อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

"ปั๊มน้ำ"รีบดูแล ก่อนหมดอายุไข

"ปั๊มน้ำ" ส่วนประกอบสำคัญในการระบายความร้อนของรถยนต์ ควรเร่งหมั่นดูแล ก่อนต้องโบกมือลา ศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 2562 เวลา 08.00 น.


ปั๊มนํ้า (Water Pump) เป็นส่วนสำคัญของระบบระบายความร้อนในรถยนต์ โดยจะทำหน้าที่หมุนเวียนน้ำจากเครื่องไปยังหม้อน้ำแล้วไหลกลับเข้าเครื่อง การทำงานของปั๊มน้ำ จะอาศัยแรงจาก เครื่องยนต์มาหมุนผ่านสายพาน โดยมีลูกปืนมารองรับในการหมุน โดยข้อมูลจากผู้ผลิตระบุไว้ว่า ปั๊มน้ำหนึ่งตัวจะต้องทำหน้าที่หมุนเวียนน้ำถึง 1.7 ล้านลิตรในการขับขี่ 1 แสนกิโลเมตร เมื่อรู้เช่นนี้แล้วเราจึงควรหมั่นดูแลสุขภาพปั้มน้ำอยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัยในทุกการเดินทาง

สาเหตุทำปั๊มน้ำเสียหาย-ไม่ทำงาน
-ปั๊มน้ำรั่ว ส่วนใหญ่จะรั่วใน 2 จุดหลัก ๆ คือบริเวณซีลแกนปั๊มน้ำ และ ช่องระบายอากาศ (รูหายใจ)
-สายพานขาด เมื่อสายพานขาดปั๊มน้ำก็จะไม่หมุน การไหลเวียนของน้ำก็จะหยุดลง ส่งผลให้เครื่องยนต์เกิดความร้อนสูงสะสม
-ลูกปืนแตก/สึกหรอ ทำให้ปั๊มน้ำหมุนแบบแกว่งตัวไม่ได้ศูนย์ ทั้งนี้อาจส่งผลให้ชิ้นส่วนอื่น ๆ ของเครื่องยนต์เสียหายตามไปด้วย

วิธีดูแลปั๊มน้ำ
-หมั่นตรวจสอบสายพาน ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้ ไม่ฉีกขาดหรือแตกร้าว และควรเปลี่ยนใหม่ทุก 4-6 หมื่นกิโลเมตร ไม่ควรตั้งสายพานตึงจนเกินไปเพราะจะส่งผลให้ลูกปืนปั๊มน้ำรับภาระหนักและเสียหายก่อนเวลาอันควร
-เมื่อปั๊มน้ำเกิดเสียงดังแสดงว่าลูกปืนตายหรือสึกหรอ ให้รีบเปลี่ยนปั๊มน้ำทันทีแม้น้ำจะยังไม่รั่วซึมก็ตาม
-เมื่อพบว่าระดับน้ำหม้อน้ำ-หม้อพัก หล่อเย็นลดลงอย่างผิดปกติ ให้ติดและเร่งเครื่องยนต์ แล้วสังเกตบริเวณซีลแกนปั๊มน้ำ และ ช่องระบายอากาศ หากมีน้ำไหลออกมาแสดงว่าปั๊มน้ำของท่านกลับบ้านเก่าไปแล้วให้รีบเปลี่ยนทันที่
-อายุของปั๊มน้ำ ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนเมื่อรั่วซึม ชำรุดเสียหายหรือเกิดเสียงดัง แต่ผู้ผลิตส่วนใหญ่แนะนำให้ให้ตรวจเช็คเมื่อเปลี่ยนสายพานไทม์มิ่ง และควรเปลี่ยนปั๊มน้ำทุก ๆ 2 - 2.5 แสนกิโลเมตร แม้จะยังใช้งานได้ปกติก็ตาม...

..................................
คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ 
โดย "ช่างเอก"
ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ changaek_106@hotmail.com

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 175