อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

ในที่สุดก็ควรแก่เวลาแล้ว 'รัฐบาลใหม่'ทำงานเสียที

สัปดาห์นี้ภายหลังจากที่ ครม. ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ฯ นโยบายไหนโดนใจ นโยบายไหนประชาชนได้ประโยชน์ ก็หวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะรีบเดินหน้าทำงานกันเสียที พฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2562 เวลา 12.00 น.


มันเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายของประเทศชาติอยู่พอสมควรเหมือนกัน ที่หลังเลือกตั้งก็ยังมีความขัดแย้งอยู่ไม่จบสิ้น แล้วยิ่งในยุค 3-4 ปีมานี้การใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องที่เฟื่องฟูมาก ๆ หลายคนคิดอะไรก็โพสต์โดยไม่ระวัง ไม่คิดถึงใจเขาใจเรา หรือไม่ระวังผลกระทบจากการแสดงความเห็น คิดก่อนโพสต์เป็นเรื่องสำคัญ คนรุ่นใหม่ ๆ ควรตระหนักกันได้แล้วว่า หลัง ๆ การสมัครงานบางบริษัทเขาขอดูข้อมูลโซเชียลมีเดียย้อนหลังทำไม

การที่อินเทอร์เน็ตเฟื่องฟู เรายิ่งเห็นความขัดแย้งน่ารำคาญระหว่างสองขั้วความคิดทางการเมือง คิดว่า สาเหตุที่เกิดความขัดแย้งทางความคิดเยอะ เพราะขั้วหัวก้าวหน้าเขาก็บอกว่า พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นี่ตั้งรัฐบาลมาได้แบบ “ค้านสายตา” ตั้งแต่เรื่องการไม่ใช่เสียงข้างมากอันดับหนึ่งมารวมเสียงตั้งรัฐบาลแล้ว เรื่องที่มา ส.ว. และยังมีเรื่องอื่น ๆ ที่หลายคนก็คงเห็นข่าวตลอดครึ่งปีที่ผ่านมาที่มีการเลือกตั้ง ซึ่งให้พูดเรื่องนี้ในข้อเขียนเดียวก็คงไม่จบ

และเลือกตั้งเสร็จมาตั้งนานก็ยังไม่ได้มีผลงานอะไรในนามรัฐบาลใหม่ (ที่พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่า 3 เดือนมีผลงานตลอด นั่นก็เป็นการทำงานของรัฐบาล คสช.นี่ ไม่ใช่ผลงานรัฐบาลจากการเลือกตั้ง) มีแต่ข่าวความขัดแย้งที่เขาเรียกกันแสบ ๆ ว่า “แย่งชามข้าว” คือต้องจัดสรรผลประโยชน์ให้ลาภยศสรรเสริญรัฐมนตรีกันให้ลงตัว พอเคลียร์พรรคร่วมได้ คราวนี้พรรค พปชร.เอง ก็มีปัญหาก่อหวอดขึ้นมาเองอีก



ภาพรวมคร่าว ๆ ของการก่อหวอดที่มีข่าวมา คือกลุ่มสามมิตร ซึ่งเป็นแกนนำชุดแรก ๆ หาคะแนนเสียงให้พรรค จนถึงใช้พลัง ดูด ส.ส. พอเอาเข้าจริงดูจะกลายเป็นกลุ่มที่อกหักหนักที่สุด เก้าอี้รัฐมนตรีก็มีข่าวว่าไม่ได้ดังหวัง จนกระทั่งระเบิดลูกสำคัญจากสามมิตรเกิดขึ้นมาจากการที่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายอนุชา นาคาศัย แกนนำกลุ่มออกมาแถลงความอัดอั้นตันใจ ถึงความขัดแย้งระหว่างกลุ่มมุ้งในพรรคว่า “มีบางกลุ่มจ้องจะโจมตีสามมิตร”

แต่สุดท้ายมีข่าวว่า “ผู้มีบารมี” บอกให้จบปัญหาเสียโดยเร็ว สามมิตรก็รับสภาพกลืนเลือดไป ซึ่งก็ไม่รู้ว่าความขัดแย้งมันจะจบจริงหรือเปล่า รอเขาไปเล่นเกมกันในสภาฯ แล้วกัน ที่น่าสนใจคือสามมิตรก็พวก ส.ส. เก่ามีบารมีทั้งนั้น ถ้ากลุ่มตรงข้ามไม่เก๋าเกมพอ ก็อาจมีการ “เอาคืน” กันได้ การเมืองเป็นเรื่องการจัดสรรผลประโยชน์อยู่แล้ว ใครทำให้เสียผลประโยชน์ก็ต้องจัดการมันเป็นเรื่องปกติ นอกจากเสียงปริ่มแล้วในพรรคตีกันเอง ก็ตลกร้ายดี

อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ก็ถูกสยบไปชั่วคราวเมื่อนายกฯ ได้นำรายชื่อ ครม.ขึ้นทูลเกล้าฯ ไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน คราวนี้ก็ควรจะต้องถึงเวลาทำงานของรัฐบาล ที่จะต้องหาคะแนนเสียงมาสยบความขัดแย้ง ซึ่งเป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นช่วงรัฐบาลไม่มีผลงานนั่นแหละ เขาถึงวิจารณ์เรื่องโน้นเรื่องนี้กันให้มั่วไปหมด ถ้ารัฐบาลทำผลงานได้ดี ๆ เสียงวิจารณ์ก็อาจเปลี่ยน ไปโฟกัสที่การทำงานมากกว่าเรื่องความชอบธรรม หรือความขัดแย้ง



ในสัปดาห์นี้ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรค พปชร. ออกมาเปิดเผยแล้วว่า จะเรียกพรรคร่วมรัฐบาลมาหารือถึงนโยบายของรัฐบาลเพื่อเตรียมแถลงต่อรัฐสภา ภายหลังจากที่ ครม.ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ฯ พอแถลงนโยบายเสร็จก็ได้เดินหน้าทำงานกันเสียที โดยทุกนโยบายที่แต่ละพรรคร่วมรัฐบาลใช้ขาย จะต้องนำมาเป็นนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเที่ยวนี้ก็เห็นนโยบายเชิงลดแลกแจกแถม และนโยบายแปลก ๆ ที่คนสนใจเยอะอยู่

นโยบายที่พูดถึงเรื่องการแก้ปัญหายิบย่อย แบบคนทั่วไปเห็นผลได้ทันทีหรือมีสีสัน ก็มีโอกาสที่จะถูกพูดถึงมากกว่านโยบายเชิงมหภาค ถ้าให้ยกตัวอย่าง เช่น รถเมล์ฟรีของพรรคพลังประชาชน นั่นคือคนเห็นประโยชน์เยอะและก็ถูกพูดถึงเยอะมาก หรือนโยบายบัตรทองของพรรคเพื่อไทยเป็นตัวอย่างที่สำคัญ ความที่คนใช้สื่อวิจารณ์รัฐบาลกันเยอะ ถ้านโยบายไหนโดนใจคนใช้สื่อ เขาก็พร้อมโพสต์ พร้อมแชร์ และพร้อมเชียร์ให้พรรคได้หน้า

ภูมิใจไทย ดูจะมีนโยบายเชิงนี้ค่อนข้างมาก เรื่องแรกเลยก็คือการทำให้บริการรถแกร็บถูกกฎหมาย อันนี้เชื่อเถอะว่าไม่ว่าทำโพลมาอย่างไร โพลจริงโพลเก๊ ชาวเน็ตเขาก็เชียร์ เพราะคนกรุงหรือคนหัวเมืองใหญ่เขารำคาญกับความอีเหละเขะขะของรถสาธารณะเต็มกลืน คิดราคาแบบตามใจฉันก็เรื่อง กิริยามารยาทก็เรื่อง ยิ่งแทกซี่เรียกยากจนกลายเป็นตลกร้ายของประเทศไทยแล้วว่า ไกลก็ไม่ไป ใกล้ก็ไม่ไป เอาแต่จะขอราคาเหมาเอาเปรียบ

เรื่องกัญชาเสรีก็เป็นสีสันมาก เห็น “อนุทิน ชาญวีรกูล” ให้สัมภาษณ์ตอนไปดูงานที่ รพ.อภัยภูเบศร์ ว่า คนคาดหวังกับนโยบายนี้มาก จนบางคนถึงขนาดเตรียมที่ปลูกกัญชาบ้านละ 6 ต้นไว้แบบต่างประเทศแล้ว แต่ยืนยันว่าเป็นการปลูกเพื่อใช้ทางการแพทย์เท่านั้นไม่ใช่เสรี ขนาดดูดปุ๊นกันได้ทั่วเมือง ใครจะปลูกต้องขออนุญาตต่อรัฐบาลก่อน และต้องใช้เมล็ดพันธุ์ของรัฐเพื่อสายพันธุ์คุณภาพ ถ้าต่อไปทำดี ๆ จะส่งเสริมเป็นรายได้เสริมประชาชนเสียด้วย

ฝั่งพลังประชารัฐ นโยบายที่จะเป็นสีสันมากก็คือเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ที่เขาบอกทำต่อได้ทันที และมีโอกาสจะเพิ่มวงเงินให้ และเพิ่มความสะดวกโดยการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันได้ด้วย นโยบายนี้เรียกว่าเป็นจุดขายสำคัญ และยังจะมีเรื่องนโยบายการเพิ่มวงเงินผู้สูงอายุ เพราะต่อไปอีกไม่กี่ปี ประเทศไทยก็จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และก็เป็นผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังก็เยอะ เพราะช่วงหลัง ๆ คืออัตราการแต่งงานและการเกิดน้อยลง



กลุ่มที่ต้องซื้อใจไว้เป็นคะแนนเสียงสำคัญ คือ กลุ่มเกษตรกรและกลุ่มแรงงาน กลายเป็นว่านโยบายหาเสียงค่าแรงขั้นต่ำ 400-425 บาทก็ไม่ได้ทำได้ทันที ค่อย ๆ ทำเป็นขั้นบันได ไม่ได้เท่ากันทุกจังหวัด ขืนขึ้นพรวดรับรองเอกชนเละ แถมผลักภาระมายังผู้บริโภคโดนด่าเป็นรัฐบาลทำของแพงอีก ส่วนเรื่องราคาสินค้าเกษตรนั้นให้เขาไปตกลงกับประชาธิปัตย์เองว่าเอาไง เพราะ พปชร. ก็อยากได้ใช้นโยบายตัวเอง เพื่อผลทางคะแนนเสียงด้วย ส่วนพักหนี้เกษตรกรเห็นว่าทำได้เลย

นโยบายสำคัญที่น่าสนใจอีกอย่างคือ มารดาประชารัฐ ที่เขาสรุปวงเงินในช่วงการช่วยเหลือตั้งแต่ตั้งครรภ์จนจบโครงการจะจ่ายแม่หัวละ 180,000 บาท แต่อยู่ ๆ กลับมีข้อแม้ว่าจะกำหนดอายุของคนเข้าร่วมโครงการ เพื่อป้องกันพวก “แม่วัยใส” หรือพวกเด็กท้องไม่พร้อมนั่นแหละ ก็พอจะเข้าใจนะว่า มารดาประชารัฐคือกระตุ้นการเกิดสำหรับคนทำงานมีวุฒิภาวะ แต่ค่าใช้จ่ายต่อการมีลูกมันสูงเหลือเกิน จึงยังไม่อยากมีจนกว่าฐานะจะมั่นคง

แต่ก็น่าสงสารกลุ่มแม่วัยใส (ซึ่งบ้านเราเยอะ) เพราะมันก็ธรรมชาติวิสัยของมนุษย์เรื่องการมีเซ็กส์ และวัยรุ่นก็มีโอกาสพลาดทั้งเพราะความไม่รู้และความหน้ามืด ลูกออกมาแม่ไม่พร้อมเลี้ยง ไม่มีเงินเลี้ยงกลายเป็นภาระครอบครัวแม่ หรือเลี้ยงไม่เป็นก็เยอะ กลายเป็นปัญหาสังคมในคนรุ่นต่อ ๆ ไปเสียอีก รัฐเองก็ต้องมีนโยบายช่วยเหลือคนกลุ่มนี้ด้วย

นี่พูดถึงแค่นโยบายสีสัน ปลายเดือน ก.ค. คงได้เริ่มงานกันแล้วก็ทำให้มันดี ๆ เถอะ ถ้าหวังจะให้ “บิ๊กตู่” กลับมาเป็นนายกฯ รอบที่สาม ตามที่วางแผนในรัฐธรรมนูญให้อำนาจ ส.ว. โหวตนายกฯ ได้ 5 ปี ก็เอางานกลบความขัดแย้ง.
........................................
คอลัมน์ : ที่เห็นและเป็นอยู่
โดย “บุหงาตันหยง”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 177