อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562

หน้าตาทีมครม.เศรษฐกิจ กับความเชื่อมั่นนักลงทุน

สัปดาห์นี้แน่นอนแล้ว สำหรับหน้าตา “ทีมเศรษฐกิจ” รัฐบาลบิ๊กตู่ 2/1 อย่าลืมว่าไทยเป็นระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาเศรษฐกิจโลก ฉะนั้นคนบริหารทีมก็น่าจะเหมาะสมกับตำแหน่งด้วย พฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2562 เวลา 08.00 น.


ตอนนี้ถือว่าลงตัว 100% สำหรับหน้าตา ครม.บิ๊กตู่ 2/1 หลายคนคงเห็นโผมาแล้วว่าใครไปนั่งเก้าอี้กระทรวงไหน จะว่าไปแล้ว ครม.ชุดนี้ถือเป็นชุดประวัติศาสตร์ ด้านหนึ่งเป็น ครม. ที่มาจากการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบ 5 ปี แต่ที่สำคัญเป็น ครม. ที่ใช้เวลาตั้งนานที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะนานถึง 100 วัน เรียกว่าน่าจะติดอันดับท็อปไฟว์ของโลกในการตั้ง ครม. ที่ใช้เวลานาน

เหตุที่ ครม. ชุดนี้ จัดโผกันไม่ลงตัวสักที อันเนื่องมาจากมีหลายก๊กหลายก๊วนต่อรองกันอุตลุดจนจัดกันไม่ถูก และถูกรื้อกันไมรู้ว่ากี่โผ ทำให้บ้านเมืองต้องมาเสียเวลากับนักการเมืองมาแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีกัน โผรายชื่อผู้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีพลิกกันเป็นรายวัน เรียกว่าเป็นการจัดโผ ครม. ที่วุ่นวายมากที่สุดเท่าที่เคยมีการจัดตั้งรัฐบาลมาเลยทีเดียว



ผลสุดท้ายก็ได้ “ปลาร้าในไหเก่า” ผสมกับ “มือสมัครเล่น” ซึ่งเป็นพวกรัฐมนตรีป้ายแดง

แม้ว่าโผจะลงตัวแล้ว แต่ก็แค่ยุติศึกยกแรกเท่านั้น ไม่ใช่ว่าความขัดแย้งจะไม่มีอีก เพราะหลังจากนี้ก็จะเป็นยกสอง ซึ่งจะหันมา “ตีกันเอง” ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวง กับ รัฐมนตรีช่วย แย่งกรมใหญ่ที่มีอำนาจ มีงบประมาณมาก ๆ ยิ่งเที่ยวนี้จะเป็นการ “ตีกันข้ามพรรค” ระหว่างรัฐมนตรีกับรัฐมนตรีช่วยต่างพรรค ซึ่งกว่าจะแบ่งงานกันได้ก็คงใช้เวลาพอสมควร

เรียกว่ากว่าจะแบ่งงานเสร็จ !!! รัฐมนตรีกว่าจะเรียนรู้งานได้ประเทศชาติก็เสียเวลา เสียโอกาสพอสมควร...

หากสิ้นเดือน ก.ค. นี้ ครม. ยังไม่เริ่มทำงานถือว่าช้าไปแล้ว เพราะอีกไม่กี่เดือนจะต้องมีการพิจารณาพระราชบัญญัติงบประมาณสำหรับปีงบประมาณหน้านี้แล้ว

ความล่าช้าได้ทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนไม่น้อย แต่ที่นักธุรกิจ นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเฝ้ารอดู คือ โฉมหน้ารัฐมนตรีจะออกมาอย่างไร “สร้างความเชื่อมั่น” ได้หรือไม่ โดยเฉพาะ “รัฐมนตรีเศรษฐกิจ” ตรงนี้เป็นจุดอ่อนของรัฐบาล ซึ่งการพิจาณาจัดสรรเก้าอี้กลับไม่พิจาณาจากความรู้ความสามารถเพื่อเรียกศรัทธา เรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุน แต่กลับพิจาณาจากพรรษาการเมือง จากจำนวน สส. ที่อยู่ในก๊วน การตั้ง ครม. ทุกครั้ง จึงมีการต่อรองจนนาทีสุดท้าย แต่ครั้งนี้ดูจะหนักกว่าที่ผ่าน ๆ มา

แต่เท่าที่ดูหน้าตาของ “ทีมเศรษฐกิจ” ในรัฐบาลบิ๊กตู่ 2/1 แล้ว บอกตรง ๆ ภาพโดยรวมต่ำกว่ามาตรฐาน ยิ่งเจาะเป็นรายกระทรวงยิ่งหน้าเป็นห่วง เรียกว่าไม่มีกระทรวงไหนเลยที่ได้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้นจริง ๆ มาดูแล แถมบางคนที่มีความรู้ ความสามารถที่ภาพลักษณ์ดีพอที่จะเป็นครีมหน้าเค้ก ได้อย่าง “ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล” ที่โผเด้งเข้าเด้งออกกระทรวงดิจิตอลถึงสองครั้ง ในที่สุดก็หลุดโผไปอย่างน่าเสียดาย



ว่ากันตามตรงเอาแค่ “ภาพลักษณ์ ครม.เศรษฐกิจ” ชุดนี้ ลองเปรียบเทียบกับชุดที่ผ่าน ๆ มาในอดีตแล้ว ก็ต้องบอกว่า ด้อยกว่าทุกชุดด้วยประการทั้งปวง หลายคนล้วนมีตำหนิ ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม บางคนกำลังถูกเปิดแผล กรณีไม่ชอบมาพากลในอดีต

ยิ่งเทียบฝีไม้ลายมือแต่ละคนที่ดูแลกระทรวงต่าง ๆ ก็ต้องบอกว่า การจัดวางเที่ยวนี้ผิดฝาผิดตัวอย่างมาก บางคนถูกโยกมาคุมไม่ใช่เพราะฝีมือ แต่เป็นเพราะเงื่อนไขทางการเมืองอย่าง กระทรวงอุตสาหกรรมกับกระทรวงพลังงาน

พอมาดูกระทรวงแรงงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬา กระทรวงคมนาคม แม้บางคนอาจจะเป็น ส.. มาหลายสมัย ในแวดวงการเมืองถือว่าเป็นมือเก๋า แต่ในการบริหารราชการแผ่นดิน ถือว่ามือใหม่มาก ๆ มิหนำซ้ำบางคนไม่เคยผ่านเวทีการเมืองมาก่อน อยู่ ๆ ก็บุญหล่นทับเป็นรัฐมนตรี รัฐมนตรี บางคนมีคำถามถึงพฤติกรรมในอดีต ถูกตั้งคำถามเรื่องจริยธรรม บรรดารัฐมนตรีมือใหม่หัดขับเหล่านี้ ก็คงต้องพึ่งพาข้าราชการเป็นหลัก

มองดูภาพรวมการจัด ครม. เที่ยวนี้ ฟันธงชนิดไม่ต้องกลัวธงหักว่าสอบไม่ผ่าน แต่ก็คงให้โอกาสบริหารประเทศไปก่อน แต่อย่าลืมว่าหน้าตาและภาพลักษณ์ของ ครม. คือ ด่านแรกที่เรียกความเชื่อมั่น หากนักธุรกิจ นักลงทุนต่างประเทศขาดความเชื่อมั่น ก็จะลำบาก

บทเรียนที่เราเจอมาหยก ๆ จากกรณีของ คสช. ที่เข้ามาด้วยวิธีการไม่เป็นที่ยอมรับของประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่ล้วนปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย จึงโดนคว่ำบาตร นักลงทุนไม่เชื่อมั่น ที่ผ่านมาจึงบริหารประเทศด้วยความทุลักทุเล แต่พลันเลือกตั้งเสร็จ ตั้งรัฐบาล แต่พอเห็นโฉมหน้า ครม. ก็ต้องบอกว่า ภาพลักษณ์กับแย่กว่าที่ผ่าน ๆ มา

อย่าลืมว่า...เศรษฐกิจไทย เป็นระบบเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาเศรษฐกิจโลก หากนักลงทุนต่างประเทศ หากภาพลักษณ์ไม่เป็นที่ไว้วางใจ นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นเสียแล้ว ก็จะลำบาก.
................................................
คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง
โดย “ทวี มีเงิน”
ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก : Pixabay


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    86%
  • ไม่เห็นด้วย
    14%

บอกต่อ : 95