อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

เยือนบ้านขุนพิทักษ์ เที่ยวผักไห่-ตลาดลาดชะโด

สัปดาห์นี้พาเที่ยว “บ้านขุนพิทักษ์บริหาร” อ.ผักไห่ เรือนไม้เขียวเมืองอยุธยา ปัจจุบันเป็นสถานที่ถ่ายละคร ภาพยนตร์แนวลึกลับ แถมอยู่ใกล้เคียงกับตลาดลาดชะโด แวะพักทานปลาน้ำเงินอร่อยสุด ๆ อังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562 เวลา 11.00 น.


บ้านขุนพิทักษ์บริหาร (พึ่ง มิลินทวนิช) อดีตนายแขวงเสนาใหญ่ ปัจจุบันคือ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นเจ้าของเรือนเขียวไม้หลังใหญ่ ที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ 1 ไร่ 72 ตารางวา สภาพเรือนไม้หลังใหญ่แห่งนี้ถูกเลือกเป็นสถานที่ถ่ายทำละคร ภาพยนตร์แนวลึกลับ สยองขวัญอยู่บ่อย ๆ ครั้งหลังสุดเป็นฉากสำคัญในละครเรื่อง “เงินปากผี”

โดยที่ความสะพรึงของบ้านขุนพิทักษ์นั้น คงมาจากความเก่าแก่และคร่ำคร่าที่ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน ทว่าความจริงบ้านหลังนี้...ไม่เคยมีผู้เสียชีวิตในบ้านเลย



ขุนพิทักษ์เจ้าของเรือนหลังนี้รับราชการในสมัยรัชกาลที่ 5 และต่อเนื่องมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 6 โดยที่ประวัติของขุนพิทักษ์ มีภรรยาชื่อ “นางจ่าง” เป็นเจ้าของกิจการเรือสองชั้นที่เรียกกันว่า “เรือเขียว” เป็นเรือโดยสารขนาดใหญ่กว่า 10 ลำ สมัยนั้นนับว่าโก้หรูมาก

เรือนเขียวหลังนี้สง่างามโดดเด่นผ่านห้วงเวลา แดดฝน ล่วงมากว่า 100 ปี ด้วยสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตก ทั้งพื้นที่ในการตั้งเรือนยังตั้งอยู่ริมแม่น้ำน้อย ด้านหลังของเรือนติดถนนใหญ่ หากเดินทางจากตัว อ.ผักไห่ ขับรถมุ่งไปทางทิศเหนือจากถนนลาดยางประมาณ 3 กม. เลี้ยวขวาเข้าวัดอมฤต จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายผ่านโรงสีเข้าไปไม่ไกล



ภาพของเรือนไม้เก่าหลังใหญ่ที่เคยทาสีเขียว ตามสีของวันเกิดท่านเจ้าของเรือน แม้จะดูแข็งแรงด้วยสร้างจากไม้สักเนื้อดี แต่สภาพของเรือนเหมือนหญิงชราที่ไม่ได้แต่งตัว คงเหลือเพียงความงามเดิมที่ต้องหลับตานึกภาพความงดงามครั้งอดีต ลวดลายแกะสลักตามช่องลมประตู หน้าต่าง สะท้อนฝีมือช่างไม้ในอดีตได้อย่างดี

ห้องโถงใหญ่ด้านล่างเป็นพื้นไม้สักแผ่นใหญ่ มีตู้ไม้สักเก่าจำนวน 3 หลัง มีห้องขนาดไม่ใหญ่จำนวน 2 ห้อง ใกล้กันมีตู้เหล็กนิรภัยสูง 1 เมตร มีห้องใต้บันได 1 ห้อง ชั้นบนของตัวเรือนเราจะพบเจอโถงใหญ่ และมีห้องแยกอีก 3 ห้อง มองลึกเข้าไปด้านหลังจะพบอีก 1 ห้อง

ห้องเล็กใกล้กับทางลงบันไดพบอีก 1 ห้องใช้ประตูเดียวกับห้องแรก ภายในห้องมีห่วงเหล็กขนาดใหญ่ประมาณ 1 นิ้ว ตรึงอยู่กับพื้นห้องเพื่อใช้ล่ามกำปั่นใส่ทรัพย์สิน เรือนของคนรับใช้ตั้งอยู่ด้านหลัง เล่ากันว่า นายฟื้น ผู้ดูแลเรือนเขียวคนสุดท้าย เสียชีวิตที่เรือนเล็กหลังนี้

เรือนเขียวที่เคยยิ่งใหญ่ รุ่งเรือง มีเสียงหัวเราะ มีความสุข นางจ่าง มิลินทวนิช ภรรยาของท่านขุนพิทักษ์ ได้ยกเรือนหลังนี้ให้เป็นสิทธิ์ของหลวง อยู่ภายใต้การดูแลของราชพัสดุ กรมธนารักษ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 จวบจนปัจจุบัน



ไม่ไกลจากที่นี่เราไปแวะเที่ยวตลาดลาดชะโดที่คึกคักเป็นพิเศษทุกเสาร์และอาทิตย์ เป็นตลาดเก่าอายุเป็นร้อยปี ชุมชนลาดชะโดตั้งอยู่ริมคลองลาดชะโด อ.ผักไผ่ จ.พระนครศรีอยุธยา คาดเดากันว่าเกิดขึ้นหลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เดิมเป็นที่ค้าขายของเรือนแพชาวจีนที่อาศัยอยู่สองฝั่งคลอง เป็นตลาดค้าขายกันทางน้ำ ก่อนจะขึ้นฝั่งมาสร้างเป็นเรือนไม้ แล้วรุกคืบจนเกิดเป็นชุมชน

ที่ลาดชะโดเขาเด่นเรื่อง “ปลาแม่น้ำ” โดยเฉพาะ “ปลาน้ำเงิน” ปกติผู้เขียนไม่นิยมทานปลา แต่ขอรับรองว่า ปลาน้ำเงินอร่อยจริง

น้ำเงินคือ เงินยวง
ขาวพรายช่วงสีสำอาง
ไม่เทียบเปรียบโฉมนาง
งามเรืองเรื่อเนื้อสองสี


จากกาพย์เห่เรือ บทชมปลา พระนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศไชยเชษฐ์สุริยวงศ์ หรือ “เจ้าฟ้ากุ้ง”

ปลาน้ำเงินเป็นวงศ์ว่านเครือปลาเนื้ออ่อน ไม่มีเกล็ด ฉะนั้นใครมีปัญหาไขมันในเลือดสูงไม่แนะนำค่ะ ก่อนหน้านี้ปลาน้ำเงินคือ ปลาที่ใกล้สูญพันธุ์ แต่ปัจจุบันกรมประมงสามารถเพาะพันธุ์โดยการผสมเทียมได้แล้ว

ปลาน้ำเงินทำอะไรอร่อย มีทั้งฉู่ฉี่ ทอดน้ำปลา ย่างเกลือ ย่างซีอิ๊ว นึ่งซีอิ๊ว ส่วนใครจะอร่อยกับรสชาติไหนต้องไปลอง.
...................................
คอลัมน์ : ชำเลืองเมือง
โดย “ปัทมา ลี้วิเศษ”
ขอบคุณภาพจาก : ayutthayastation


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 106