อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

'ค่าแรง'ขั้นต่ำ400บาท ควรศึกษาบทเรียน300บาท

สัปดาห์นี้วิเคราะห์นโยบายรัฐบาล "ลุงตู่ 2" ปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเป็น 400 บาท/วัน ให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ควรศึกษาบทเรียนค่าแรง 300 บาทจากยุคยิ่งลักษณ์ พฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2562 เวลา 08.00 น.


ในที่สุดนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 400-425 บาท ก็ได้ข้อสรุปจากพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคการเมืองเห็นด้วยที่จะปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำเป็น 400 บาท/วัน ให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน 

นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 425 บาทของพรรคพลังประชารัฐเป็นอีกหนึ่งไพ่ใบสุดท้ายที่ถูกทิ้งช่วงที่การเมืองกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มหวังจะดึงคะแนนเสียงจากผู้ใช้แรงงานเหมือนอย่างที่พรรคเพื่อไทย ยุคยิ่งลักษณ์ ชูประเด็นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทหาเสียงจนเป็นที่ฮือฮาและได้ผลมาแล้ว

หลังจากที่พรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ตอนแรก ๆ มีข่าวเล็ดลอดว่าจะไม่บรรจุนโยบายนี้ตามที่หาเสียงไว้ ก็เริ่มมีเสียงขู่แบบไม่พอใจจากผู้ใช้แรงงาน ในที่สุดก็ต้องบรรจุไว้เป็นนโยบาย แต่ทอนลงมาจาก 425 บาทต่อวันเหลือ 400 บาทต่อวัน 



จะว่าไปแล้วคงต้องยอมรับความจริงว่า ตั้งแต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2555 จนถึงวันนี้ 7 ปีมาแล้วที่ไม่มีการปรับขึ้นค่าแรงแต่อย่างใด ขณะที่ข้าวของก็แพงขึ้นทุกวัน ในแง่จังหวะเวลาและความเหมาะสมก็สมควรแก่เวลาที่จะต้องปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเสียที

อย่างไรก็ตาม หากเที่ยวนี้รัฐบาลจะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ก็อยากจะฝากให้รัฐบาลจัดการด้วยความรอบคอบและชอบธรรม ทางที่ดีน่าจะศึกษาบทเรียนจากนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทไว้บ้าง เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ต้องซ้ำรอยเดิม เพราะคราวนั้นมีปัญหาที่คาดไม่ถึงตามมามากมาย

เมื่อคราวขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท แม้จะเป็นที่ชื่นชอบของคนที่ใช้แรงงานที่ทำให้ได้ค่าแรงเพิ่มมากขึ้น แต่เอาเข้าจริง ๆ หักกลบลบกันแล้วในแง่รายได้แทบไม่ต่างจากค่าแรงจากเดิมที่ได้รับสักเท่าไหร่



จากเดิมที่ค่าแรงเคยได้รับ 215 บาท แต่เมื่อรวมค่าล่วงเวลา ค่าที่พักฟรี บางแห่งมีอาหารกลางวันฟรี มีชุดทำงานให้พร้อมเบ็ดเสร็จก็ 300 กว่าบาท ถึงเกือบ ๆ 400 บาท แต่เมื่อค่าแรงขึ้นเป็น 300 บาท นายจ้างต้องแบกภาระเพิ่มขึ้น ก็ใช้วิธี ตัดค่าโอที. ตัดค่าอาหารกลางวัน บางแห่งให้ไปพักข้างนอก เรียกว่าที่เคยอยู่ฟรีกินฟรีไม่มีอีกต่อไป โอที.ก็ไม่ได้ หักกลบลบกันแล้ว ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทเมื่อคิดเป็นรายได้จริง ๆ กลับได้น้อยลงจากเดิม

ยิ่งกว่านั้นเมื่อต้องจ่ายค่าแรงเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการที่แบกรับต้นทุนไม่ไหว ก็ลดคนลงโดยเฉพาะผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี. ดังนั้นแทนที่จะได้ 300 บาทก็ต้องกลายเป็นคนตกงาน

ในทางกลับกันเพียงแค่รัฐบาลจะประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเท่านั้นแหละ บรรดาผู้ผลิตสินค้าต่างพากันตุนสต็อกเก็บไว้และขึ้นราคาสินค้าดักไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้ค่าแรงที่เพิ่มขึ้น แทบไม่มีความหมายอะไร เมื่อรายได้เพิ่มแต่รายจ่ายก็เพิ่มตามจึงแทบไม่เหลืออะไร

วัตถุประสงค์ที่รัฐบาลปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ นอกจากจะช่วยให้ผู้ใช้แรงงานมีรายได้เพิ่มขึ้นมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ผลพลอยได้จะทำให้มีการจับจ่ายใช้สอย มีเม็ดเงินเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การขึ้นค่าจ้าง 300 บาทคราวนั้น เป็นที่รู้ ๆ กันว่า แรงงานที่ได้ประโยชน์ส่วนใหญ่คือ แรงงานต่างด้าว จากประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาทำงานในบ้านเรานับล้าน ๆ คน เพราะคนไทยส่วนใหญ่ทำงานอิสระ ค้าขายเล็ก ๆ น้อย ขี่มอเตอร์ไซด์รับจ้าง จึงไม่ได้รับอานิสงค์จากนโยบายนี้เท่าใดนัก



ที่สำคัญแทนที่จะทำให้เศรษฐกิจในประเทศจะเกิดการหมุนเวียน แต่ค่าแรงที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งแรงงานต่างด้าวส่งกลับบ้านกลายเป็นว่าเม็ดเงินเหล่านี้ถูกนำไปจับจ่ายใช้สอยไปช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศเพื่อนบ้านแทน

ที่ว่ามาทั้งหมดนี้เป็นปรากฏการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว จากนโยบายเพิ่มค่าแรง 300 บาทในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ เมื่อรัฐบาลลุงตู่ 2 จะประกาศขึ้นเป็น 400 บาท ควรจะต้องศึกษาบทเรียนในอดีตว่ามีปัญหาอะไรตามมาบ้างและหาทางป้องกันไม่ให้ซ้ำรอย 



สำคัญที่สุด หากจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท จะต้องยกระดับแรงงานให้มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับค่าแรงที่เพิ่มขึ้น มิเช่นนั้นจะกลายเป็นเพิ่มต้นทุนให้ผู้ประกอบการ แต่ศักยภาพยังเหมือนเดิม จะกลายเป็นเพิ่มภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการฝ่ายเดียว อันจะเกิดผลเสียกับเศรษฐกิจของประเทศตามมามหาศาล ผู้ประกอบการไทยจะไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ เพราะสินค้าชิ้นเดียวกันแต่ราคาของเราแพงกว่าผู้ซื้อก็หันไปซื้อจากคู่แข่งแทน  

อีกด้านหนึ่งรัฐบาลต้องตั้งรับนั่นคือ การปิดตัวของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี. ที่ต้นทุนเพิ่มขึ้นจนรับไม่ไหว กระทั่งเกษตรกรเองก็ต้องมีต้นทุนเพิ่มขึ้น ชาวนาชาวไร่เคยจ้างแรงงานจากเดิมวันละ 300 บาทเป็น 400 บาทสวนทางกับราคาข้าว ราคาพืชไร่ที่ตกต่ำลงทุกวัน 

เห็นด้วยกับรัฐบาลที่จะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอย่างไม่มีเงื่อนไข แต่ต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบรอบด้านและชอบธรรมกับทุกฝ่าย อดเป็นห่วงไม่ได้ เกรงว่าประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิม 
................................................
คอลัมน์ : เศรษฐศาสตร์ข้างทาง
โดย “ทวี มีเงิน”


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    75%
  • ไม่เห็นด้วย
    25%