อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

เฒ่าวัย 80 อยากปรึกษาทำยังไง? ให้กลับคึกคัก

เฒ่าวัย 80 มะเร็งต่อมลูกหมาก อยากปรึกษาคุณหมอว่ายังมีวิธีการรักษาอื่นที่ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวและกลับคึกคักได้เหมือนเดิมโดยปลอดภัยไม่เป็นมะเร็งอีกต่อไป อาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2562 เวลา 00.15 น.

เรียน คุณหมอ ดร.โอ สุขุมวิท 51 ที่นับถือ

ตอนนี้ผมอายุ 80 ปี ภรรยาอายุ 70 ปี ไม่มีการยุ่งเรื่องทางเพศกันแล้ว สาเหตุมาจากผมมีอาการปัสสาวะผิดปกติ หมอได้ทำการตรวจพบว่าเป็น มะเร็งต่อมลูกหมาก และได้ทำการผ่าตัดเรียบร้อยตั้งแต่ปี 2559 พร้อมทั้งตัดลูกอัณฑะ 2 ลูกทิ้งไปด้วย ผมจึงกลายเป็นเด็กชายวัย 5 ขวบ หมดความรู้สึกทางเพศจึงทำให้ไม่สามารถยุ่งกับภรรยาได้ หมอได้นัดให้ผมไปเจาะเลือดดูการทำงานของไต หาค่าพีเอสเอ และ ตรวจปัสสาวะ ทุก 3 เดือน หมอบอกว่าผลปกติจึงหายามารับประทาน ผมไปปรึกษาอายุรแพทย์ส่วนตัวว่า อยากจะกลับคืนเป็นหนุ่มเหมือนเดิม ท่านแนะนำว่าการรักษาเพิ่มฮอร์โมนชายหรือไปซื้อยากินเองอาจจะเกิดอันตรายทำให้เกิดผลร้ายมะเร็งต่อมลูกหมากคืนชีพ รักษายาก ที่ศัลยแพทย์ทางเดินปัสสาวะตัดอัณฑะทิ้งนั้นถูกต้องแล้ว อย่าเสียดายอดีต ผมจึงอยากปรึกษาคุณหมอว่ายังมีวิธีการรักษาอื่นที่ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวและกลับคึกคักได้เหมือนเดิมโดยปลอดภัยไม่เป็นมะเร็งอีกต่อไป เช่น สมุนไพรไทย ยกเว้นสารเคมีไวอากร้า ขอเพียงเป็นกำลังใจก็พอแล้วครับ

ด้วยความนับถือ

ธร 80

ตอบ ธร 80

การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากด้วยการตัดลูกอัณฑะทิ้งนั้น ย่อมส่งผลให้คนไข้มะเร็งต่อมลูกหมากหมดความรู้สึกทางเพศเพราะฮอร์โมนเพศชายจะถูกสร้างที่ลูกอัณฑะ เมื่อร่างกายไม่มีลูกอัณฑะแล้วการสร้างฮอร์โมนเพศชายก็จะไม่เกิดขึ้น นอกจากนี้แล้วในกระบวนการการผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากอาจจะมาตัดเส้นประสาทที่ควบคุมความรู้สึกที่อยู่รอบ ๆ ต่อมขาดไปจึงทำให้คนไข้หมดความรู้สึกทางเพศส่งผลให้เกิดการแข็งตัวของอวัยวะเพศลดลงตามมาซึ่งในคนไข้ที่ผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมากมักจะมีอาการดังกล่าวตามมาภายหลัง

เรื่องการเสริมฮอร์โมนเพศชายในผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากทั้งที่กำลังเป็นอยู่ และเคยเป็นได้รับการผ่าตัดไปแล้วยังเป็นข้อห้ามเพราะการเสริมฮอร์โมนอาจไปกระตุ้นให้เซลล์มะเร็งฟื้นชีพขึ้นมาซึ่งผลร้ายมากกว่าผลดี ซึ่งการรักษาอาการอีดีในกลุ่มคนไข้มะเร็งต่อมลูกหมากนั้นสามารถทำได้หลายวิธีโดยที่ไม่ต้องพึ่งฮอร์โมนเพศ เช่น การใช้ยาฉีดก็เป็นอีกวิธีที่ใช้รักษาผู้ป่วยอีดีที่เกิดจากการมีโรคประจำตัวในกลุ่มเบาหวานเรื้อรัง กลุ่มหลังผ่าตัดต่อมลูกหมากและกลุ่มคนไข้รักษามะเร็งของส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย ภายหลังได้รับคีโมบ้าง หลังฉายแสงบ้าง ซึ่งพบว่ากลุ่มคนไข้มะเร็งที่มีชีวิตอับเฉาแต่ก็สามารถมีความสุขสดใสทางเพศได้อย่างดีอีกครั้งเหมือนคนปกติ ในเมืองไทยได้มีการรักษาอีดีด้วยยาฉีดมากว่า 15 ปีแล้ว ซึ่งยาฉีดจะช่วยทำเส้นเลือดที่อวัยวะเพศเกิดการขยายตัวแล้วกักเก็บเลือดไว้ได้เกือบ 5 เท่า จึงมีการแข็งตัวเท่าวัยหนุ่ม การใช้ยาฉีดยังมีประโยชน์ช่วยเพิ่มออกซิเจนให้กับกล้ามเนื้อเพศที่มีปัญหากล้ามเนื้อเพศขาดออกซิเจนเรื้อรังซึ่งสังเกตได้จากสีของหัวอวัยวะเพศจะซีดขาว ซึ่งพบได้ในกลุ่มผู้ที่เป็นเบาหวานเรื้อรัง นอกจากนี้คนไข้กลุ่มดังกล่าวก็สามารถใช้วิธีบำบัดบริหารกล้ามเนื้อเพศให้แข็งแรงมีการตื่นตัว ยืด ขยายเพิ่มขึ้น การฟื้นฟูอาการอีดีที่ถูกต้องคือการเข้ารับการฟื้นฟูจากแพทย์โดยต้องได้รับการฝึกสอนการใช้และฝึกซ้อมให้ชำนาญจะได้ประโยชน์มากและไม่มีอันตราย ขอให้กำลังใจผู้ป่วยมะเร็งหลายคนที่มักจะปล่อยให้ชีวิตอับเฉาร่วงโรยไปตามสังขาร ในความจริงแล้วผู้ป่วยกลุ่มนี้ก็สามารถหาความสุขทางเพศได้เช่นคนปกติ ขอเพียงอย่าท้อถอย หมดกำลังใจเสียก่อน สู้สู้.

-----------------------------------
ดร.โอ สุขุมวิทท51.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%