อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562

งบประมาณสีเขียว

นับตั้งแต่โมดีนำพาพรรคบีเจพีคว้าชัยชนะถล่มทลาย แบบผิดความคาดหมาย ในการเลือกตั้งแห่งชาติเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา และได้จัดตั้งรัฐบาลต่อเป็นสมัยที่ 2 พุธที่ 10 กรกฎาคม 2562 เวลา 07.30 น.


วันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ประกาศ “บทใหม่สำหรับอินเดีย” ขณะที่รัฐบาลพรรคภาราติยะ ชนตะ (บีเจพี) ที่เพิ่งชนะการเลือกตั้ง ได้เป็นรัฐบาลต่ออีกสมัย เปิดเผยงบประมาณสีเขียว (green  budget) ที่มีเป้าหมายหลักแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ซึ่งหลายเมืองของอินเดียติดอันดับย่ำแย่สุดในโลก
    
และฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพิ่มขนาดเศรษฐ กิจประเทศ จาก 2.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน เป็น 5 ล้านล้านดอลลาร์ ภายในปีงบประมาณ 2567/2568
    
เมื่อเร็ว ๆ นี้ อินเดียเพิ่งถูกจีนแซงหน้าขึ้นแท่นประเทศเศรษฐกิจหลัก ที่มีอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจรวดเร็วที่สุดในโลก และอัตราว่างงานของอินเดีย ประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่สุดอันดับ 3 ของเอเชีย (รองจากจีนและญี่ปุ่น) กำลังอยู่ในระดับสูง สุด นับตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1970
    
ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบแรก นับตั้งแต่โมดีนำพาพรรคบีเจพีคว้าชัยชนะถล่มทลาย แบบผิดความคาดหมาย ในการเลือกตั้งแห่งชาติเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา และได้จัดตั้งรัฐบาลต่อเป็นสมัยที่ 2 นางนีร์มาลา สิทารามาน รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ตามแผนบริหารประเทศในสมัยที่ 2 งานในส่วนของเธอนั้น เธอต้องการกระตุ้นเพิ่มการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ หรือเอฟดีไอ และทุ่มงบรายจ่ายทางด้านสาธารณูปโภค เพื่อสร้างงาน
    
รัฐบาลจะพิจารณาคำชี้แนะเกี่ยวกับการเปิดกว้างเอฟดีไอทางด้านการบิน สื่อสารมวลชน และประกันภัย
    
นางสิทารามาน กล่าวอีกว่า รัฐบาลจะอัดฉีดเงินให้ธนาคารของรัฐ 10,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้เสีย
    
การล่มสลายอย่างกะทันหันของภาคธนาคารเงาของอินเดียในปี พ.ศ. 2561 และหนี้เสีย ทำให้เกิดภาวะขาดสภาพคล่องอย่างหนักในประเทศ
    
นางสิทารามาน เผยอีกว่า รัฐบาลมีแผนก่อสร้างบ้านใหม่เกือบ 20 ล้านหลัง ภายในปี พ.ศ. 2565 และบ้านเรือนประชาชนตามท้องถิ่นชนบททั่วประเทศ จะมีน้ำดื่มจากระบบประปา อย่างทั่วถึงภายในปี 2567

รัฐบาลตั้งเป้าตัวเลขขาดดุลงบประมาณในปี พ.ศ. 2562 ไว้ที่ 3.3% ของจีดีพี จาก 3.4% ในปี 2561 ซึ่งรัฐบาลเตรียมแผนไว้หลากหลายเพื่อบรรลุเป้า รวมถึงการยุบเลิกกิจการหลายองค์กรที่ขาดทุนหนัก เช่น แอร์ อินเดีย สายการบินแห่งชาติ
    
นอกจากนั้นก็จะมีการเก็บภาษีเพิ่มจากน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้งเบนซินและดีเซล ทองคำและโลหะมีค่าอื่น ๆ จาก 10% เป็น 12.5% และยาสูบ
    
และเก็บภาษีเงินได้สูงขึ้น เป็น 25% สำหรับผู้มีรายได้ปีละระหว่าง 20-50 ล้านรูปี (8.9-22.3 ล้านบาท) และ 37% สำหรับผู้มีรายได้เกินปีละ 50 ล้านรูปี
    
ปัจจุบันอัตราภาษีเงินได้ของอินเดียอยู่ที่ 10% สำหรับผู้มีรายได้ปีละ 5-10 ล้านรูปี และ 15% สำหรับรายได้เกิน 10 ล้านรูปี
    
รัฐบาลมีแผนแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ด้วยการงดเว้นภาษีสำหรับประชาชนที่ซื้อรถยนต์ใหม่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า และลงทุนด้านสาธารณูปโภค รองรับรถยนต์ประเภทนี้
    
รัฐบาลยังมีแผนเพิ่มการใช้แม่น้ำสายต่าง ๆ สำหรับการคมนาคมขนส่ง การขนส่งสินค้าบนแม่น้ำคงคา จะเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า ในระยะ 4 ปีข้างหน้า
    
วันที่ 4 ก.ค. รัฐบาลอินเดียทำนายว่า เศรษฐกิจอินเดียจะกระเด้งกลับ และเติบโตที่ 7.0% ในปีนี้ หลังจากลดลง 6.8% เมื่อปีที่แล้ว จาก 7.2% ในปี 2560/2561 เชื่อช้าเกินกว่าจะสร้างงานสำหรับชาวอินเดียวัยหนุ่มสาว ที่เข้าสู่ตลาดแรงงานเดือนละกว่า 1 ล้านคน
    
ล่าสุดอินเดียเป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่สุดอันดับ 6 ของโลก รองจากอันดับ 5 อังกฤษ และเหนืออันดับ 6 ฝรั่งเศส ขณะที่อันดับ 1 และ 2 ยังคงเป็นสหรัฐและจีน ด้วยขนาดเศรษฐกิจ 19 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 12 ล้านล้านดอลลาร์ตามลำดับ.
................
เลนซ์ซูม


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 49