อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2562

คนจีนตายจากอะไรอันดับ1 เพชฌฆาตมือคร่าชีวิต

สัปดาห์นี้เปิดรายงานปี 2019 ในคนจีน 5 คนจะมี 2 คนที่อายุสูงกว่า 25 ปีที่จะเป็นสโตรก หรือหลอดเลือดสมอง เพชฌฆาตมือหนึ่งที่คร่าชีวิตชาวจีน อาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2562 เวลา 10.00 น.

 
จากรายงานของสถาบันวิทยาศาสตร์จีนเมื่อหลายปีที่แสดงให้เห็นว่า ความเจริญในปัจจุบันนั้นส่งผลให้คนจีนมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งคาดว่าในปี 2050 คนจีนจะมีอายุเฉลี่ยที่ 85 ปี ไม่ว่าจะเป็นด้วยปัจจัยการแพทย์ที่เจริญมากขึ้น คนจีนมีการกินดีอยู่ดีมากขึ้น
 
รายงานนี้ตรงข้ามกับความจริงที่ทางองค์การอนามัยโลกคาดการณ์ กล่าวคือ เนื่องจากคนจีนส่วนมากยังไม่เลิกนิสัยการสูบบุหรี่ และยังไม่สนใจในด้านการออกกำลังกาย และโภชนาการ รวมถึงในปัจจุบันที่ประเทศจีนเจริญมากยิ่งขึ้น ทำให้วิถีชีวิตคนจีนเปลี่ยนไป การกินอาหารก็ดีกว่าเดิม มีเครื่องอำนวยความสะดวก จากเดิมที่ต้องเดินวันละหลายกิโลฯ ขี่จักรยานไปไหน ๆ แต่ปัจจุบันก็หันมาขับรถแทน ทำให้คนจำนวนมากเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน และเบาหวาน


 
ในขณะที่ระบบด้านการสาธารณสุขที่รัฐบาลบริการฟรีก็ลดน้อยลง ทำให้คนจำนวนมากเข้าไม่ถึงระบบสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน จะมีแต่เพียงคนฐานะดีที่เข้าถึงการรักษาในโรงพยาบาลชั้นนำ จนทำให้คนจีนจำนวนมากปฏิเสธการรับการรักษา เพราะสู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว ในขณะที่ยาด้อยคุณภาพหรือยาปลอมก็มีกระจายทั่วไป
 
จากสถิติในหลายปีก่อนพบว่า มะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่ง ที่ทำให้มีคนเสียชีวิตในจีนสูงถึง 2.8 ล้านคนในปี 2015 ซึ่งเทียบได้ว่าในทุกวันนั้นมีคนเสียชีวิตจากโรคมะเร็งถึง 7,500 คน ซึ่งพบว่าโรคมะเร็งปอด กระเพาะอาหาร หลอดอาหาร ตับ ลำไส้ใหญ่ เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้ชายจีน ทั้งนี้มลภาวะ “ทางอากาศ” เป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็งปอดในประเทศจีน


 
อย่างไรก็ตาม จากรายงานในปี 2019 นี้กลับเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเพชฌฆาตมือหนึ่งของจีน กลับเป็นภาวะ “สโตรก” หรือ หลอดเลือดสมอง (stroke) ซึ่งมีทั้งหลอดเลือดสมองตีบและแตก ทั้งนี้มีแนวโน้มว่าอายุของคนที่เป็นสโตรกนั้นมีอายุที่น้อยลงจากเดิม ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า ในคนจีน 5 คนจะมี 2 คนที่อายุสูงกว่า 25 ปีที่จะเป็นสโตรก
 
ปัจจัยของการเกิดภาวะสโตรกนั้น มาจากความดันโลหิตสูง ซึ่งตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา คนจีนจำนวนมากมีภาวะความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ และรับประทานอาหารที่เค็มจัด ซึ่งนำสู่สาเหตุการตายของคนจีนส่วนมาก อีกทั้งจีนยังเป็นประเทศเดียวในโลกที่อัตราการสูบบุหรี่ไม่เคยลดลงเลย แต่กลับเพิ่มทั้งจำนวนคนสูบบุหรี่และค่าใช้จ่ายในการสูบบุหรี่ ซึ่งจากสถิติพบว่าคนป่วยมะเร็งในจีนนั้น ร้อยละ 30 ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ทั้งนั้น
 
ในขณะที่สภาพการกินอาหารของคนจีนที่เริ่มมีความกินดีอยู่ดี กินอาหารฝรั่งกันมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารขยะ ที่มีรสชาติเค็มจัดที่ส่งผลให้คนสมัยใหม่มีปัญหาสุขภาพมากขึ้น ชีวิตก็เคร่งเครียด อยากจะสบาย ก็เลยไม่อยากออกกำลังกาย หรือไม่ได้เดิน ขี่จักรยาน ทุกสิ่งในชีวิตเปลี่ยนไปเป็นชีวิตสมัยใหม่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในทุกด้าน ตื่นเช้ามาจากเดิมที่อาจจะต้องเดินไปป้ายรถเมล์แสนไกล หรือปั่นจักรยานเพื่อไปทำงาน ก็เปลี่ยนเป็นขับรถไปทำงาน กลางวันแทนที่จะกินอาหารที่มีผักผลไม้ ก็กินแต่อาหารฟาสฟู้ด ทำงานเคร่งเครียดทั้งวัน ก็รู้สึกเหนื่อยก็ไปหาที่สังสรรค์ดื่มเหล้าสูบบุหรี่กัน กลับบ้านก็นอน ไม่เคยออกกำลังกายกันเป็นวัฏจักรไปเรื่อย ๆ


 
จึงไม่แปลกที่สุขภาพของคนจีนจำนวนมากนั้น แตกต่างจากคนจีนในสมัยก่อน ที่ด้วยความที่ประเทศยากจน จึงต้องอาศัยการเดินในแต่ละวันเป็นระยะทางที่ไกล อาหารก็กินพืชผักผลไม้มากกว่า ไม่ได้มีหมูเนื้อปลาไก่กุ้งให้กิน กลับถึงบ้านก็ไม่มีลิฟท์ ต้องไต่กระไดขึ้นไปอีกหลายชั้น จึงเป็นการออกกำลังกายไปในตัว คนจีนในสมัยก่อนจึงมีสุขภาพที่ดีกว่าคนจีนในปัจจุบันที่ชีวิตร่ำรวย
 

ในขณะที่คนไทยในปัจจุบันก็แทบจะไม่ต่างไปจากคนจีนมากนัก โดยเฉพาะชีวิตในเมืองที่เต็มไปด้วยมลพิษ ความเคร่งเครียด แต่ละวันเดินนับก้าวได้ ชีวิตต้องพึ่งแต่เครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ กินแต่อาหารอร่อยที่ไร้ประโยชน์ ทำให้สาเหตุการตายของคนไทยไม่ได้ต่างไปจากคนจีนในปัจจุบันมากนัก คนไทยนั้นตายด้วยโรคมะเร็งเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยหลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง วัณโรค โรคปอดเรื้อรัง โรคภูมิแพ้ โรคระบบปราสาทจิตเวช โรคระบบกล้ามเนื้อ และโรคอ้วน
 
ภัยเงียบนั้นซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน ฉะนั้น เราจึงต้องให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตในแต่ละวัน.
……………………………
คอลัมน์ : ฝ่ากำแพงเมืองจีน                            
โดย อ.ผศ.ดร.ศิริเพ็ชร  ทฤษณาวดี
คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 102