อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563

'ยาลดน้ำหนัก' ตัวช่วยหรือตัวทำลาย?

สัปดาห์นี้มีข้อมูลเรื่อง “ยาลดน้ำหนัก” มาฝากคนอยากหุ่นสวย แต่จะดีกว่าไหมถ้าความบคุมอาหารก่อนพึ่งพาตัวช่วยที่ไม่รู้ว่าแฝงไปด้วยสารอันตรายหรือไม่? อาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2562 เวลา 12.00 น.


ขึ้นต้นว่าสวย สุขภาพดี สมัยนี้ก็นิยมหุ่นลีน ๆ และมีกล้ามเนื้อสวย ๆ แน่นอนว่าต้องอาศัยความตั้งใจ การดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย และที่สำคัญที่สุดคือ...เรื่องของการควบคุมอาหาร แต่ว่าสมัยนี้อาหารมีแต่ของอร่อย ๆ แถมยังสั่งซื้อง่าย มีบริการจัดส่งถึงที่ ไม่ว่าอยากจะกินอะไร ยังไง เรียกรถมาส่งได้ทันใจ

แต่ยาลดน้ำหนักและอาหารเสริมลดน้ำหนักก็เป็นอีกอันที่ได้รับความนิยม เพราะปัญหาของมนุษย์โลกสมัยนี้ คือ กินเกินกว่าร่างกายต้องการ การรับประทานเข้าไปเยอะกว่าพลังงานที่เรานำไปใช้ในแต่ละวัน จึงเกิดปัญหาไขมันสะสมขึ้น



ปกติแล้วยาลดน้ำหนักที่ใช้กันทั่วไปในคลินิก จะมีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มพวกเฟนตามีนกับไซบูทรามีน

กลุ่มแรกฟังชื่อว่า เฟนตามีน จะคล้าย ๆ กับ แอมเฟตามีน หรือที่เรารู้จักกันคือ “ยาบ้า” เป็นยาควบคุมของ อย. อนุญาตให้แพทย์สั่งจ่ายได้ แต่ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ คุณหมอก็จะไม่สั่งจ่ายให้ และจะบอกว่าไม่ได้คล้ายแค่ชื่อ แต่โครงสร้างทางเคมีก็คล้ายกันครับ เรียกได้ว่าเฟนตามีนเป็นลูก ๆ ของเจ้ายาบ้าก็ได้ มันจะมีผลในการกดการทำงานของระบบการทานอาหาร ทำให้ไม่ค่อยหิว และแน่นอนว่าจะรู้สึกคึกคักมากขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่สมัยก่อนเจ้ายาบ้า เราให้ชื่อมันว่า “ยาม้า” นั้นเอง และต่อมาก็เปลี่ยนชื่อเป็นยาบ้า เพราะกินไปนาน ๆ ระบบจิตประสาทมีปัญหา ก็เป็นบ้าได้จริง ๆ

อีกกลุ่มคือ ไซบูทามีน ที่ได้ยินเป็นข่าวอยู่บ่อย ๆ ซึ่งตัวนี้จริง ๆ แล้วจากงานวิจัยถ้าทานในโดสที่หมอกำหนด และไม่มีโรคประจำตัว ค่อนข้างจะเป็นอีกตัวที่เห็นผลดี และผลข้างเคียงถือว่าน้อย แต่เมื่อมีงานวิจัยในผู้ป่วยโรคหัวใจ พบว่ามันไม่สามารถใช้ได้ ตอนนี้ยากลุ่มนี้แบบถูกกฎหมายจึงไม่มี และไม่สามารถใช้ได้แม้ในคลินิก



วิธีสังเกตว่าสิ่งที่เรากินอาจจะมีการปนเปื้อน หรือผสมยาลดน้ำหนัก คือ อาการคอแห้ง ปากแห้ง นอนไม่หลับ กดความอยากอาหาร แต่อย่างไรก็ตามอาหารเสริมบางชนิดก็ทำให้เกิดอาการแบบนี้ได้ จึงไม่สามารถบอกได้ชัดเจน นอกจากใช้ผลการตรวจทาางเคมี

นอกจากนี้ ยาลดน้ำหนักก็จะมีปัญหาเรื่อง โยโย่ เอฟเฟค หรือพอหยุดทานการกดระบบประสาทก็ลดลงทันทีทันใด ทำให้เราหิวและทานมากขึ้น หลาย ๆ คนกลับมาอ้วนกว่าเดิม ที่สำคัญระบบเผาพลาญอาจจะพังไปด้วย ต่อให้กินเท่าเดิมน้ำหนักก็เพิ่มขึ้นได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาเกี่ยวกับระบบฮอร์โมนตามมาด้วย



สมัยก่อนมีการใช้ยาที่เกี่ยวกับฮอร์โมนไทรอยด์ โดยนำมาใช้ในการลดน้ำหนัก แต่ก็พบว่าเป็นปัญหา มีผลเสียเยอะกว่าผลที่ได้ ตอนนี้จึงเป็นข้อห้ามในการใช้ไปแล้ว

วิธีที่ดีที่สุดก่อนที่จะพึ่งพาตัวช่วยอย่างอื่นก็คือ “การความบคุมอาหาร” การทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยพลังงานที่ทานเข้าไปให้สมดุลกับการใช้ในแต่ละวัน การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม สัปดาห์ละ 4-6 ครั้ง ครั้งละ 30 นาทีขึ้นไป เพื่อให้ได้เผาผลาญพลังงาน และหัวใจได้สูบฉีด นอกจากทำให้หุ่นดีได้กล้ามเนื้อสวย ๆ แล้ว ก็มีงานวิจัยว่าทำให้จิตใจสดชื่นขึ้นด้วยครับ.
................................
คอลัมน์ : สวยไม่เสียรู้
โดย “นพ.ทรงพจน์ ชัยมณี”
Facebook : Natchaya Consult


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 43