อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

วิกฤติชีวิต "คนบันเทิง" ป่วยโรคแปลกหาสาเหตุไม่ได้!

เดลินิวส์ออนไลน์ จะพาแฟนๆไปย้อนดูกรณีของคนบันเทิงในช่วงที่ผ่านมาที่ป่วยเป็นโรคแปลก ซึ่งหาสาเหตุของโรคได้ยากมากๆ ยังไงก็ต้องขอเป็นหนึ่งในกำลังใจให้นักแสดงและศิลปินทุกท่านหายป่วยเร็วๆด้วย อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562 เวลา 09.00 น.


กำลังเป็นประเด็นที่ชาวเน็ตให้ความสนใจอย่างมาก สำหรับข่าวของคนบันเทิงในช่วงที่ผ่านมา หลังนักร้อง นักแสดงและคนในแวดวงบันเทิงต้องพบเจอกับโรคประหลาดหรือโรคแปลกที่หาสาเหตุไม่ได้ จนหมอก็แทบไม่รู้จะหาวิธีรักษาได้อย่างไร ทำให้แฟนคลับหรือครอบ ครัวต้องลุ้นและภาวนาให้ขอให้เรื่องราวร้ายๆที่เกิดขึ้นผ่านไปได้ด้วยดี วันนี้ เดลินิวส์ออนไลน์” จึงขออนุญาตพาแฟนๆย้อนไปดูโรคแปลกของคนบันเทิงที่เกิดขึ้นกัน

เริ่มต้นจากกรณีของนักร้องและนักแสดงสาวมากความสามารถ น้ำตาล-บุตรศรัณย์ ทองชิว หรือ น้ำตาล เดอะสตาร์ 5 ที่เกิดอาการเลือดออกทางปากและจมูก หมดสติ จนครอบครัวต้องพยายามปั๊มหัวใจก่อนนำส่งโรงพยาบาลสมุทรสาคร ซึ่งอาการยังอยู่ในขั้นวิกฤติรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู โดยน้ำตาลหัวใจหยุดเต้นไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังปั๊มขึ้นมาได้และยังไม่รู้สาเหตุของโรคที่แท้จริง ต่อมาทางครอบครัวได้ย้ายน้ำตาลจากโรงพยาบาลสมุทรสาครมารักษาต่อที่โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งระหว่างนั้นน้ำตาลเลือดหยุดไหลและมีชีพจรคงที่ แต่ยังต้องรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูที่มีเครื่องมือและอุปกรณ์ครบครันในการช่วยเหลือหากเกิดเหตุฉุนเฉิน



ต่อมาคณะแพทย์ได้มีการแถลงข่าวอาการของน้ำตาลที่โรงพยาบาลศิริราช แต่การแถลงข่าวครั้งนั้นแพทย์ก็ยังไม่สามารถระบุได้ว่าน้ำตาลป่วยเป็นโรคอะไร สิ่งที่ทำได้คือการรักษาตามอาการไปก่อนและทำทุกทางไม่ให้เลือดไหลออกมาซ้ำ แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็ไม่มีจริงเพราะช่วงดึกของวันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา คุณพ่อวิโรจน์ ทองชิว คุณพ่อของน้ำตาลได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่าน้ำตาลได้จากไปแล้วอย่างสงบในเวลา 02.17 น. พร้อมทั้งบอกว่าทางครอบครัวอนุญาตให้คณะแพทย์นำชิ้นส่วนภายในของน้ำตาลไปตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงเพื่อเป็นแนวทางในการรักษาชีวิตของผู้ป่วยที่มีอาการเหมือนน้ำตาล ซึ่งหลังจากมีข่าวออกไปก็สร้างความเสียใจให้กันเพื่อนพ้องในวงการและแฟนคลับของน้ำตาลอย่างมาก

ขณะเดียวกันหลังจากน้ำตาลเสียชีวิตไปและได้มีการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาไปแล้ว คณะแพทยศิริราชพยาบาลก็ได้เปิดเผยผลการตรวจวินิจฉัยชิ้นเนื้อหลังโพรงจมูก ระบุว่า "หลังจากการตัดชิ้นเนื้อผ่านทางกล้องและนำไปตรวจ ปรากฎว่าชิ้นเนื้อมีลักษณะเข้าได้กับวัณโรค มีส่วนบางส่วนของเซลล์ เนื้อเยื่อ ทางเราอยากให้แน่ใจว่าวินิจฉัยถูกต้อง ตรวจชิ้นเนื้อไม่พบวัณโรค แต่ลักษณะการเปลี่ยนแปลงเนื้อเยื่อเข้าได้กับวัณโรค เลยนำไปตรวจอีกครั้งเพื่อยืนยัน เรียกว่าเทคนิค PCR คือตรวจดีเอ็นเอของสิ่งที่เราอยากดู ผลเป็นบวกจึงบ่งชี้ว่าวัณโรคที่บริเวณด้านหลังของโพรงจมูก” ซึ่งหลังจากมีข่าวออกไปก็ทำให้ประชาชนคนไทยหันมาตื่นตัวและดูแลระวังเรื่องวัณโรคมากขึ้น



ขณะที่อดีตพระเอกรุ่นใหญ่ เมฆ-วินัย ไกรบุตร ก็เป็นอีกหนึ่งที่ก่อนหน้านี้ยังเห็นเจ้าตัวออกกำลังกายเดินสายวิ่งอยู่เป็นระยะ แต่สักพักก็หายเงียบไป จากนั้นเจ้าตัวก็ได้ไลฟ์สดผ่านทางเฟซบุ๊กครั้งแรก โดยเผยให้เห็นสภาพร่างกายที่มีตุ่มขึ้นตามตัวจำนวนมาก พร้อมทั้งบอกว่าตนมีอาการป่วยหนักโรคหายากคือโรคตุ่มน้ำพอง ทำให้ร่างกายทรุดโทรมหนักและกำลังเข้ารับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งหลังจากเมฆไลฟ์สดไปก็มีกำลังใจจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลเข้ามาให้กับเจ้าตัวอย่างมาก ก่อนที่เมฆจะโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่าตนและคณะแพทย์ที่ทำการรักษาจะมีการแถลงข่าวถึงการรักษาโรคตุ่มน้ำพองของเจ้าตัวในวันที่ 5 ก.ค. โดยการแถลงข่าวดังกล่าวระบุว่า



สาเหตุของโรคเกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกันในร่างกายที่มาทำลายโครงสร้างที่ทำหน้าที่ยึดเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังหลุดจากกัน เป็นตุ่มน้ำและแพ้ถลอก ร่องรอยเกิดได้ทั้งผิวหนังและส่วนต่างๆของร่างกาย โรคนี้ไม่ได้เป็นโรคติดต่อ แต่เป็นโรคในกลุ่มเพมฟิกอยด์ หรือเรียกว่าภูมิเพี้ยน ที่เกิดจากร่างกายของเรา เบื้องต้นโรคนี้สามารถกลับมาเป็นอีกได้ในภูมิ แต่ไม่ใช่โรคเดียวกับโรคพุ่มพวง” ซึ่งหลังจากการแถลงข่าวเมฆก็รับกำลังใจอย่างเต็มเปี่ยมพร้อมทั้งบอกว่าจะรักษาโรคนี้ให้หายดีและจะรีบกลับไปทำงานต่อและวิ่งให้ได้ ซึ่งปัจจุบันเมฆก็ยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และมีอาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตุ่มน้ำพองก็เริ่มลดลงและแห้งหายไปแล้ว



คนบันเทิงที่ป่วยรายต่อมาคืออดีตนางเอกชื่อดัง นิ้ง-กุลสตรี ศิริพงศ์ปรีดา ที่ตอนนี้หันหลังให้วงการบันเทิง พร้อมเดินหน้าเป็นแอร์โฮสเตสมาได้สักพักใหญ่ๆแล้ว ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้โพสต์ข้อความเปิดใจถึงการล้มป่วยกะทันหันไม่ทราบสาเหตุ พร้อมทั้งเล่าอาการโดยรวมว่าเริ่มสังเกตุเห็นรอบช้ำตามผิวเป็นสีเขียวอ่อนๆหลายจุดตามร่างกาย และได้พบแพทย์ไปเมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา เจาะเลือดแล้วก็ยังไม่พบจึงย้ายมารักษาที่โรงพยาบาลศิริราชปิยะมหาการุณ ซึ่งการรักษามี 3 คอร์สและต้องปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ ต่อมาไม่นานนิ้งก็ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่างดเยี่ยมและบอกว่าสรุปแล้วเธอป่วยเป็นโรคไขกระดูกบกพร่อง ไม่สามารถสร้างเกล็ดเลือดด้วยตัวเอง ซึ่งหลังจากนิ้งโพสต์ข้อความลงไป ก็ได้รับกำลังใจจากแฟนๆอย่างล้นหลามและแฟนๆก็เข้ามาคอมเม้นต์ขอให้นิ้งหายป่วยไวๆจำนวนมาก



ล่าสุดเป็นกรณีของอดีตผู้กำกับคิวบู้คนดัง เป้า ปรปักษ์ ที่ได้เผยภาพที่ตนเองผอมจนแทบเห็นกระดูกผ่านทางยูทูบไลฟ์ของพระเอกรุ่นใหญ่ ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ ที่ได้โทรศัพท์ไปสอบถามอาการของเป้าและวอนขอความช่วยเหลือผู้กำกับดัง ซึ่งจากการสอบถามเป้าก็ได้เผยถึงอาการของตนเองว่า รูปที่เห็นผมผอมนั้น ตอนนี้ผอมยิ่งกว่าในรูปที่เห็นอีก ตอนนั้นยัง 67-68 กิโลกรัม จากเดิมน้ำหนักหนัก 96 กิโลกรัม ร่างกายเคยแข็งแรงมากเป็นนักกีฬา นักมวย สตั๊นแมนเยอะแยะ ตอนนั้นโดนตะปู 4 นิ้วยังงอ ซึ่งสาเหตุที่น้ำหนักของผมลดลง 37 กิโลกรัมในหนึ่งอาทิตย์คือความรู้สึกมันเหมือนดึงลำไส้ขึ้นมาทางลำคอ ดันอาหารออกมา ท้องเสียดันลงข้างล่าง มันดันขึ้นดันลงแบบนี้โดยเฉพาะเรากินอะไรไม่ได้ มันก็ไม่เหลือเลยน้ำหนัก” ซึ่งหลังจากผู้กำกับคนดังเล่าอาการของโรคไป ก็มีแฟนๆส่งกำลังใจมาถึงเป้าอย่างมาก

เดลินิวส์ออนไลน์” ก็ต้องขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับคนบันเทิงที่กำลังป่วยอยู่ รวมถึงประชาชนทั่วไปด้วย ก็ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพและหมั่นตรวจเช็คสุขภาพประจำปีกันด้วย

..............
คอลัมน์ : รายงานพิเศษ
โดย : นางสาวสมคิด แซ่คู



 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 73