อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

อัพมาตรฐาน"แหนม"ฉายรังสีปลอดภัยเก็บได้นาน

“แหนม” อาหารภูมิปัญญาของคนไทย ที่มีการวิจัยเพื่อยกระดับ ผ่านกระบวนการ “แหนมฉายรังสี” ที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ และยังทำให้อาหารพื้นบ้าน มีมาตรฐานในระดับโลก อังคารที่ 20 สิงหาคม 2562 เวลา 10.30 น.


นฤมล เนรมิตมานสุข หัวหน้าฝ่ายตรวจวิเคราะห์ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า เทคโนโลยีการฉายรังสีในอาหาร เป็นที่ยอมรับ และมีแพร่หลายทั่วโลก การฉายรังสีในแหนม ช่วยให้เชื้อโรคไม่มีการปนเปื้อน และทำลายพยาธิตัวกลม พยาธิตัวตืดหมู ที่ปนเปื้อนอยู่ได้ ขณะเดียวกันจะทำให้แหนม ไม่มีเชื้อ สเตรปโตคอคคัส ที่เป็นต้นเหตุของโรคหูดับ เพราะการฉายรังสี จะฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ทุกชนิด

โดยปกติการฉายรังสีในอาหาร จะใช้รังสีรังสีแกมมา ที่ปัจจุบันใช้ฉายให้กับแหนมสุทธิลักษณ์ ส่วนรังสีเอกซ์ สามารถนำมาฉายรังสี ในอาหารได้ ตอนนี้ทางหน่วยงานได้พัฒนาโรงงานที่ฉายรังสีให้เป็นระบบมากขึ้น เนื่องจากมีหลายผู้ประกอบการเข้ามาใช้บริการ



หลายคนมองรังสีเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริงแล้วใกล้ตัวกว่าที่คิด เพียงแต่ต้องเรียนรู้ ใช้ประโยชน์ให้เป็น ที่ผ่านมามีความเข้าใจผิดมาตลอดว่า เมื่อฉายรังสีจะมีสารตกค้าง ทั้งที่จริงการทำงานในการฉายรังสีในอาหาร เมื่อรังสีถูกฉายไปบนอาหาร จะมีการถ่ายเทพลังงาน เพื่อทำลายสิ่งแปลกปลอม แต่จะไม่มีสารตกค้าง เปรียบง่ายๆ เหมือนกับแสงแดดที่ฉายมาบนผิวหนังแล้วก็ผ่านไป ซึ่งปกติอาหารที่ผ่านการฉายรังสี เมื่อออกจากโรงงานสามารถทานได้ทันที

ที่ผ่านมาสถาบันพยายามพัฒนา และร่วมมือกับผู้ประกอบการในการฉายรังสีในอาหารต่างๆ เพราะตอนนี้ การฉายรังสี ในไทยส่วนใหญ่ จะอยู่ในอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ต่างจากต่างประเทศที่นำเทคโนโลยีนี้ มาช่วยในการพัฒนาอาหาร และสร้างมูลค่าที่สูงขึ้น



ด้าน รศ.ดร.อดิศร เสวตวิวัฒน์ อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีการหมักในอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวถึงการพัฒนาว่า ที่ผ่านมาสถาบัน ได้ร่วมมือกับแหนมสุทธิลักษณ์ ในการวิจัยชีวภาพ ถือเป็นเจ้าเดียว ที่ช่วยผลักดัน งานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องแหนม จนสามารถทำให้อาหารพื้นบ้าน ได้รับการยอมรับ ซึ่งในหลายประเทศมีการพัฒนาเรื่องนี้มายาวนาน เช่น ซาลามี่ ในประเทศเยอรมัน ที่เทคโนโลยีช่วยให้สินค้ามีคุณภาพสม่ำเสมอ และปลอดภัย



การวิจัยพบว่า มีเชื้อตัวหนึ่งที่ได้มาจากแหนมโดยตรง ที่สร้างสารชีวภาพในการฆ่าเชื้อโรค ในกลุ่มของแบคทีเรียได้ ซึ่งถ้าใช้เชื้อตัวนี้ ในการควบคุมการหมัก จะสามารถควบคุมคุณภาพได้ และถือเป็นแหนมที่ปลอดภัยต่อผู้ทานมากกว่าสินค้าที่ไม่ผ่านการหมักโดยเชื้อนี้ 

ในการวิจัยได้นำแหนม ที่ไม่ผ่านการหมักโดยเชื้อนี้ มาทดลองเปรียบเทียบกัน จนพบว่า แหนมที่ไม่ผ่านการหมัก ยังมีเชื้อซัลโมเนลลา อยู่ในเนื้อหมูดิบกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อทานเข้าไป จะทำให้เกิดท้องเสีย แต่ถ้าเทียบกับแหนมที่ผ่านการหมัก โดยเชื้อที่ค้นพบ จะเห็นว่า 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่พบเชื้อซัลโมเนลลา


ปกติการนำเชื้อชีวภาพมาใช้ในด้านอาหาร มักเจอในนมโยเกิร์ต ที่ทำให้มีรสชาติเปรี้ยว และง่ายในกระบวนการผลิต ซึ่งต่างจากแหนม ที่ไม่สามารถนำไปพาสเจอร์ไรส์ เพราะเนื้อหมูจะเปลี่ยนสภาพ เราเลยพยายามหาเชื้อทางชีวภาพ ที่โดดเด่น เพื่อนำมาฆ่าเชื้อโรค ในระหว่างการหมัก

โดยเชื้อทางชีวภาพในแหนม เป็นกระบวนการพัฒนาที่เราคิดค้นขึ้น ซึ่งคนไทยสามารถผลิตตัวเชื้อนี้ได้เอง ทำให้ลดต้นทุน ไม่ต้องนำเข้าหัวเชื้อจากต่างประเทศ เหมือนในอุตสาหกรรมอื่นๆ



ภาคภูมิ หอมสุวรรณ CEO บริษัท ไทยอินโนฟู้ด จำกัด ผู้ผลิต “แหนมสุทธิลักษณ์” เล่าว่า เราถือเป็นองค์กรเดียวที่มีการพัฒนา ในเรื่องการวิจัยเกี่ยวกับแหนม ที่เป็นอาหารพื้นบ้าน ให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้น และปลอดภัยกับผู้ทาน โดยการนำเทคโนโลยีชีวภาพ และการฉายรังสี เข้ามาช่วยเพื่อให้ปลอดภัยต่อผู้ทาน

ในการทำแหนมฉายรังสี ที่พัฒนาขึ้น ต้องนำไปหมักก่อน เพื่อให้ได้รสชาติดั้งเดิมที่คุณยายเคยทำมา โดยใช้เชื้อชีวภาพที่ผ่านการวิจัยมาเป็นตัวหมัก เพื่อให้คุณภาพคงที่ และปลอดภัยต่อผู้บริโภค หลังจากนั้นจึงนำแหนมไปฉายรังสี

และหลังจากฉายรังสีแล้ว จะไม่มีการแตะต้องเนื้อหมูอีก เพราะอาจทำให้มีการปนเปื้อน ซึ่งระยะเวลาในการผลิตถ้าเทียบกับแบบเดิมเท่ากัน เพียงแต่นวัตกรรมใหม่จะทำให้คุณภาพของแหนมมีความคงที่มากกว่า จึงทำให้เราเชื่อมั่นได้ว่า แหนมที่ผลิตออกไปมีความคงที่ด้านสี กลิ่น และรสชาติ ขณะเดียวกันเมื่อฉายรังสีแล้ว จะทำให้สามารถเก็บไว้ได้นานกว่าเดิม ในอุณหภูมิที่เหมาะสม



“โดยรังสีรังสีแกมมา ที่ฉายในแหนม มีการใช้ในอาหารอื่นๆ เช่นมะม่วง ที่ส่งออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งรังสีนี้ เมื่อฉายไปในอาหารจะไม่มีผลกระทบต่อมนุษย์ หรือมีสารตกค้างต่างๆ อย่างที่หลายคนเข้าใจ”

ขณะเดียวกันก็มีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ เพราะแหนมตุ้มจิ๋วที่หลายคนคุ้ยเคย มักอยู่ในถุงพลาสติก มีหนังยางรัด ซึ่งการทำแบบนี้ มีมากว่า 30 ปี โดยปัญหาที่เราเจอคือ เมื่อ 4 ปีก่อน มีลูกค้าที่ซื้อไปแล้วติกลับมาว่า แหนมมีรสขม เป็นเพราะสารที่มาจากหนังยางที่รัดแหนม ทำให้เราต้องหันมาพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นสากล เลยกลายมาเป็นบรรจุภัณฑ์ใหม่ ที่คิดค้นขึ้น ซึ่งลูกค้าสามารถฉีกกินได้ โดยที่มือไม่เปื้อน

จริงๆ แหนมสุทธิลักษณ์ เริ่มมาจากแหนมดอนเมือง ที่เมื่อ 40 ปีก่อน คุณยาย ย้ายจากสุพรรณบุรี มายังกรุงเทพฯ ในบ้านพักทหารอากาศ สมัยนั้นบรรดาแม่บ้าน ใช้เวลาว่างมาทำแหนมผลิตขายกันเองในครัวเรือน พอบรรดาทหารอากาศ ที่อยู่ฐานทัพตามต่างจังหวัด มาทำภารกิจที่ดอนเมือง ก็ซื้อแหนมกลับไปเป็นของฝากที่บ้าน จนทำให้แหนมของคุณยาย เริ่มได้รับความนิยม แต่ตอนนั้น ยังไม่มีชื่อแบรนด์ จนคนซื้อมาตั้งชื่อให้ว่า “แหนมดอนเมือง”



ซึ่งปัจจุบันแหนมอของเรามีแบรนด์ “แหนมดอนเมือง กม.26” ที่เป็นแบรนด์ดั้งเดิม และแบรนด์ “สุทธิลักษณ์” ซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่ ที่พัฒนาในด้านเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย

ดังนั้น แหนมฉายรังสี นอกจากจะปลอดภัยแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มาตรฐานอาหารไทย เทียบเท่าในระดับโลกมากยิ่งขึ้น


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 74