติดตามกัน จันทร์ที่ 8 กรกฎาคม 2562 เวลา 08.00 น.


เผลอเดี๋ยวเดียว!! ประเทศไทยกำลังย่างกรายเข้าสู่เดือนที่ 7 ของปี 62 กันแล้ว ซึ่งก็เชื่อว่าใครต่อใครคงรู้สึกเช่นเดียวกันว่า...ทุกวันนี้ชีวิตเหมือนไม่มีอะไรดีขึ้น !!! ประเทศไทยดูเหมือนไม่มีชีวิตชีวา มองไปทางไหนก็ดูเหมือนติดหล่ม ที่สำคัญข่าวคราวทางด้านเศรษฐกิจที่ออกมาแต่ละด้าน ก็มีแต่ลบกับลบ

ทั้งเรื่องผู้ส่งออกโวยเรื่อง “ค่าเงินบาทแข็ง” ที่สุดท้ายจะทำให้การส่งออกในปีนี้ไม่ขยายตัว หรือกลับกลายเป็นติดลบด้วยซ้ำไป ทั้งที่ถูกแรงกระเพื่อมอย่างหนักมาแล้ว จากผลกระทบของ สงครามการค้าโลก ระหว่าง 2 บิ๊กเบิ้ม “พี่จีน” กับ “พี่อเมริกา” ที่สองวันดีสองวันไข้ ทำเอาตลาดหุ้น ตลาดเงิน ตลาดทอง ปั่นป่วนกันไปตาม ๆ กัน

หรือข่าวคราวด้านการท่องเที่ยวที่กำลังซึมกระทือ กระทบอย่างหนักโดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต ที่ต้องกำลังระส่ำระสายอย่างหนัก นักท่องเที่ยวหายไปเกือบหมด



หรือจะเป็นเรื่องราวของ ร้านค้าโชว์ห่วย ร้านค้าเล็ก ๆ นับพันแห่งที่ต้องปิดตัวเอง ต้องเปลี่ยนอาชีพเพราะถูกหางเลขผลกระทบจากบัตรคนจนที่ไปสนับสนุนร้านธงฟ้า แต่ร้านค้าบางแห่งที่อาจมีคุณสมบัติไม่เพียงพอ เข้าร่วมโครงการไม่ได้ ก็ต้องก้มหน้ารับชะตากรรม


นี่เป็นเรื่องเพียงแค่ “น้ำจิ้ม” เท่านั้น สารพัดปัญหาทางเศรษฐกิจยังคงมีให้เห็น แม้บรรดาชาวสวนปาล์ม อาจแช่มชื่นยิ้มได้ จากนโยบายผลักดันราคาของรัฐบาลมาแล้วจนทำให้ราคาปาล์มดิบขยับขึ้นบ้าง เพราะเสียงเรียกร้องเริ่มเบาบางลงไปมากแล้วก็ตาม

แต่ก็อย่าลืม เพราะสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงอีก 2 เดือนกำลังจะย่างกรายเข้ามาเมื่อหมดพายุในรอบนี้ เกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ชาวสวน จะต้องกลับมาเจอวิกฤติภัยแล้งกันอีกรอบ



สารพัดปัญหาที่แสดงให้เห็นว่า...เศรษฐกิจไทยยังคงป่วยอยู่...ได้แต่กินยาบรรเทาอาการเท่านั้น หลังจากต้องผจญกับทั้งเศรษบกิจโลกที่ชะลอตัว ปัญหาสงครามการค้า เศรษฐกิจในประเทศที่แม้ก่อนหน้านี้เครื่องยนต์ทุกตัวในการขับเคลื่อนได้อย่างดี แต่จนถึงเวลานี้ก็ติดหล่มเครื่องสะดุด อ่อนแรงลงชัดเจน โดยเฉพาะการบริโภคในประเทศ แถมหนี้ครัวเรือนก็สูงและเพิ่มขึ้น

ส่วนการลงทุนเอกชนไม่ต้องพูดถึง มีแต่ตัวเลข เป็นพันล้าน หมื่นล้าน แสนล้าน แต่พอเอาเข้าจริงหันไปนับเม็ดเงินจริง ๆ ที่เข้ามาลงทุน ก็มีไม่มากเท่าตัวเลขที่โชว์ ส่วนการท่องเที่ยว การส่งออก หัวใจหลักในการสร้างรายได้เข้าประเทศ ก็ไม่ต้องพูดถึง เพราะเวลานี้กำลังหัวคะมำ

ไม่เช่นนั้นบรรดาสารพัดสำนักวิจัย!! คงไม่ออกมาปรับลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีลงกันไปเป็นแถว ทั้งคลังสมองของประเทศอย่าง สภาพัฒน์ ก็ลดเป้าจีดีพี ปี 62 นี้ เหลือเพียง 3.6% จาก 4% แบงก์ชาติ ลดจาก3.8% เหลือ 3.3% กระทรวงการคลังลดจาก 4% เหลือ 3.8% ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ลดจาก 3.7% เหลือ 3% ขณะที่ภาคเอกชนอย่าง กกร. หรือคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ลดมาอยู่ที่ 3.9% ธนาคารโลก ลดเหลือ 3.8% เป็นต้น



หันมาดูท่าทีรัฐบาลชุดใหม่ ที่ ณ เวลานี้ว่ากันว่าลงตัวแล้ว รอเพียงกระบวนการทางกฎหมายเพื่อให้ปฎิบัติงานได้จริง ซึ่งต้องออกแรงลงแรงผลักดันให้กฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ผ่านกระบวนการไปให้ได้ ว่ากันว่าอย่างเร็วสุดคงเสร็จสมอารมณ์หมายได้ต้นปี 63 ล่าช้าออกไปอีก 3-4 เดือน

นั่นหมายความว่า การจะใช้งบประมาณใด ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 62 ไม่สามารถทำได้ ต่อให้สำนักงบประมาณออกมาบอกว่า ตามกฎหมายให้ใช้เงินงบประมาณปี 62 ไปพลางก่อนได้เบ็ดเสร็จประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท ก็ตาม

หากมาดูไส้ใน ส่วนใหญ่เป็นงบประมาณที่ใช้สำหรับงบประจำ เช่น การจ่ายค่าจ้าง เงินเดือน อะไรเทือกนี้ ส่วนเงินลงทุนถ้าไม่ใช่งบผูกพันไว้ก่อนล่วงหน้าก็ใช้ไม่ได้ แม้จะไม่สะดุดในช่วงรอยต่อของรัฐบาล แต่ก็ไม่สามารถกระตุ้นให้เศรษฐกิจผงกหัวขึ้นมาผงาดให้ได้

ดังนั้น...การแก้เกมเศรษฐกิจให้หัวผงกขึ้นมา สำหรับรัฐบาล พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมัยที่ 2 จึงกลายเป็นงานหนักและท้าทายความสามารถของผู้บริหารประเทศ เพราะถ้าแก้ได้...ประชาชนก็ถูกใจ คะแนนเสียงก็ไม่หดหาย

หากแก้ไม่ได้ หรือแก้ไม่โดน ไม่ถูกใจ เก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ก็อาจสั่นคลอน ที่สำคัญ...การเป็นรัฐบาลผสมที่มีเสียงปริ่มน้ำนี่แหล่ะ ปัญหาใหญ่ หากเพียงแค่ขัดใจ !!! ก็พากัน “ล่มได้” แบบตั้งตัวไม่ติดกันทีเดียว.
..........................................
คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
โดย “ช่อชมพู”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    15%
  • ไม่เห็นด้วย
    85%

บอกต่อ : 100